บุกยิงตำรวจสภ.น่าประดู่ ‘รองโฆษกตร.ระบุฝีมือกลุ่มหัวรุนแรง’จักรทิพย์’เสียใจ สั่งเข้มงวด

54

“บิ๊กแป๊ะ” แสดงความเสียใจต่อครอบครัว ส.ต.อ.สภ.นาประดู่ ถูกคนร้ายบุกยิงถล่มโรงพักจนเสียชีวิต พร้อมสั่งคุมเข้มสถานที่ราชการ ในพื้นที่ 3 จังหวัดชายแดนใต้

เมื่อวันที่ 13 ม.ค.2562 “จากกรณีคนร้าย จำนวน 6 คน ใช้รถจักรยานยนต์เป็นพาหนะ ก่อเหตุใช้อาวุธสงครามกราดยิงถล่มโรงพักนาประดู่ จ.ปัตตานี เป็นเหตุทำให้มีเจ้าหน้าที่ตำรวจเสียชีวิต 1 นาย พ.ต.อ.กฤษณะ พัฒนเจริญ รองโฆษก ตร.เปิดเผยว่า เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นส่งผลให้ ส.ต.อ.เฉลิมพล คมขำ ผบ.หมู่ (ป.) สภ.นาประดู่ จ.ปัตตานี เสียชีวิต จำนวน 1 ราย ซึ่ง พล.ต.ท.รณศิลป์ ภู่สาระ ผบช.ภ.9 พร้อมด้วย พล.ต.ต.ปิยะวัฒน์ เฉลิมศรี ผบก.ภ.จ.ปัตตานี ,พ.ต.อ.ธเรศ แก้วละเอียด รอง ผบก.ภ.จ.ปัตตานี ,พ.ต.อ.ขวัญดี ฉิมพลี รอง ผบก.ภ.จว.ปัตตานี ,พ.ต.อ.จีระเศรษฐ์ ดาวเงินตระกูล รอง ผบก.ภ.จว.ปัตตานี ,พนักงานสอบสวน ,เจ้าหน้าที่พิสูจน์หลักฐาน และเจ้าหน้าที่ส่วนที่เกี่ยวข้อง ร่วมกันทำการตรวจสถานที่เกิด พร้อมกับถ่ายภาพทำแผนที่เกิดเหตุ และดำเนินการสอบสวนพยานที่เห็นเหตุการณ์ และผู้ที่เกี่ยวข้อง

‘จากการสืบสวนสอบสวนเบื้องต้น น่าเชื่อว่าเกิดจากฝีมือของกลุ่มผู้ก่อเหตุรุนแรงในพื้นที่สามจังหวัดชายแดนภาคใต้ ที่มุ่งหวังต่อชีวิตเจ้าหน้าที่รัฐ’

รองโฆษก ตร.กล่าวอีกว่า เหตุการณ์ที่เกิดขึ้น ขอประณามผู้ก่อเหตุและผู้ที่อยู่เบื้องหลังเหตุการณ์ดังกล่าว พร้อมกันนี้ พล.ต.อ.จักรทิพย์ ชัยจินดา ผบ.ตร.ได้แสดงความเสียใจต่อเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น และกำชับผู้บังคับบัญชาที่เกี่ยวข้องดูแลสวัสดิการ สิทธิประโยชน์อย่างใกล้ชิด อย่าขาดตกบกพร่อง พร้อมทั้งได้มีข้อสั่งการให้สถานีตำรวจในพื้นที่ เพิ่มมาตรการในการเฝ้าระวังและการป้องกันเหตุความไม่สงบในพื้นที่โดยรอบของสถานีตำรวจ และหน่วยราชการต่างๆ รวมไปถึงให้เพิ่มความเข้มงวดการตรวจตราสถานที่ต่างๆ เช่น แหล่งชุมชน สถานที่ท่องเที่ยว หรือ สถานที่สำคัญ ที่อาจเป็นเป้าหมาย เพื่อป้องกันการเกิดเหตุในลักษณะแบบนี้ ตลอดจนเพิ่มมาตรการเข้ม ทั้งจุดตรวจ จุดสกัด ในการตรวจค้นรถทุกชนิดและบุคคลเป้าหมาย ตามเส้นทางหลักและเส้นทางรอง จัดชุดลาดตระเวนในพื้นที่ย่านเศรษฐกิจ และชุมชน

รวมทั้งให้ยึดมั่นในการบังคับใช้กฎหมาย ตามพยานหลักฐาน พยานบุคคล พยานแวดล้อม และหลักฐานทางนิติวิทยาศาสตร์ รวมไปถึงการควบคุมตัวผู้ก่อเหตุมา สอบสวน ซักถาม ขยายผล และดำเนินคดีตามกฎหมาย โดยเน้นย้ำว่า หากเกิดเหตุขึ้น เจ้าหน้าที่ตำรวจจักต้องสืบสวนสอบสวน จนสามารถจับกุมผู้ก่อเหตุได้ทันท่วงที เพื่อสร้างความมั่นใจและเพิ่มความปลอดภัยให้แก่ประชาชน นักท่องเที่ยวและนักลงทุนในพื้นที่ ทั้งนี้ก็ขอความร่วมมือประชาชนในการช่วยเป็นหูเป็นตา เฝ้าสังเกตบุคคล วัตถุต้องสงสัย หากพบให้รีบแจ้งเจ้าหน้าที่ทันที’