โลกอาลัย! ระพี สาคริก บิดากล้วยไม้ไทย

53

วันที่ 17 ก.พ.2561 เวลา 07:00 น. ศ.ระพี สาคริก ได้เสียชีวิต ณ โรงพยาบาลวิภาวดี ด้วยวัย 95 ปี  นับเป็นการสูญสิ้นบุคคลระดับนักปราชญ์ และผู้เชี่ยวชาญด้านกล้วยไม้

ศาสตราจารย์ ระพี สาคริก เป็นนักวิชาการเกษตรผู้บุกเบิกวงการกล้วยไม้ของประเทศไทยสู่สากล จนได้รับฉายาว่า “บิดาแห่งกล้วยไม้ไทย” เคยเป็นอธิการบดีมหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ ปี 2518-2522 และรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ในรัฐบาล พล.อ.เกรียงศักดิ์ ชมะนันท์ ปี 2522-2523 เป็นอดีตนายกสภาสถาบันอาศรมศิลป์ และเคยได้รับการยกย่องให้เป็นราษฎรอาวุโส

ศาสตราจารย์ ระพี สาคริก เกิดเมื่อวันที่ 4 ธันวาคม พ.ศ. 2465 ที่กรุงเทพมหานคร เป็นบุตรชายคนโตของขุนตำรวจเอก พระมหาเทพกษัตริยสมุห (เนื่อง สาคริก) และคุณแม่สนิท ภมรสูตร เริ่มต้นการศึกษาระดับประถมที่โรงเรียนสามเสนวิทยาคาร และจากนั้นได้ย้ายโรงเรียนอีกหลายแห่ง ตั้งแต่โรงเรียนเซนต์คาเบรียล โรงเรียนจิตรลดา โรงเรียนนาฏศิลป์ โรงเรียนวัดเบญจมบพิตร หรือ โรงเรียนมัธยมวัดเบญจมบพิตรในปัจจุบัน จนจบชั้นมัธยมบริบูรณ์ และได้รับประกาศนียบัตรจากกระทรวงศึกษาธิการถึง 2 ใบจากนั้น จึงได้เข้าศึกษาต่อที่โรงเรียนเตรียมวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ (ต่อมาสถาปนาขึ้นเป็นมหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ หลักสูตรปริญญาตรี 5 ปี เมื่อ พ.ศ. 2486) ซึ่งเปิดสอนระดับเตรียมมหาวิทยาลัยที่แม่โจ้ จังหวัดเชียงใหม่ (แม่โจ้รุ่น 7) โดยศึกษาในคณะเกษตร ศาสตราจารย์ระพี สาคริกได้เลือกศึกษาด้านกสิกรรมและสัตวบาล สาขาปฐพีวิทยาระดับปริญญาตรีและได้รับพระราชทานปริญญาบัตรเมื่อ พ.ศ. 2490 ศาสตราจารย์ระพี ยังได้รับปริญญาดุษฎีบัณฑิตกิตติมศักดิ์ สาขานวัตกรรมเกษตรจาก มหาวิทยาลัยรังสิต ในวันที่ 23 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2558

การสูญเสีย ศ.ระพี สาคริก ไม่เพียงเป็นการสูญเสียผู้เชี่ยวชาญด้านกล้วยไม้ แต่เป็นเป็นการสูญเสียปราชญ์ของแผ่นดินไปอีกคนหนึ่ง

อาทิตย์ไม่สิ้นแสง

แม้วานนี้ อาจโศกสุด ใกล้จุดดับ
ทุกสิ่งลับ อับแสง ทุกแห่งหน
แม้เดือนดาว เคยพราวฟ้า พาให้ยล
กลับมืดมน พ้นไปหมด รันทดใจ
สิ้นความหวัง สิ้นทุกสิ่ง ยิ่งรันทด
ฝนสักหยด ที่เคยหยาด สะอาดใส
ไม่แลเห็น เช่นแต่ก่อน อ่อนอาลัย
ต่างลับไป ไม่เหลือไว้ ให้รื่นรมย์
ถึงวันนี้ ฟ้าเริ่มใส ไร้เมฆหมอก
เห็นไม้ดอก ออกจากใจ คลายขื่นขม
ดอกคงบาน ชั่วนิรันดร์ ให้ฉันชม
ให้สุขสม ถึงหัวใจ ไปกับกาล

ระพี สาคริก
๔ ธันวาคม ๒๕๔๔
(ปรับปรุง ๒๘ พฤศจิกายน ๒๕๕๕)

*บทร้อยกรองจากปกหลังหนังสือ “ปรัชญาธรรมแห่งชีวิต” โดย ศ.ระพี สาคริก*