สุดโหดร้าย! ซาอุฯบอมบ์รถบัส เด็กเยเมนเสียชีวิตหลายสิบคน เผยฆ่าเด็กแล้ว 3,000.

328

ซาอุฯนำทัพพันธมิตรฆ่าไม่เลือก ทิ้งบอมบ์ลงตลาด-รถบัสเด็กในเยเมน ตายหลายสิบชีวิต

นพฤหัสบดี(9ส.ค.)  แหล่งข่าวการแพทย์และคณะกรรมการกาชาดระหว่างประเทศ (ICRC) รายงานว่า ปฏิบัติการโจมตีทางอากาศของพันธมิตรที่นำโดยซาอุดีอาระเบีย เข่นฆ่าหลายสิบชีวิตในคร้งเดียว รวมถึงพวกเด็กๆที่กำลังโดยสารรถบัส ในจังหวัดซาดาของเยเมน

ด้านโมฮัมเมด อับดุล-ซาลาม โฆษกของพวกฮูตี ชี้ว่าพันธมิตรที่นำโดยซาอุดีอาระเบียแสดงให้เห็นอย่างชัดเจนแล้วว่าพวกเขาไม่แยแสต่อชีวิตมนุษย์ เนื่องจากเป็นการลงมือโจมตีใส่สถานที่สาธารณะที่มีผู้คนอยู่หนาแน่นภายในตัวเมือง

คณะกรรมการกาชาดระหว่างประเทศ ระบุว่าการโจมตีเที่ยวหนึ่งไปโดยรถบัสที่มีเด็กๆโดยสารในตลาดดาห์ยาน ในจังหวัดซาดา พร้อมระบุว่าโรงพยาบาลต่างๆในจังหวัดดังกล่าวได้รับร่างไร้วิญญาณของผู้เสียชีวิตหลายสิบศพ เช่นเดียวกับผู้ได้รับบาดเจ็บอีกจำนวนหนึ่ง

Saudi jets attack bus carrying children, leave 43 civilians dead

WATCH: Saudi jets attack bus carrying children, leave 43 civilians dead

โพสต์โดย Press TV เมื่อ วันศุกร์ที่ 10 สิงหาคม 2018

ช่างภาพของรอยเตอร์เล่าว่าพบเห็นเด็กๆเนื้อตัวเต็มไปด้วยเลือดและมีผ้าพันแผล กำลังได้รับการรักษาจากคณะแพทย์ ส่วนสำนักงานสื่อสารมวลชนของฮูตีเผยแพร่วิดีโอเป็นภาพเด็กชายคนหนึ่งแบกเป้สะพายหลังสีฟ้ามีโลโก้ของยูนิเซฟ กำลังถูกพาตัวเข้าไปยังห้องฉุกเฉินของโรงพยาบาล ในสภาพที่มีเลือดเปื้อนเต็มหน้า

อับดุล-กานี ซารีห์ หัวหน้ากรมสาธารณสุขในซาดา เปิดเผยกับรอยเตอร์ว่ายอดผู้เสียชีวิตอยู่ที่ 43 ศพและบาดเจ็บ 61 คน ขณะที่ โจฮันน์ บริวเวอร์ หัวหน้าผู้แทน ICRC ในเยเมน เขียนลงทวิตเตอร์ระบุว่า “มีผู้เสียชีวิตหลายคน และจำนวนผู้ได้รับบาดเจ็บมีมากกว่า ส่วนใหญ่อายุต่ำกว่า 10 ปี”

เบื้องต้นไม่เป็นที่ชัดเจนว่ามีเด็กจำนวนเท่าใดที่เสียชีวิตและมีปฏิบัติการโจมตีทางอากาศมากน้อยแค่ไหนในพื้นที่ทางดังกล่าว ซึ่งตั้งอยู่ทางภาคเหนือของเยเมน ใกล้ชายแดนติดกับซาอุดีอาระเบีย

แต่ต่อมา ICRC ระบุผ่านทวิตเตอร์ว่า “โรงพยาบาลที่ได้รับการสนับสนุนจากคณะทำงานของเราในเยเมน ได้รับศพเด็กๆ 29 ศพ อายุต่ำกว่า 15 ปี และผู้ได้รับบาดเจ็บ 48 คน ในนั้นเป็นเด็ก 30 คน”

สงครามเยเมนเข่นฆ่าชีวิตผู้คนแล้วมากกว่า 10,000 ศพ ในจำนวนนี้ เป็นเด็ก 3,000 คนทำให้ผู้คนต้องไร้ถิ่นฐานมากกว่า 2 ล้านรายและผลักประเทศแห่งนี้ไปอยู่บนขอบเหวแห่งความอดอยาก