หน้าแรก เศรษฐกิจ/ธุรกิจ “นิพนธ์” ขอบคุณ “ศอ.บต.” ยื่นมือ เข้าช่วยเหลือ “เครือข่ายต้มยำกุ้ง” ในมาเลเซีย

“นิพนธ์” ขอบคุณ “ศอ.บต.” ยื่นมือ เข้าช่วยเหลือ “เครือข่ายต้มยำกุ้ง” ในมาเลเซีย

‘นิพนธ์ บุญญามณี’ รองหน.พรรค ปชป. ขอบคุณ ‘ศอ.บต.’ เข้าช่วยเหลือ‘เครือข่ายต้มยำกุ้ง’ในมาเลเซีย หลังจาก กระทรวงต่างประเทศ รับข้อเสนอ ศอ.บต.ไปแก้ไข ทั้งความสะดวกในการทำ working permit และ ปัญหากฎหมายต่างๆ

วันที่ 8 ม.ค.2566 นายนิพนธ์ บุญญามณี รองหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ (ปชป.) กล่าวถึงกรณีที่ ศูนย์อำนวยการบริหารจังหวัดชายแดนภาคใต้ (ศอ.บต.) ได้ดำเนินการช่วยเหลือและแก้ไขปัญหาแรงงานในประเทศมาเลเซีย (แรงงานต้มย้ำกุ้ง) ว่า เมื่อวันที่ 19 ธ.ค.2565 ที่ผ่านมา ได้มีการประชุมคณะกรรมการยุทธศาสตร์ด้านการพัฒนาจังหวัดชายแดนภาคใต้ (กพต.) ที่ ม.สงขลานครินทร์ วิทยาเขตปัตตานี ตนได้เสนอในที่ประชุม ให้มีการเร่งรัดช่วยเหลือกลุ่มเครือข่ายร้านอาหารต้มยำกุ้งในประเทศมาเลเซีย เพราะถือเป็นคนไทยที่ไปทำงานต่างประเทศและส่งรายได้กลับมายังพื้นที่ชายแดนใต้ซึ่งส่งผลดีต่อระบบในพื้นที่

โดยวันนี้ข้อเสนอในหลายๆ เรื่อง ได้รับการแก้ไขดำเนินการ ได้แก่ 1.ให้กระทรวงการต่างประเทศเป็นหน่วยงานหลักในการวางระบบการจัดการศึกษาให้แก่แรงงานไทยในประเทศมาเลเซีย โดยนำหลักสูตรการศึกษา กศน.หรือหลักสูตรอื่นๆ ที่มีความสอดคล้องกับอาชีพและสามารถนำไปต่อยอดทางอาชีพได้ เพื่อสนับสนุนให้เข้าถึงการศึกษาขั้นพื้นฐานที่เหมาะสมได้ พร้อมทั้งการจัดระบบการเรียนภาษาไทยหรือการเพิ่มทักษะการใช้ภาษาไทยขั้นพื้นฐานให้สามารถสื่อสารได้

นายนิพนธ์ กล่าวต่อว่า 2.ให้กระทรวงการต่างประเทศ โดยกรมเอเซียตะวันออกเฉียงใต้ เป็นหน่วยงานหลักที่จะผลักดันการทำความตกลงระหว่างประเทศในหว่างรัฐบาลกับรัฐบาล (G to G) โดยเฉพาะประเด็นการกำหนดมาตรฐานและการกำหนดราคาค่าธรรมเนียมสำหรับการทำ working permit ในสาขาแรงงานแต่ละประเภท เพื่อช่วยเหลือในการลดภาระค่าใช้จ่ายของผู้ประกอบการและแรงงานรวมทั้งลดปัญหาแรงงานผิดกฎหมาย และ

3.ให้กระทรวงการต่างโดยสถานเอกอัครราชทูต หรือสถานกงสุลใหญ่ มีกิจกรรมที่เป็นการดูแลคุณภาพชีวิตและการช่วยเหลือคนไทยในประเทศมาเลเซีย เช่น การจัดกิจกรรมเพื่อให้ตัวแทนเครือข่ายของแรงงานสามารถมีโอกาสเข้าร่วมกิจกรรมสำคัญทางศาสนา หรือเทศกาล เพื่อเป็นการสร้างความรู้สึกเป็นคนไทย ที่สามารถเข้าถึงและสามารถมีสานสัมพันธ์ที่ดีกับภาครัฐ ทั้งนี้ การดำเนินการดังกล่าวต้องขอขอบคุณศูนย์อำนวยการบริหารจังหวัดชายแดนภาคใต้ และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องที่ได้เร่งรัดดำเนินการได้อย่างรวดเร็ว.