เลขาธิการยูเอ็น ยกกรณีโรฮิงญาปัญหาอันดับ 2 ชี้พม่าฆ่าเลี้ยงเผ่าพันธุ์ ชี้โอกาสสุดท้าย ซูจี แก้ปัญหา

101

วันที่ 18 ก.ย. 2560 เวทีประชุมสมัชชาใหญ่สหประชาชาติที่มหานครนิวยอร์กของสหรัฐฯตั้งแต่ช่วงวันจันทร์ 18-25 ก.ย. เหล่าผู้นำหรือบุคคลระดับหัวหน้ารัฐบาลทั่วโลกมากกว่า 100 คน กำหนดหารือกันในปัญหา สำคัญๆของโลก ทั้งยังมีการขึ้นกล่าวสุนทรพจน์ครั้งแรกของประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ผู้นำสหรัฐฯและนายเอ็มมานูเอล มาครง ประธานาธิบดีฝรั่งเศส อีกทั้งประธานาธิบดีโรเบิร์ต มูกาเบ ผู้นำซิมบับเว ซึ่งครองอำนาจยาวนานที่สุดคนหนึ่งของทวีปแอฟริกา

นายอันโตนิโอ กูเตอร์เรส เลขาธิการสหประชาชาติ ระบุปัญหาสำคัญและอันตรายที่สุดของโลกยามนี้คือ เรื่องเกาหลีเหนือทดลองนิวเคลียร์และยิงขีปนาวุธอย่างต่อเนื่อง ประชาคมโลกจำเป็นต้องเฝ้าติดตามสถานการณ์อันตรายนี้อย่างระมัดระวัง ถือเป็นประเด็นสำคัญอันดับ 1

เรื่องต่อมาคือ ปัญหาชนกลุ่มน้อยมุสลิม โรฮีนจาถูกรัฐบาลเมียนมาผลักดันขับไล่ออกจากพื้นที่ถิ่นพำนักในรัฐยะไข่ทางภาคตะวันตกของเมียนมาไปยังบังกลาเทศ นายกูเตอร์เรส ระบุชัดว่า รัฐบาลเมียนมา กำลังดำเนินการชำระล้างเผ่าพันธุ์ชาวโรฮีนจาบนแผ่นดินเมียนมา และเป็นโอกาสสุดท้ายของนางอองซาน ซูจี ผู้นำโดยพฤตินัยของเมียนมา ที่จะหยุดยั้งสถานการณ์ไม่ให้กลายเป็นโศกนาฏกรรม ทั้งนี้ นับตั้งแต่เกิดความรุนแรงปะทะกันระหว่างกลุ่มติดอาวุธโรฮีนจากับฝ่ายความมั่นคง เมียนมาตั้งแต่ 25 ส.ค. ทำให้ชนกลุ่มน้อยมุสลิมโรฮีนจาถูกผลักดันออกจากพื้นที่รัฐยะไข่ข้ามพรมแดนไปบังกลาเทศแล้วราว 400,000 คน