เสนอไทย “พุทธ-มุสลิม”กำหนด ชะตาชีวิตตัวเอง ยกแนวทาง”ดับไฟใต้”เป็นวาระชาติ

37

“ทวี สอดส่อง”นำส.ส.พรรคประชาชาติ สวดศพ ชรบ.ยะลา ยกย่องเป็นวีรบุรุษ แนะดันปัญหาจชต.เป็นวาระแห่งชาติ  เน้นใช้กำลังตร.มากกว่าทหาร สนับสนุน ประชาชนในพื้นที่ กำหนดรูปแบบการใช้ชีวิตด้วยตัวเอง ไม่ใช่มาจากภาครัฐฝ่ายเดียว

เมื่อเวลา 19.00 น.วันที่ 8 พ.ย.62 พ.ต.อ.ทวี สอดส่อง เลขาธิการพรรคประชาชาติ และ อดีตเลขาธิการ ศูนย์อำนวยการกองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายใน (ศอ.บต.) เป็นประธานในพิธีสวดพระอภิธรรมศพผู้เสียชีวิตจากเหตุคนร้ายกราดยิงป้อมชุดรักษาความปลอดภัยหมู่บ้าน (ชรบ.) เป็นพุทธศาสนิกชน 13 คน มุสลิม 2 คน จากทั้งหมด 15 คน โดยผู้เสียชีวิตมุสลิมได้ประกอบพิธีฝังศพที่กุโบร์เรียบร้อยแล้ว ขณะพุทธศาสนิกชนตั้งศพบำเพ็ญกุศล ที่ วัดลำพะยา อำเภอเมือง จังหวัดยะลา โดย พ.ต.อ.ทวี เดินทางพร้อมด้วยนายอับดุลอายี สาแม็ง ส.ส.ยะลา พรรคประชาชาติ และทีมบริหารพรรค เพื่อให้กำลังใจแก่ครอบครัวผู้สูญเสีย

หลังเสร็จสิ้นการสวดพระอภิธรรมศพ พ.ต.อ.ทวี ให้สัมภาษณ์ว่า วันนี้ได้มาระลึกถึงผู้เสียชีวิตทั้ง 15 ท่าน ซึ่งเป็นประชาชนที่เสียสละออกมาปกป้องหมู่บ้านตนเอง เขาเป็นผู้ไม่มีอาวุธแต่อาสามารักษาความปลอดภัยบ้านเกิด ถือเป็นเป็นวีรบุรุษอย่างแท้จริง ประการสำคัญ คือ เรามาให้กำลังใจผู้ที่ยังมีชีวิตอยู่ ซึ่งมีสมาชิกในครอบครัวทั้งหมด 49 คน ในทางพุทธศาสนาการเกิดแก่เจ็บตายนั้นเป็นเรื่องปกติ แต่การตายจากเหตุการณ์ความไม่สงบนั้น เป็นความรับผิดชอบของสังคม

“ที่ผ่านมาเรามีบทเรียนเยอะซึ่งไม่ควรจะให้เกิดเหตุการณ์ลักษณะนี้ขึ้น จึงขอเรียนไปยังเจ้าหน้าที่ทหารตำรวจว่า เหตุการณ์นี้เป็นเรื่องสะเทือนใจ อยากจะให้นำความรู้ความสามารถทุ่มเทในการนำตัวผู้กระทำผิด มาดำเนินคดีตามกฎหมาย ประเทศไทยโดยเฉพาะสามจังหวัดใต้ ได้รับการยอมรับจากนานาชาติเป็นอันดับต้นๆของโลกในเรื่องการช่วยเหลือเยียวยาและฟื้นฟู ผู้ได้รับผลกระทบ”

พ.ต.อ.ทวี กล่าวว่า สำหรับชุมชนลำพะยา จะต้องได้รับการเยียวยาชุมชนและจิตใจด้วย เช่นที่วัดพรหมประสิทธิ์ หรือที่บ้านไอร์ปาแย เราได้เคยเยียวยาประชาชนคนละ 7,500,000 บาท รัฐต้องกล้าดูแล เราเป็นคนไทยด้วยกันจะต้องทำเพื่อประชาชน และสำคัญที่สุด จะต้องไม่มีเหตุการณ์ลักษณะนี้เกิดขึ้นอีก การดำเนินคดี ต้องทำไปอย่างตรงไปตรงมา เพราะสามจังหวัดภาคใต้คนตายไม่มีสาเหตุ ไม่มีปัญหาขัดแย้งกับใครก็ตายได้ ดังนั้นสาเหตุที่แท้จริงคือเพราะรัฐไม่เข้าใจ จึงต้องแก้ไข และทุกคนอยากให้สันติสุข สันติภาพ ความรัก ความสามัคคี เกิดขึ้น

พ.ต.อ.ทวี กล่าวอีกว่า ในพื้นที่จังหวัดใช้แดนภาคใต้มี ผู้นับถือศาสนาพุทธเป็นส่วนน้อย เราก็เข้าใจความรู้สึกของผู้นับถือศาสนาพุทธ บางครั้งก็ตกเป็นเป้าหมาย ซึ่งการดูแลพื้นที่ ต้องดูแลให้มีความเสมอภาค โดยไม่ยึดจากจำนวนคน ต้องให้ความสำคัญกับทุกศาสนาอย่างเท่าเทียมกัน

“การแก้ปัญหาภาคใต้ ต้องไม่มีอคติกัน ต้องยึดถือว่าเราทุกคนเป็นพลเมืองไทยด้วยกัน การแก้ปัญหาระยะยาวจะต้องนำยกเป็นวาระแห่งชาติ ไม่ใช่พอเกิดเหตุแล้วใช้อารมณ์ เรามีกฎหมาย เรามีงบประมาณ เราทุ่มเทซื้ออาวุธไปจำนวนมาก ใช้งบประมาณเป็นหมื่นล้าน แต่บางทีเราอาจจะต้องใช้ปัญญาแก้ปัญหาด้วย ให้ประชาชนทั้งพุทธและมุสลิมมีส่วนร่วมกำหนดชะตาชีวิตตนเอง โดยเฉพาะพี่น้องชาวพุทธ เพราะจู่ๆเขาก็ถูกฆ่าตาย เราต้องนำปัญหาภาคใต้เป็นปัญหาของทุกคน ผมเห็นว่าถึงเวลาแล้วที่จะต้องให้ประชาชนมีส่วนร่วมแก้ปัญหา เพราะหากใช้กำลังความมั่นคงอย่างเดียว เขาเป็นข้าราชการ สุดท้ายเขาก็ออกไปจากพื้นที่ แต่ประชาชนยังต้องอยู่ในพื้นที่เพราะเป็นบ้านของเขา”พ.ต.อ.ทวี กล่าว

ผู้สื่อข่าวถามถึงเรื่องแนวคิดการถอนกำลังทหารออกจากพื้นที่ พ.ต.อ.ทวี กล่าวว่า หากถอนกำลังทหารออกไป พี่น้องชาวไทยพุทธก็จะอยู่กันอย่างหวาดระแวง แต่เราจะต้องจัดรูปแบบ เช่น บางพื้นที่ให้มีกำลังของตำรวจเป็นหลักและทหารคอยสนับสนุน กฎหมายพิเศษจะต้องไม่ละเมิดสิทธิคนอื่น การจับกุมคนร้าย แต่ไปละเมิดสิทธิคนอื่น จะกลายเป็นเรื่องใหญ่ คิดว่ารูปแบบกฎหมายที่เหมาะสมก็คือให้นำกฎหมายพิเศษทั้งสามฉบับมาบูรณาการกัน ว่าเจ้าหน้าที่จะทำได้แค่ไหน และจะทำอย่างไรหากประชาชนรู้สึกว่าไม่ได้รับความเป็นธรรม จะมีช่องทางให้เขาได้เข้าถึงความยุติธรรมตรงนี้เรื่องสำคัญ