ยิ่งลักษณ์ถึงดูไบ! เผยนาทีหลบหนี ออกจากวัดหลอกเนียนจนฝ่ายความมั่นคงชะล่าใจ

2737
ภาพเก่า เม ื่อคราวน.ส.ยิ่งลักษณ์ เจอกับนายทักษิณ พี่ชายก่อนหน้านี้

วันที่ 26 สิงหาคม สื่อทั่วโลกให้ความสนใจติดตามความเคลื่อนไหวของน.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี ที่หลบหนีการขึ้นศาลฎีกาแผนกคดีอาญาผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง โดยล่าสุด CNN รายงานว่า น.ส.ยิ่งลักษณ์ ได้เดินทางถึงดูไบ สหรัฐอาหรับเอมิเรสต์ เรียบร้อยแล้ว เพื่อเจอกับนายทักษิณ ชินวัตร พี่ชายที่หลบหนีคดีการเมืองที่ดูไบมาเป็นเวลานาน

 

น.ส.ยิ่งลักษณ์ ถูกตั้งข้อหาปฏิบัติหรือละเว้นการปฏบัติหน้าที่โดยมิชอบ จากโครงการรับจำนำข้าวที่ส่งผลให้รัฐเสียหายมากกว่า 500,000 ล้านบาท ในวันที่ 25 สิงหาคมซึ่งเป็นวันที่ศาลนัดฟังคำพิพากษา น.ส.ยิ่งลักษณ์ ไม่ได้เดินทางไปศาล ศาลจึงออกหมายจับเพื่อไปฟังคำพิพากษาในวันที่ 27 กันยายน

รายงานจากหน่วยความมั่นคง แจ้งว่า ไม่เห็น น.ส.ยิ่งลักษณ์ ตั้งแต่วันที่ 23 สิงหาคม หลังทำบุญที่วัดระฆัง คาดว่า หลังการทำบุญเธอได้เปลี่ยนรถ ให้รถคันที่เธอนั่งกลับเข้าบ้าน และเธอใช้คันอื่นในการเดินทางหลับหนี เส้นทางเดินทางมุ่งหน้าสู่ จ.ตราด ออกทางเส้นทางเรือมุ่งสู่เกาะกง ประเทศกัมพูชา ขึ้นเครื่องบินเจ็ตส่วนตัวของ นายทักษิณ ที่ท่าอากาศยานนานาชาติพนมเปญ หรือสนามบินโปเชงตง ซึ่งตั้งอยู่ห่างจากใจกลางกรุงพนมเปญไปทางตะวันตก 7 กิโลเมตร ก่อนบินตรงไปประเทศสิงคโปร์ แล้วบินต่อไปประเทศสาธารณรัฐอาหรับเอมิเรตส์

รายงานในช่วงเช้าวันที่ 25 สิงหาคม ระบุว่า รถที่คอยรับส่งน้อง“น้องไปป์” ศุภเสกข์ อมรฉัตร ลูกชายวัย 15 ปี ของน.ส.ยิ่งลักษณ์ ได้ออกจากบ้านช่วงเวลาสั้น ก่อนจะกลับเข้าบ้าน แต่มีรายงานว่า น.ส.ยิ่งลักษณ์ ได้นำ น้องไปป์ เดินทางไปด้วยกัน เพราะเป็นห่วงว่าหากมีคำพิพากษาให้จำคุก จะทำให้ขาดคนดูแลลูกชายคนเดียว จึงนำไปด้วย

การหลบหนีของน.ส.ยิ่งลักษณ์ ทำได้แนบเนียนจนฝ่ายความมั่นคง ไม่คิดว่า เธอจะหลบหนี เพราะก่อนหน้านี้ได้ยืนยันมาตลอดว่า จะเดินทางไปรับฟังคำพิพากษา และตัดสินใจหนีเพียง 2 วันก่อนมีคำพิพากษา ก่อนหน้านี้ก็ได้เดินสายทำบุญตลอดเวลา

อย่างไรก็ตาม มีการตั้งข้อสังเกตุว่า รัฐบาลคสช. รู้เห็นเป็นใจกับการหลบหนีด้วยหรือไม่ เนื่องจากไม่ต้องการให้เกิดความยุ่งยากหลังมีคำพิพากษา ที่อาจจะมีการเคลื่อนไหวของมวลชนผู้ให้การสนับสนุนน.ส.ยิ่งลักษณ์ แต่นายกรัฐมนตรี พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา ได้ปฏิเสธการตั้งข้อสังเกตนี้