จากจับ’เด็กปอเนาะฝึกมือเปล่า’ บิ๊กโจ๊ก พูดบิดเบือนเป็น’ฝึกอาวุธ’ เจตนาเพื่ออะไร

1288

กรณี ทหารจับกุม เด็กปอเนาะชาวกัมพูชา 11 คน ข้อหาเข้าเมืองโดยผิดกฎหมาย ขณะกำลังฝึกการต่อส้ด้วยมือเปล่า ถูกบิ๊กโจ๊ก นำไปขยายความว่า ‘มีการฝึกอาวุธ’ มีเจตนาต้องการอะไร

ตามที่ หน่วยทหารพราน นำโดย พ.อ.สมคิด คงแข็ง ผบ.ฉก.ทพ.42 ได้สนธอกำลัง บุกเข้าไปในปอเนาะ ปอเนาะมัดรอลาดุลฟาละห์ อ.มายอ จ.ปัตตานี มีการรายงานในขณะเข้าไปจับกุมว่า มีการฝึกการต่อสู้ด้วยมือเปล่า จากนั้นได้ควบคุมตัว เด็กปอเนาะขาวกัมพูชาไปซักถาม 13 คน พร้อมเจ้าของปอเนาะ ข่าวต่อมา เหลือจำนวน 11 คน และได้มีการปล่อยตัวเจ้าของปอเนาะในอีก 3 วันต่อมาจากแรงกดดันของหลายๆฝ่าย

ผบ.ฉก.ทพ.42 ให้สัมภาษณ์ยืนยันว่า ได้รับแจ้งจากชาวบ้านว่ามีการฝึกร่างกายด้วยมือในปอเนาะ จึงเข้าไปปิดล้อมพบเป็นเด็กกัมพูชา 13 คน หนังสือเดินทางหมดอายุ และบางคนไม่มีหนังสือเดินทาง เข้ามาฝึกร่างก่ายด้วยมือเปล่าภายในปอเนาะ จึงได้นำมาสอบสวนที่ค่ายอิงคยุทธบริหาร

เหตุเกิดเมื่อ 29 มกราคม 2562

พ.อ.ปราโมทย์ พรหมอินทร์ โฆษก กอ.รมน.ภาค 4 สน. ได้แถลงในวันถัดมาว่า กอ.รมน.ภาค 4 สน. ได้จัดกำลังเข้าตรวจสอบและควบคุมตัวบุคคลต้องสงสัยซึ่งมีพฤติกรรมลักษณะ ‘เหมือนฝึกการต่อสู้ด้วยมือเปล่า’ ในช่วงกลางดึกบริเวณด้านหลังโรงเรียนปอเนาะมัดรอสาตูลฟาละห์ หมู่ที่4 ต.ถนน อ.มายอ จ.ปัตตานี เมื่อ 27 – 28 ม.ค.2562 พร้อมควบคุมตัวเจ้าของโรงเรียนและบุคคลต้องสงสัย รวม 13 คน มาทำการซักถามและตรวสอบพฤติกรรม ทั้งนี้ก่อนเข้าควบคุมตัวได้รับแจ้งจากแหล่งข่าวประชาชนว่าพบความผิดปกติ จึงได้เข้าตรวจสอบและเฝ้าสังเกตมาแล้วหลายครั้งตรวจพบพฤติกรรมลักษณะการต่อสู้ด้วยมือเปล่าในช่วงดึกห้วงเวลา 22.30 – 22.45 น. บริเวณด้านหลังโรงเรียนปอเนาะ ซึ่งไม่ใช่ห้วงเวลาและท่าทางของการออกกำลังกายของบุคคลทั่วไป

ทั้งผู้จับกุม และผู้เป็นโฆษกของหน่วยงานในพื้นที่ ยืนยันตรงกันว่า เป็นการเข้าไปตรวจค้นจับกุม จากพฤติกรรมฝึกการต่อสู้ด้วยมือเปล่า

แต่เมื่อถ้อยคำออกจากปาก’บิ๊กโจ๊ก’ พล.ต.ท.สุรเชษฐ์ หักพาล ผู้บัญชาการสำนักงานตรวจคนเข้าเมือ เมื่อวันที่ 2 กุมภาพันธ์ ทำไมกลายเป็นคนละเรื่อง จากฝึกด้วยมือเปล่า กลายเป็นเด็กกัมพูชาฝึกอาวุธ

น่าสงสัยว่า คำพูดของบิ๊กโจ๊ก มีจุดประสงค์อะไร

เวบไซด์ mgronline.com รายงานโดยอ้างคำพูด บิ๊กโจ๊ก กรณีมีคำสั่งให้ตำรวจด่านตรวจคนเข้าเมืองสระแก้ว และ ด่านตรวจคนเข้าเมืองปัตตานี รวม 10 นาย มาปฏิบัติราชการศูนย์ปฏิบัติการสำนักงานตรวจคนเข้าเมือง (ศปก.ตม) ว่า ได้ตั้งกรรมการตรวจสอบข้อเท็จจริงตำรวจทั้ง 10 นาย ว่า มีความบกพร่อง ละเลย หรือมีผลประโยชน์หรือไม่ ที่ปล่อยให้ชาวกัมพูชา 11 คน ซึ่งใช้วีซ่าท่องเที่ยวเข้าในประเทศไทยผ่านทางด่านคลองลึก จ.สระแก้ว และเดินทางไปอยู่ที่โรงเรียนปอเนาะแห่งหนึ่งใน จ.ปัตตานี แล้วเพิ่งถูกตำรวจภูธร จ.ปัตตานี และทหารจับได้ขณะฝึกการต่อสู้ใช้อาวุธภายในปอเนาะ เมื่อวันที่ 29 ม.ค. ที่ผ่านมา

ย้ำตรงนี้ บิ๊กโจ๊ก พูดว่า ‘ทหารจับได้ขณะฝึกการต่อสู้ใช้อาวุธภายในปอเนาะ’ ซึ่งตรงกันข้ามอย่าสิ้นเชิงกับที่ทหารในพื้นที่แถลง

บิ๊กโจ๊กยังขยายความว่า ชาวกัมพูชากลุ่มนี้เข้ามาเพียง 11 คน ถือวีซ่าท่องเที่ยวเข้ามา โดยตามกฎหมายวีซ่าจะมีอายุเพียง 15 วัน และต่อได้อีก 1 ครั้ง อีก 15 วัน กลับพบว่า บางคนในกลุ่มนี้อยู่เกินกำหนดอนุญาต หรือ โอเวอร์สเตย์ ถึง 500 กว่าวัน ปีกว่าเกือบ 2 ปี ซึ่งไม่ปกติแน่นอน

พล.ต.ท.สุรเชษฐ์ ยังพูดว่า สาเหตุที่ต้องย้ายตำรวจ ตม. ทั้ง 10 นาย เนื่องจากพบว่า ชาวกัมพูชาทั้ง 11 คน เข้ามาทางด่าน ตม.คลองลึก โดยปกติแล้วการเป็นตำรวจตรวจคนเข้าเมือง ต้องรู้จักสังเกตลักษณะบุคคลที่เป็นภัยต่อความมั่นคง หากมีลักษณะหรือข้อสงสัยก็มีอำนาจในการไม่อนุญาตให้เข้าเมือง นอกจากนี้ โดยปกติการเข้าเมืองของนักท่องเที่ยว จะต้องแจ้งโรงแรมที่พักและเจ้าหน้าที่ก็ต้องตรวจสอบว่า นักท่องเที่ยวเข้าพักอยู่ในที่พักตามแจ้งหรือไม่ แต่กรณีนี้แสดงว่าไม่ตรวจสอบ ส่วนตำรวจตม.ปัตตานี นั้น ถือว่าเป็นปลายทาง ต้องกวดขันตรวจสอบผู้ที่อยู่ในประเทศเกินกฎหมายกำหนดแต่กลับละเลยให้ทั้ง 11 คนไปซ่องสุมฝึกการต่อสู้ได้อยู่ตั้งนาน แบบนี้บกพร่องหรือไม่ ยืนยันว่าในการสืบสวนข้อเท็จจริงจะให้ความเป็นธรรม

ย้ำอีกกับคำพูด บิ๊กโจ๊กว่า ‘ละเลยให้ทั้ง 11 คนไปซ่องสุมฝึกการต่อสู้ได้อยู่ตั้งนาน’

บิ๊กโจ๊ก ยังขยายความต่อว่า จะต้องตรวจสอบขยายผลว่า ทั้ง 11 คน เดินทางไปถึง จ.ปัตตานี ได้อย่างไร มีชาวไทยหรือชาวต่างชาติคนใดให้การช่วยเหลือในการกระทำความผิดหรือไม่ ขณะนี้จากการสืบสวนทราบว่า ทั้ง 11 คน ได้รับการว่าจ้างให้ไปอยู่ที่ จ.ปัตตานี เพื่อทำอะไรบางอย่าง อาจเป็นลักษณะนั้น กำลังซักถามสืบสวน และว่า ขณะนี้หน่วยความมั่นคงอยู่ระหว่างขยายผลว่าชาวกัมพูชาทั้ง 11 คน ไปทำอะไร ฝึกอาวุธเพื่ออะไร มีใครเกี่ยวข้องหรือไม่

ไม่เพียงคำพูดว่า เด็กกัมพูชาฝึกอาวุธ แต่บิ๊กโจ๊กยังขยายความไปถึงว่า ฝึกอาวุธเพื่ออะไร และใครเป็นคนจ้าง

ความจริงแลว กรณีการบุกปอเนาะที่มายอ ได้ข้อยุติที่หลายฝ่าย ให้ข้อมูลตรงกันว่า ปอเนาะไม่มีส่วนเกี่ยวข้องกับขบวนการก่อความรุนแรง มีการปล่อยเจ้าของปอเนาะออกมาแล้ว หลังจากมีการคุมตัววักถาม 2 วัน กรณีของเด็กกัมพูชา การเข้ามาเรียนปอเนาะในประเทศไทย เป็นเรื่องปกติ ที่มีมายาวนาน ไม่เพียงแต่ใน 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้ แม้แต่ในกทม. ก็มีจำนวนหนึ่ง เหมือนที่เด็กไทยไปเรียนที่อินโดฯ มาเลเซีย ปากีสถาน ซาอุฯ เป็นต้น ไม่มีความผิดปกติอะไร

การออกมาขยายความของ ‘บิ๊กโจ๊ก’ ด้วยคำพูดว่า เด็กเข้ามาฝึกอาวุธ จึงเป็นการบิดเบอนข้อมูล และสร้างความเข้าใจผิดให้กับสังคม ไม่เพียงคนไทย แต่รวมไปถึงคนกัมพูชาด้วย

อย่าลืมว่า บิ๊กโจ๊ก เป็นคนใกล้ชิดของบิ๊กป้อม ที่ดูแลด้านความมั่นคง คำพูดที่บิดเบือนนี้ อาจจะนำไปสู่การดำเนินการที่จะสร้างปัญหาต่อคน 3 จังหวัดในอนาคตได้

‘บิ๊กโจ๊ก’ มีเจตนาอะไร จึงบิดเบือนข้อเท็จจริง เพื่อให้สถานการณ์ วุ่นวายมากขึ้น