โปรยใบปลิวป่วน!ปลุกความเป็นปัตตานี โน้มน้าวอส.มุสลิมไม่ให้ร่วมมือกับรัฐ

328

มีรายงานจากพื้นที่ 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้ว่า ได้มีใบปลิวว่อนในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้ และเผยแพร่ทางโลกโซเชี่ยลเตือน อส. มุสลิมไม่ให้ความร่วมมือกับฝ่ายรัฐ โดยยังไม่ทราบที่มาว่ามาจากไหน

ใบปบิวดังกล่าว เจ้าหน้าที่ อส.กลุ่มอาสาสมัครป้องกันภัยจังหวัดปัตตานี เก็บได้ และถ่ายรูปกระจายกันในกลุ่มไลน์ต่างๆ ใน 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้ มรายละเอียดโน้มน้าวให้กลุ่มอ.ส ที่ส่วนใหญ่เป็นมุสลิม  ไม่ให้ความร่วมมือกับฝ่ายรัฐ โดยชูการเป็นอิสลามปาตานี เป้าหมายคาดว่าเพื่อก่อกวนปั่นป่วนและเพื่อสร้างสถานการณ์ หรือกลุ่มขบวนการ ใจความตอนหนึ่งว่า “ท่านทราบใช่ไหมว่าจะต้องแก้เผ็ดแล้วสยามผู้ล่าอาณานิคมอย่างไร นานเเคไหนแล้ว ที่ลูกหลานปาตานีเรา อยู่อย่างไร้ศักดิศรี มีบ้านเหมือนอาศัยเขาอยู่ มีเงินเหมือนขอเขากิน มันน่าเศร้ามาก แต่มีไม่น้อยที่ ยอมขายศักดิ์ศรี ยอมขายวิญญาณให้สยาม ดูถูกเหยียดหยาม เราเป็นเจ้าของประเทศแต่เป็นได้แค่ยาม ต้องเฝ้าบ้านให้มัน ต้องรับคำสั่งจากมัน มันเป็นอะไรที่น่าอนาถแท้ ที่เราไม่มีสิทธิ์ แม้แต่จะคิด กำหนดชีวิตตัวเอง บนแผ่นดินตัวเอง ว่าเราต้องทำอย่างไร ว่าต้องทำอะไร”

พ.อ.ปราโมทย์ พรหมอินทร์ โฆษกกองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในราชอาณาจักร ภาค4 ส่วนหน้า (กอ.รมน.ภ4 สน.) กล่าวว่า กลุ่มแนวร่วมที่ใช้วิธีการโฆษณาชวนเชื่อในรูปแบบต่างๆซึ่งที่ผ่านมาทางเจ้าหน้าที่รัฐได้สร้างความรู้ความเข้าใจกับเจ้าหน้าที่ของรัฐและพี่น้องประชาชนขอให้ยึดมั่นในอุดมการณ์ของความเป็นเจ้าหน้าที่ของรัฐอย่าไปหวั่นไหว กับคนที่ไม่หวังดี คนพวกนี้ไม่มีเจตนาดีให้กับพี่น้องประชาชนอยู่แล้ว เห็นได้ชัดจากพฤติกรรม 14 ปีที่ผ่านมา คนพวกนี้มีแต่จะจ้องทำร้ายประชาชน และสร้างผลประโยชน์ให้กับตนเอง
พล.ต.ต.กฤษฎา แก้วจันดี ผู้บังคับการตำรวจภูธรจังหวัดยะลา พร้อมด้วยนายก้องสกุล จันทราช นายอำเภอเมืองยะลา ได้สั่งการ เจ้าหน้าที่อาสาสมัครักษาดินแดน (อส.) ร่วมไปถึงตำรวจ ทหาร ปฏิบัติหน้าที่ด้วยความระมัดระวังรอบคอบอย่าประมาทต่อสถานการณ์ โดยเฉพาะภารกิจประจำ เดิมๆ ซ้ำๆ ให้ตรวจตราเส้นทาง จุดเสี่ยงเป็นประจำ เพิ่มความเข้มในสุดตรวจหลักและจุดตรวจรอง ในการตรวจสอบยานพหานะ บุคคลต้องสงสัยตามปฎิทินหมายจับ อย่างละเอียด ส่วนกำลังพลที่ลาพักให้ระมัดระวังการปฏิบัติกิจส่วนตัว เน้นย้ำเรื่องอาวุธปืน ระวังถูกทำร้ายแย่งชิงอาวุธ หากลาพักให้ฝากที่ กองร้อยฯ หรือฐานปฏิบัติการประจำของตนเอง เพื่อป้องกันไม่ให้คนร้ายก่อเหตุต่อเจ้าหน้าที่ ประกอบกับสร้างความปลอดภัยให้กับประชนตลอด 24 ช.ม.