บูม รอดคุก !ศาลให้ประกัน คดีตุ๋นเงินดิจิตอล

58

ศาล ให้ประกัน”บูม”ยื่น 2 ล้าน หลัง กองปราบนำตัวฝากขัง เปิดพฤติกรรมตุ๋นฝรั่งลงทุนสูญกว่า 700 ล้านบาท โดยหลอกลวงให้ นำเงินมาทำธุรกิจ เงินดิจิตอล

วันนี้(10ส.ค.)ที่ศาลอาญา ถ.รัชดาภิเษก พนักงานสอบสวนกองปราบปรามได้ควบคุมตัว นายจิรัชพิสิษฐ์ จารวิจิต หรือบูม อายุ 27ปี นักแสดงซีรีย์วัยรุ่น ผู้ต้องหาตามหมายจับศาลอาญา ที่ 1694/2561 คดีร่วมกันฟอกเงิน ที่ หลอกลวงให้ลงทุนเงินสกุลดิจิตอล (บิตคอยน์) มูลค่า 745กว่าล้านบาท มายื่นคำร้องขอฝากขังต่อศาล หลังจับกุมตัวได้ ที่ บริเวณชั้น 2 ห้างเมเจอร์รัชโยธิน ถ.พหลโยธิน แขวงลาดยาว เขตจตุจักร กทม.เนื่องจากการสอบสวนยังไม่เสร็จสิ้น
ต้องสอบพยานบุคคลเกี่ยวข้องการทำธุรกรรมอีก 10 ปาก

โดยคำร้องฝากขัง ระบุพฤติการณ์สรุปว่า เมื่อวันที่ 30 ม.ค.ที่ผ่านมา นายอาร์นี ออตตาวา ซาอ์ริมาอ์ ชาวฟินแลนด์ ซึ่งประกอบธุรกิจซื้อ-ขายแลกเปลี่ยนสกุลเงินดิจิตอล ผู้เสียหายได้ประสานเข้าพบพนักงานสอบสวนเพื่อแจ้งความร้อง ทุกข์ดำเนินคดีกับ นายปริญญา จารวิจิต พี่ชายของผู้ต้องหา กับพวก กรณีร่วมกันหลอกลวงเอาเงินของนายอาร์นีไป โดยทุจริต จำนวน 797,408,454.33 บาท ได้ชักชวน มาร่วมลงทุน โดยได้ติดต่อผ่านนายปริญญา จารวิจิต
พี่ชายผู้ต้องหา กระทั่งมีการนัดหมายพูดคุยเจรจาธุรกิจกัน

ต่อมาต้นเดือน ส.ค. 2560 นายปริญญากับพวก ยังได้ชักชวนผู้เสียหาย ลงทุนซื้อสกุลเงินดิจิตอล (dragon
coin หรือ DRG) อีกป็นเงิน 400 ล้านดอลล่าร์ฮ่องกง มีผู้ถือหุ้น 4 คน คือ นายปริญญา พี่ชายผู้ต้องหา, นายประสิทธิ์,นายชาคริส อาห์มัด และนายอาร์นี ผู้เสียหาย ซึ่งแต่ละคนจะต้องลงเงินคนละ 100 ล้านดอลล่าร์ฮ่องกง
เพื่อโอนไปที่บริษัทในเขตปกครองพิเศษมาเก๊า โดยนายปริญญา อ้างว่า เงินลงทุนในส่วนของผู้เสียหายสามารถโอนเป็น เหรียญบิตคอยน์ ผ่านกระเป๋าเงิน E-Wallet ได้ ตามข้อตกลงในสัญญาซื้อขายเหรียญโทเค่น ซึ่งทำขึ้นเมื่อวันที่
18 ส.ค.60 ระหว่างผู้เสียหายกับนายชาคริส หลังจากนั้นผู้เสียหายจึงเริ่มโอนเงินบิตคอยน์เข้ากระเป๋าเงิน E-
Wallet ของนายปริญญากับพวก ระหว่างวันที่ 26 ส.ค.- 5 ก.ย.60 คิดเป็นมูลค่าเสียหาย 440,007,281.33 บาท

และหลังจากโอนเงินบิตคอยน์ให้กลุ่มนายปริญญาพี่ชายผู้ต้องหาตามที่กล่าวอ้างกับผู้เสียหายว่านำไปลงทุนซื้อหุ้นใน
ธุรกิจแล้ว แต่ปรากฏว่าผู้เสียหายก็ไม่ได้รับหุ้น รวมทั้งไม่เคยได้รับเชิญการประชุมผู้ถือหุ้นหรือเงินปันผลจากบริษัท
แต่อย่างใด อีกทั้งการลงทุนเพื่อประกอบธุรกิจสร้างสกุลเงินดิจิตอลในชื่อ dragon coin หรือ DRG ก็ไม่มี การลงทุนทางธุรกิจจริง ผู้เสียหายจึงมอบอำนาจให้ น.ส.ชนนิกานต์ แจ้งความร้องทุกข์ต่อพนักงานสอบสวนให้ ดำเนินคดี นายปริญญากับพวกตามกฎหมายจนกว่าคดีจะถึงที่สุด

พนักงานสอบสวน จึงได้มีหนังสือรายงานความผิดมูลฐาน ตาม พ.ร.บ.ป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน พ.ศ.2542 ไปยังเลขาธิการสำนักงาน คณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน (ปปง.) ขอให้ตรวจ สอบพิเคราะห์ข้อมูลธุรกรรมทางการเงินของกลุ่มผู้ต้องหาที่เกี่ยวข้องเนื่องจากมีเหตุอันควรเชื่อว่ามีการกระทำความผิด ฐานฟอกเงิน โดยเจ้าหน้าที่ตำรวจกองปราบปราม ติดตามจับกุม นายจิรัชพิสิษฐ์ ดาราวัยรุ่น ผู้ต้องหานี้ ได้เมื่อวันที่ 8 ส.ค.ที่ผ่านมา และแจ้งข้อกล่าวหาทราบแล้ว ชั้นจับกุมและชั้นสอบสวน ผู้ต้องหาให้การปฏิเสธตลอดข้อกล่าวหาภายหลังศาลพิจารณาคำร้องและสอบถามผู้ต้องหาแล้วไม่คัดค้าน จึงอนุญาตให้ฝากขังได้

ขณะที่ญาติของ นายจิรัชพิสิษฐ์ ได้ยื่นหลักทรัพย์เป็นเงินสดจำนวน 2 ล้านบาท พร้อมคำร้องประกอบการพิจารณา ของศาล ระบุเหตุผลว่า ผู้ต้องหาทำงานเป็นนักแสดง มีที่อยู่เป็นหลักแหล่ง รวมทั้งไม่มีพฤติการณ์จะหลบหนี ซึ่งขณะถูก จับกุมก็กำลังทำงานถ่ายแบบ จึงทำคำร้องขอความเมตตาจากศาลให้ปล่อยชั่วคราว ก่อนศาลจะรับคำร้องและอนุญาต ให้ปล่อยตัว