‘โจ๋ย บางจาก’นักเดินทางผู้ยิ่งใหญ่ ในวันที่’ส่องโลก’กลายเป็นตำนาน

158

โจ๋ย บางจาก นักเดินทางผลิตสารคดีผู้ยิ่งใหญ่ ผู้ได้เดินทางไปเจ็ดย่านน้ำ ฝ่าทุกสถานการณ์เพื่อนำผลงานมานำเสนอ วันนี้ ผลงานของเขา เป็นตำนาน ให้คนได้ระลึกถึง

เย็นวันที่ 31 สิงหาคม 2561 คนที่เป็นแฟนเฟส ‘โจ๋ย บางจาก’ ต้องตกใจกับข้อความหน้าเฟสของเขา  ที่ระบุว่า

เนื่องด้วย คุณสันติธร หุตาคม (โจ๋ย บางจาก)
ได้จากเราไปด้วยความสงบ จากอาการติดเชื้อในกระแสเลือด
เมื่อวันที่ 28 สิงหาคม 2561

ก่อนเสียชีวิตคุณพ่อได้กำชับว่า
ไม่อยากให้บอกใครจนกว่าจะเสร็จพิธีการ
เหตุเพราะว่าไม่อยากรบกวนให้ใครต้องลำบากมาร่วมงาน
ทั้งนี้ทางครอบครัวได้จัดพิธีอย่างเรียบง่าย
ตามประสงค์ของคุณพ่อเรียบร้อยแล้ว

ก่อนจากไปคุณพ่อได้ฝากขอบคุณเพื่อนๆพี่ๆน้องๆ
รวมถึงแฟนคลับและผู้ที่ติดตามผลงานของคุณพ่อทุกท่านมา ณ ที่นี้
และทางครอบครัวต้องขออภัยที่ไม่ได้แจ้งให้ทุกท่านทราบ เพราะเป็นประสงค์ที่คุณพ่อกำชับไว้

ด้วยความรักและอาลัย
จาก ภรรยาและลูก

เป็นการจากลาอยางเงียบๆ ของนักเดินทางผู้ยิ่งใหญ่ ที่ได้ผลิตสารคดีการเดินทาง ‘ส่องโลก’ มานาวนาน กว่า 30 ปี    จากไปโดยที่ญาติมิตร เพื่อนฝูง ไร้โอกาสไปเยี่ยมเขาในงานศพ ได้แต่รำลึกถึงผลงาน อันยิ่งยง

ก่อนเสียชีวิต โจ๋ย บางจาก ได้พูดถึงอาการป่วยของเขา เมื่อวันที่ 19 สิงหาคม ไว้ว่า

ภายหลังจากนอนทน ความทุรนทุราย ปล่อยใจ ปล่อยร่าง ให้คุณพยาบาล หลานเหลนคุณยายทวด นางฟลอเรนซ์ ไนติงเกล ควบคุุมความประพฤติมาแรมเดือนกว่าๆ..

เช้านี้พอมีเวลา มีแรงที่จะขยายความเสียที ว่าผมไปทำอะไร ให้เธอเจาะๆ ฉีดๆ ดูดนั่นดูดนี่ แล้วผ่าตัด นอนพะงาบๆเปลี่ยนเตียงย้ายโรงพยาบาล มาจนครบสี่ทิศทั่วกรุงเทพมหานคร

ผมไม่เคยคิดมาก่อนเลยว่า ผมจะป่วยหนักหนาเจียนตาย ทะนงว่าตนแข็งแรงมาตลอดชีวิต ด้วยคุ่นเคยกับงานหนัก เดินป่า ปีนภูเขา มุดถ้ำ ย่ำน้ำมาตลอด สามสิบกว่าปี

สายๆ…วันนึง ภรรยาผมสังเกตเห็นว่า ผมเท้าบวมน้ำทั้งสองข้าง เธอเดาว่าผมคงเป็น”โรครูมาตอยด์” โรคที่เกิดภาวะอักเสบเรื้อรัง ซึ่งมักจะเกิดกับข้อที่มีเยื่อบุเกือบทุกข้อของร่างกาย (ข้อที่มีเยื่อบุเป็นข้อที่มักจะเคลื่อนไหวได้อย่างอิสระ เช่น ข้อแขน ข้อขา ข้อไหล่ เป็นต้น) เป็นเวลานานอย่างน้อย 6 สัปดาห์ขึ้นไปถึงหลายๆปี ภาวะอักเสบนี้ทำให้เยื่อข้อหนาตัว กระดูกข้อพรุน ข้อยึดติดผิดรูปและอาจพิการได้ จากโรคบวมน้ำ

เราสองคนจึงชวนไปโรงพยาบาลเพื่อตรวจรับยา..แต่ด้วย ปฏิภาณและทักษะของ นางพยาบาลผู้มีหน้าที่ตรวจ ความดัน วัดความสูง วัดไข้ที่แผนกอายุรกรรม ทำให้่ผมต้องไปนอนรอคุณหมอที่ห้องผู้ป่วยฉุกเฉินทันใด เมื่อผลการตรวจ พบอาการผิดปกติ เข้าขั้นวิกฤตติในชีวตผม เธอสั่งให้คนนำรถเข็น ไปส่งผมกับแพทย์เวร ที่แผนกฉุกเฉิน เสี้ยวนาทีนั้น ความดันเลือดผมต่ำมาก วัดออกซิเจนได้ไม่ถึง 18% เม็ดเลือดแดงหายไปไหนหมด ?

เกล็ดเลือดในร่างกายที่ควรมีไม่น้ยกว่า 140,000 เม็ดต่อหน่วยวัดอะไรไม่ทราบนั้น ลดลงเหลือเพียง 20,000 และยังลดต่ำลงเรื่อยๆ ผมได้ยินเสียงสั่งการจากแพทย์ที่ดูแลเบาๆว่า คนไข้กำลัง”หัวใจวาย” อาจตายใน 10 นาทีถ้าช่วยไม่ทัน

ครอบครัวผม ต้องขอขอบคุณ คุณพยาบาลเวรท่านนั้น เธอตัดสินใจเร็ว ไม่รอถามหาญาติ สั่งผมไปรักษาอาการวิกฤติอย่างทันท่วงในเสี้ยววินาที

บทเรียนครั้งนี้ แม้จะต้องเสียเงินค่าอยู่รักษา ค่าห้องค่ายาหลายแสนบาท แต่มันช่างคุ้มค่ากับชีวิตที่เหลืออยู่ของผม และสิ่งหนึ่งที่ทำให้ผมเห็น คุณค่าของเลือด และ เกล็ดเลือด(ในหนึ่งถุงต้องรวมผู้บริจาคเลือดถึงสี่คน) คือเลือดมนุษย์นั้น ราคาแพงมาก โดยเฉพาะกับราคาสั่งซื้อผ่านโรงพยาบาลเอกชน

อนาคต..ต่อไป เมื่อผมหายสนิทดีแล้ว ผมจะเทียวไปบริจาคเลือด อันเป็นบุญมหาศาลทุกคราไปครับ…

จบเรื่องเล่า..เช้านี้ เพียงเท่าที่ยังมีแรงนะครับ ผมได้กลับสู่บ้านที่ผมรัก ได้มีโอกาสมาปล้ำ”ลูกน้องสองตัวของผม”อีกครั้ง ก็เพราะเธอ นางฟ้าชุดขาว ขอบคุณในการตัดสินใจของเธอ มันเป็น..นาทีชีวิต การผจญภัยเสี่ยงตาย ที่ผมจะไม่มีวันลืม

หลังจากนั้น ความเคลื่อนไหวของ โจ๋ย บางจาก เงียบหายไป แต่มีลิงค์ สารคดี เกี่ยวกับ สืบ นาคะเสถียร ขึ้นมา จน 31 สิงหาคม สังคมถึงจะรู้ว่า โจ๋ย ได้จากโลกนี้ไปแล้ว ตั้งแต่ 28 สิงหาคม

เสียงทุ่ม อันทรงพลัง ในสารคดี ‘ส่องโลก’ กับสำนวนที่สวยงาม ทำให้ โจ๋ย บางจาก เป็นที่ยอมรับว่า เป็นมือ 1 ของผลิตสารคดี ทำให้รายการส่องโลก ยืนยงมา ตั้งแต่ ปี 2525

โจ๋ย บางจาก หรือชื่อจริง สันติธร หุตาคม เป็นบุตรชายคนที่สองของ ศักดิ์เกษม หุตาคม นักเขียน นักเขียน นักหนังสือพิมพ์ผู้ใช้นามปากกา “อิงอร”อันเลื่องชื่อ กับนางเยาวนิจ หุตาคม (เศวตศิลา) โจ๋ย  เคยทำงานเป็นนักข่าวสายการเมือง และนักข่าวบันเทิง ให้กับหนังสือพิมพ์ชาวไทย ก่อนจะหันเหมาผลิตสารคดี

โจ๋ย บางจาก เริ่มจากการเป็นนักข่าวการเมือง ตั้งแต่ปี 2525 ยุคก่อนกบฏเมษาฮาวาย และเป็นผู้ลงตีพิมพ์คำแถลงการณ์ของคณะก่อการในครั้งนั้นเป็นเล่มแรก บนหน้าหนังสือพิมพ์ชาวไทย ต่อมาจับงานทางด้านสายบันเทิง ซึ่งยุคสมัยนั้นการเป็นนักข่าวจะต้องมีกล้องถ่ายรูป ซึ่งโจ๋ย บางจาก มีทักษะและความสามารถในงานถ่ายรูปพ่วงไปอีกด้วย

การมีอาชีพเป็นนักข่าวทำให้โจ๋ย ต้องการเดินทางนอกพื้นที่อยู่บ่อยๆ ตามประสานักเดินทาง และหาข่าวขายเป็นรายได้เสริม ทำให้รู้จักพื้นที่ต่างๆพอสมควร จนกระทั่งได้รู้จักกับผู้หลักผู้ใหญ่ในสถานีโทรทัศน์กองทัพบกช่อง 5 ที่ต้องการรายการสารคดี เกี่ยวกับการเดินทาง มาออกอากาศทางสถานี จึงเสนอให้โจ๋ยเป็นผู้ผลิตรายการ

โจ๋ย บางจากติดสินใจรับทำงานทันที  เป็นจุดเริ่มต้นของรายการ ‘ส่องโลก’ โดยนำเสนอเนื้อหาเกี่ยวกับชีวิตคน การเดินทาง และการผจญภัย ซึ่งรายการได้รับการตอบรับจากผู้ชมมากขึ้นเรื่อยๆ จนสามารถขยายเวลาออกอากาศจาก 30 นาที เป็น 1 ชั่วโมง

โจ๋ย บางจาก เป็นนัผลิตสารคดีที่กล้าเสี่ยง กล้าลุย ทำงานแบบเฉียดเป็นเฉียดตาย บางครั้งถึงกับต้องฝ่าดงกระสุนเข้าไปเพื่อถ่ายงาน และมีความเป็นนักสู้ เขาได้เดินทางไปทั่วประเทศ และเพื่อนบ้าน บุกป่า ฝ่าเขา แบบลุยไหนลุยกัน

รายการ ส่องโลก ดังสุดขีด จากการเจาะลึกเบื้องหลัง การทำงานอนุรักษ์สัตว์ป่าของ “สืบ นาคะเสถียร” หัวหน้าเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าห้วยขาแข้ง ที่เสียชีวิตลง จน ททบ.5 ต้องนำเทปออกเผยแพร่ซ้ำไปซ้ำมาถึง 2 เดือน จนเกิดเป็นกระแสอนุรักษ์ นับว่า โจ๋ย บางจาก มีส่วนในการก่อให้เกิดกระแสการอนุรักษ์ธรรมชาติในเมืองไทย

โจ๋ย บางจาก ยังผลิตสารคดีอย่างต่อเนื่อง แม้ว่า บางครั้งต้องเผชิญกับปัญหาทางเศรษฐกิจ จนวันนี้ โจ๋ย ได้จากลาไปเงียบ ทิ้งไว้แต่ผลงาน ที่ได้สร้างแรงบันดาลให้กับใครหลายๆคน