เปิดรายงานUN พม่าฆ่า-ข่มขืน-วางระเบิดโรฮิงญาสุดโหด

76

เจ้าหน้าที่สหประชาชาติ (UN) เปิดเผยรายงานจำนวน 440 หน้า แสดงหลักฐานการฆ่าล้างเผ่าพันธุ์ชาวโรฮิงญาของกองทัพเมียนมาร์ในรัฐยะไข่ ฉาน และคะฉิ่น อย่างละเอียด โดยเจ้าหน้าที่ UN ใช้เวลากว่า 15 เดือน เพื่อเฝ้าสังเกตการณ์และสัมภาษณ์ประจักษ์พยาน 875 คน
.
รายงานฉบับดังกล่าวถูกนำเสนอต่อคณะมนตรีสิทธิมนุษยชนแห่งสหประชาชาติ (United Nations Human Rights Council – UNHRC) เมื่อวันอังคารที่ผ่านมา ระบุว่ากองทัพเมียนมาร์ หรือ “ตั๊ดมาดอ” (Tatmadaw) เข่นฆ่าชาวโรฮิงญาตามอำเภอใจ รุมข่มขืนผู้หญิง ทารุณเด็กๆ และเผาหมู่บ้าน
.
ผลจากการกวาดล้างของกองทัพเมียนมาร์ทำให้ชาวโรฮิงญาอย่างน้อย 10,000 คน ถูกฆ่าตายภายในเวลาแค่ 2 เดือน กว่า 400 หมู่บ้าน ถูกกวาดล้างจนสิ้นซากหายไปจากแผนที่ เด็กๆ ที่พยายามหนีออกจากบ้านซึ่งกำลังโดนเผา ถูกทหารเมียนมาร์ผลักให้กลับเข้าไปในกองเพลิง ผู้หญิงและเด็กหญิงถูกข่มขืนโดยที่พวกเธอถูกมัดผมหรือมือเอาไว้กับต้นไม้ หมู่บ้านต่างๆ เกลื่อนไปด้วยศพเปลือยที่มีกองเลือดอยู่ตรงบริเวณหว่างขา นอกจากนั้นกองทัพเมียนมาร์ยังวางระเบิดตามเส้นทางที่ชาวโรฮิงญาใช้หลบหนี
.
เจ้าหน้าที่ UN ระบุว่า การละเมิดสิทธิมนุษยชนโดยทหารเมียนมาร์ต่อชาวโรฮิงญาเกิดขึ้นอย่างกว้างขวางราวกับเป็นเรื่องปกตินับตั้งแต่เดือนสิงหาคมปีที่แล้ว หลังจากกองกำลังโรฮิงญาปะทะกับเจ้าหน้าที่รัฐ จนกลายเป็นชนวนของการฆ่าล้างเผ่าพันธุ์ และส่งผลให้ชาวโรฮิงญากว่า 700,000 คน ต้องอพยพหนีตายไปบังกลาเทศ
.
อ่านรายงานฉบับเต็มที่ www.ohchr.org/EN/HRBodies/HRC/Pages/NewsDetail.aspx?NewsID=23575&LangID=E