ต่างชาติเตรียมฮุบกัญชาไทย รมว.พาณิชย์แหกตายังไม่ถอน 10 รายรออนุมัติ

186

ต่างชาติเตรียมฮุบกัญชาไทย หลังกฎหมายผ่าย รมว.พาณิชย์แหกตาถอนแล้ว 10 รายรออนุมัติ-ระบุกฎหมายปลดล็อคกัญชาเอื้อทุนใหญ่ รายย่อยเกิดยาก

วันที่ 26 ธ.ค. มูลนิธิชีววิถี (ไบโอไทย) โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊ก BIOTHAI ถึงกรณีสภานิติบัญญัติแห่งชาติ ผ่านร่าง พ.ร.บ. ยาเสพติดให้โทษ พ.ศ. … ให้ใช้กัญชาทางการแพทย์ เมื่อวันที่ 25 ธ.ค.ที่ผ่านมา ว่า เรื่องนี้แทนที่จะเป็นของขวัญปีใหม่แก่ประชาชน แต่กลับกลายเป็นของขวัญวันคริสต์มาสแก่บริษัทยาข้ามชาติเสียมากกว่า เนื่องจากคำขอสิทธิบัตรที่ไม่ชอบด้วยกฎหมายจำนวน 10 สิทธิบัตรยังไม่ถูกยกเลิก โดยจำนวนนั้นมี 3 สิทธิบัตรที่รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ แถลงเมื่อกลาง พ.ย. ว่าได้ปฏิเสธรับจดสิทธิบัตรแล้ว ทั้งนี้ 10 คำขอสิทธิบัตรที่ไม่ยกเลิกครอบคลุมการรักษาโรคกว้างขวาง ทั้งโรคมะเร็ง โรคจิตประสาท ลมชัก และการใช้สำหรับระงับปวด เป็นต้น สถานะคำขอสิทธิบัตรอยู่ในชั้นแก้ไข 1 คำขอ ประกาศโฆษณาแล้ว 5 คำขอ ยื่นให้มีการตรวจสอบการประดิษฐ์ 2 คำขอ และระบุว่า ระหว่างจัดทำเอกสารตอบรับและจัดส่งเอกสาร จำนวน 2 คำขอ

จากการวิเคราะห์ของไบโอไทยและเครือข่ายนักวิชาการด้านเภสัชศาสตร์พบว่าทั้ง 10 คำขอสิทธิบัตรนั้น เป็นคำขอสิทธิบัตรที่ไม่ชอบด้วยกฎหมาย เช่น ขัดมาตรา 5 และมาตรา 9 หากรัฐบาล และกระทรวงพาณิชย์ ไม่กำกับดูแลและสั่งการให้กรมทรัพย์สินทางปัญญาดำเนินการเกี่ยวกับคำขอสิทธิบัตรที่ไม่ชอบดังกล่าวแล้ว ในที่สุดแล้วจะเกิดความเสียหายต่อประเทศใน 3 เรื่องใหญ่ ดังนี้

1.ปิดกั้นการวิจัยและพัฒนาขององค์การเภสัชกรรม มหาวิทยาลัยและหน่วยงานของรัฐ เอกชน หรือ วิสาหกิจขนาดเล็กในประเทศไทย เพราะตามมาตรา 35 ใน พ.ร.บ.สิทธิบัตรได้ให้การคุ้มครองชั่วคราวแก่ผู้ยื่นคำขอสิทธิบัตร โดยสามารถยื่นหนังสือคัดค้านว่าการวิจัยดังกล่าวนั้นตนได้ยื่นขอสิทธิบัตรไว้แล้ว โดยมีผลนับตั้งแต่วันที่ยื่นขอสิทธิบัตร อีกทั้งสามารถเรียกค่าเสียหายได้หากคำขอสิทธิบัตรนั้นได้รับการจดทะเบียน

2.หากสิทธิบัตรของต่างชาติได้รับการจดทะเบียน บริษัทยาของต่างชาติจะเป็นผู้ได้รับประโยชน์จากการพัฒนายาจากกัญชา ทั้งจากการผลิต นำเข้า ส่งออก หรือจำหน่ายยาจากกัญชาในประเทศไทย แทนที่จะเป็นประชาชนในประเทศซึ่งได้เคยพัฒนาและใช้ประโยชน์จากกัญชาเป็นยารักษาโรคมาอย่างยาวนาน และ 3.ประชาชนและผู้ป่วยจากโรคพาร์กินสัน ลมชัก มะเร็ง เนื้องอก โรคเกี่ยวกับจิตประสาท อาการปวดจากโรคต่างๆ และอื่นๆ จะต้องซื้อยาในราคาแพง ซึ่งเป็นผลมาจากการผูกขาดตลาดและอุปสรรคในการวิจัยซึ่งเกิดจากการเพิกเฉยของกรมทรัพย์สินทางปัญญาดังกล่าว

นายวทูรย์ เลี่ยนจำรูญ ผู้อำนวยการมูลนิธิมูลนิธิชีววิถี กล่าวว่า ต่างชาติให้ความสนใจเข้ามาจดสิทธิบัตรในประเทศไทยมาก เนื่องจากกัญชาจะมีมูลค่าทางการค้ามหาศาล และไทยเป็นประโเทศที่เป็นศูนย์กลางของอาเซียน หากมีฐานในประเทศไทยก็จะสามารถกระจายไปยังประเทศในอาเซียนได้

‘ภาคประชาชนจะต้องช่วยกันกันกดดัน เพราะกฎหมายที่ออกมาไม่ได้เอื้อประโยชน์ต่อเกษตรกรรายย่อย แต่เอื้อต่อรายใหญ่ ซึ่งในอดีตกัญชาเป็นพืชสมุนไพรไทยที่หมอพื้นบ้านสามารถปลุก นำมาปรุงยา ได้ครบวงจร แต่ตามกฎหมายใหม่ต้องขออนุญาตจากปปส. และขอให้จับตามกฎหมายลูกที่จะออกมารับรับ ทราบว่า จะกำหนดให้มีการปลูกในโรงเรือน ซึ่งต้องลงทุนสูงรายย่อยทำได้ยาก’นายวิทูรณ์ กล่าว