ทำไมถึงเกิดกระแส ทำลายกก.สิทธิฯ คำตอบอยู่ที่มายอ

404

คณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ จะถูกนำมาเป็นคู่ขัดแย้งทุกครั้ง ที่เกิดเหตุความรุนแรง ในภาคใต้ โดยเฉพาะ ‘อังคนา นีลไพจิตร’ จุดประสงค์และเป้าหมาย ชัดเจนอยู่ที่เหตุการที่ปอเนาะใน ‘มายอ’

คณะกรรมการสิทธมนุษยชนแห่งชาติ (กสม.) ถูกกระแสวิพากษ์วิจารณ์อย่างรุนแรงถึงระดับการทำลาย โดยให้มีการยุบ กสม. ทุกครั้งที่ เกิดเหตุรุนแรงใน 3 จังหวัดภาคใต้ โดยเฉพาะกรณีที่เกิดกับชาวพุทธ โดยเฉพาะกรณีล่าสุด ที่มีการสังหาร พระภิกษุ 2 รูป ที่สุไหงปาดี จ.นราธิวาส

จากหตุการณ์ฆ่าพระ มีการเรียกร้องให้ กสม. ออกมาประณาม’คนร้าย’ ถึงขั้นสร้างกระแสว่า กสม. อยู่ฝ่ายคนร้าย เรียกร้องให้มีการยุบ กสม. โดยคนที่โดนหนักสุด คือ ‘นางอังคณา นีละไพจิตร’ ที่เป็นมุสลิมคนเดียว ที่เป็นเป้าทำลายที่อ่อนแอที่สุดในทางยุทธศาสตร์

ทำไมถึงมีการสร้างกระแสเพื่อทำลาย กสม.

ตามมาดูเหตุผลกัน

กสม. เป็นองค์กรอิสระ ที่ทำหน้าที่ของคณะกรรมการสิทธิฯ คือ การปกป้องคุ้มครองประชาชนจากการถูกละเมิดจากเจ้าหน้าที่รัฐ ทำหน้าที่ตรวจสอบการทำหน้าที่ของเจ้าหน้าที่รัฐ ที่ประชาชนร้องเรียนกรณีที่ไม่ได้รับความเป็นธรรมจากการใช้อำนาจรัฐ

มีอำนาจหน้าที่ตรวจสอบ การใช้อำนาจรัฐทั่วประเทศ

กสม.ไม่ใช่องค์กรของรัฐบาล แต่ทำหน้าที่คู่ขนานกับรัฐบาล เมื่อได้ข้อมูแล้ว ส่งให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องดำเนินการ ซึ่งบางครั้งมีการดำเนินการ และบางครั้งก็ไม่มีการดำเนินการ

ในประเทศไทย การใช้อำนาจรัฐ โดยเฉพาะอำนาจทาง’กระบวนการยุติธรรม’ เป็นที่รับทราบกันดีว่า มีปัญหามาก เจ้าหน้าที่ปฏิบัติกับประชาชนอย่างไม่เป็นธรรมบ่อยครั้ง กสม.จึงเป็นที่พึ่งหนึ่งที่ประชาชนสามารถเข้าถึงได้ เพืออำนวยความยุติธรรมให้กับตนเอง เช่นเดียวกับกรณี 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้

เป็นที่รับรู้กับดี จากโดยผลวิจัย จากการสำรวจความคิดเห็นของประชาชน หรือเสียงสะท้อนผ่านช่องทางต่างๆว่า 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้ เป็นพื้นที่ๆประชาชน ไม่ได้รับความเป็นธรรมมากที่สุด จากการใช้อำนาจรัฐ จากการประกาศ ภาวะฉุกเฉิน ตลอดจนกฎอัยการศึก มายาวนานตั้งแต่ปี 2547

ผลการสำรวจสิ่งที่ชาวบ้านภาคใต้ ต้องการเป็นอันดับแรก ไม่ใช่เรื่องเศรษฐกิจ แต่ ความต้องการความเป็นธรรม

หลายครั้งที่ชาวบ้านถูกจับกุมโดยไม่มีความผิด หลายครั้งที่ ชาวบ้านถูกกระทำรุนแรงเกิดกว่าเหตุ เมื่อถูกกระทำจากอำนาจรัฐ และอำนาจรัฐไม่อาจเป็นที่พึ่งได้

องค์กร กสม. จึงเป็นที่พึ่งของชาวบ้าน

เป้าหมายการทำลาย

เมื่อ กสม. ลงไปตรวจสอบ พบเจ้าหน้าที่รัฐทำไม่ถูกต้อง กสม. ก็จะถูกเล่นงานว่า ไปช่วย ‘คนร้าย’ กสม.ก็จะถูกประณามว่า ทีเจ้าหน้าที่รัฐถูกระทำ เงียบ แต่เมื่อคนร้ายถูกเจ้าหน้าที่รัฐ กระทำกลับช่วยคนร้าย

กสม. ไม่ได้ช่วยคนร้าย แต่ช่วยชาวบ้านบริสุทธิ์ ที่ถูกกล่าวหาเป็นคนร้าย

ในสายตาคนทั่วไป มักจะเชื่อข้อมูลจากเจ้าหน้าที่รัฐเป็นหลัก โดยเฉพาะพื้นที่อ่อนไหวอย่าง 3 จังหวัดภาคใต้ รัฐบอกว่า ใครเป็นคนร้าย คนส่วนใหญ่ก็พร้อมจะเชื่อ ทำให้หลายกรณีชาวบ้านบริสุทธิ์ถูกผลักไปเป็นโจร

เพราะแค่สงสัยก็จับกุม ตรวจค้น นำตัวมาซักถามในค่ายทหาร ตามอำนาจพิเศษ แต่เมื่อถูกตีข่าว กระแสก็จะเชื่ออำนาจรัฐมากกว่า

เราจะเห็นว่า เมื่อคนพุทธเสียชีวิต กลายเป็นกระแสรุนแรง แต่เมื่อมุสลิมเสียชีวิตสังคมจะเฉย และกระแสจะรุนแรงมาก เมื่อพระมรณภาพ

กสม.อยู่ระหว่าง’เขาควาย’ ถูกกดดันจากหลายฝ่าย กรณีที่เกิดความรุนแรงกับเจ้าหน้าที่ก็ถูกกดดันจากฝ่ายเสียงส่วนใหญ่ของสังคม ให้จัดการกับคนร้าย ทั้งที่ไม่ใช่อำนาจของกสม. แต่เมื่อผู้บริสุทธิ์ ถูกกระทำ กสม.เข้าไปตรวจสอบ ก็ถูกเล่นงานว่า ช่วยโจร เข้าข้างโจร โดยสังคมที่ขาดสติ แยกแยะ มองความเป็นจริง

ด้วยกระแสเช่นนี้ จึงไม่แปลกที่ ‘อังคณา นีละไพจิตร’ ถูกเล่นงานมากที่สุดในโลกโซเชียล เพราะเธอเป็นมุสลิม ซึงที่ผ่านมาได้ลงไปตรวจสอบและพบการใช้อำนาจรัฐไม่เป็นธรรม และรุนแรงเกินเหตุ

อังคณา เป็นมุสลิม คนที่ถูกกล่าวหา เป็นมุสลิม การให้เกิดการเชื่อมโยงกัน เพือให้เกิดความเข้าใจผิด จึงเป็นเรื่องง่าย กระแสสังคมจึงรุมกันถล่ม โดยข้อมูลที่ไม่เป็นจริง

อย่างกรณีล่าสุด ที่มีการปิดล้อมสังหารกลุ่มคนร้าย ก็มีการนำคำพูดของ อังคณา ตั้งแต่นานมาแล้ว มาผสมโรง จนเกิดกระแสด่าทอที่รุนแรง

น่าสงสัยว่า เป็นการกระทำของอำนาจรัฐในพื้นที่ที่ต้องการทำลายกระบวรการตรวจสอบหรือไม่

กรณีของการบุกค้น และจับเด็ก 38 คนตรวจ DNA ที่มายอ ปัตตานี โดยที่ไม่มีความผิดอะไรเด็กซ้อมมวยออกกำลังกาย ก็ใส่ร้ายว่า ฝึกมวยเหมือนกลุ่มก่อการร้าย ไม่มีการขอโทษ ไม่มีการยอมรับว่า เป็นการกระทำที่ผิดพลาด ของเจ้าหน้าที่ มีแต่จะเบี่ยงเบนประเด็น หาความผิดให้ได้

เป็นตัวอย่างหนึ่งของการทำงานที่ผิดพลาดของเจ้าหน้าที่ เพื่อยืนยันความผิดพลาดให้เป็นความจริง ก็ต้องทำลายระบบการตรวจสอบ

กสม. จึงเป็นเป้าสังหาร
อำนาจรัฐไทย ช่างโหดร้ายเสียนี่กระไร