“อนุทิน” หนุน “ไทย-อินเดีย” กระชับความร่วมมือ ด้านวิจัยยาและเวชภัณฑ์

119

“ไทย-อินเดีย” กระชับความร่วมมือ การวิจัย ยาและเวชภัณฑ์ “อนุทิน” หนุน 3 ประเด็นด้านสุขภาพเพิ่มจุดแข็ง 2 ประเทศ ชื่นชมอินเดีย เป็นประธาน G20 ชูโลกหนึ่งเดียว ไม่แบ่งแยกการพัฒนา

น.ส.ไตรศุลี ไตรสรณกุล รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี กล่าวว่า เมื่อวันที่ 17 ม.ค. 66 ระหว่างเข้าร่วมการประชุม World Economic Forum (WEF) ที่เมืองดาวอส-คลอสเตอร์ สมาพันธรัฐสวิส นายอนุทิน ชาญวีรกูล รองนายกรัฐมนตรีและรมว.สาธารณสุข ได้พบหารือกับ นายมานซุกร์ ลัคมาน มันดาวิยา (Mansukh Laxman Mandaviya) รมว.สวัสดิการสาธารณสุขและครอบครัว (Minister for Health and Family Welfare) และ รมว.เคมีภัณฑ์และปุ๋ย (Minister for Chemicals and Fertilizers) อินเดียนายอนุทิน และ นายมานซุกร์ ได้หารือถึงแนวทางที่ไทยและอินเดียจะกระชับความร่วมมือกันเพิ่มขึ้น ในประเด็นสาธารณสุข การวิจัย ยา และเวชภัณฑ์ จากปัจจุบันที่ 2 ประเทศมีความร่วมมือผ่านกรอบพหุภาคีและทวิภาคีต่างๆ ซึ่งเฉพาะความร่วมมือด้านสาธารณสุข ปัจจุบันไทยและอินเดียมีความร่วมมือผ่านบันทึกความร่วมมือ(MOU) 2 ฉบับ ได้แก่ MOU ระหว่างกรมการแพทย์และ Indian Council of Medical Research เพื่อร่วมกันการวิจัยทางสุขภาพและทางการแพทย์ และ MOU ระหว่างกรมการแพทย์แผนไทยและการแพทย์ทางเลือกกับสถาบันอายุรเวทแห่งชาติ เมืองชัยปุระ ในการร่วมมือทางวิชาการสาขาการแพทย์อายุรเวทและการแพทย์แผนไทย

น.ส.ไตรศุลี กล่าวว่า ระหว่างหารือนายอนุทินชื่นชมต่อประเด็นด้านสุขภาพ 3 ประเด็นที่รัฐบาลอินเดียกำลังให้ความสำคัญในขณะนี้ ซึ่งสอดคล้องกับการขับเคลื่อนด้านสุขภาพที่รัฐบาลไทยให้ความสำคัญ และมีความยินดีหากทั้ง 2 ประเทศจะได้ร่วมมือกันทั้ง 3 ประเด็น ได้แก่1) การป้องกันภาวะฉุกเฉินด้านสุขภาพ การเตรียมการ และการตอบสนอง
2) การแก้ปัญหาด้วยสาธารณสุขดิจิทัลเพื่อเสริมสร้าง และพัฒนาการให้บริการสุขภาพเพื่อสนับสนุนหลักประกันสุขภาพถ้วนหน้าและเป้าหมายการพัฒนาที่ยั่งยืน และ
3) การเสริมสร้างความร่วมมือภาคเภสัชกรรม เพื่อให้มีมาตรการตอบโต้ทางการแพทย์ เช่น วัคซีน การบำบัดรักษา และการวินิจฉัย โดยเน้นที่คุณภาพ การเข้าถึง และความสามารถในการจ่ายเงิน

น.ส.ไตรศุลี กล่าวว่า รองนายกรัฐมนตรียังได้ขอบคุณที่รัฐบาลอินเดียได้มอบเครื่องผลิตออกซิเจน (Oxygen Concentrator) จำนวน 300 เครื่อง และวัคซีน Covovax ซึ่งเป็นวัคซีนเทคโนโลยีแบบโปรตีนเบสจำนวน 200,000 โดส แก่รัฐบาลไทยในช่วงที่เกิดการแพร่ระบาดของโควิด-19 และได้แลกเปลี่ยนถึงความคืบหน้าในการพัฒนาวัคซีนโควิด-19 ในประเทศไทยพร้อมกันนี้ นายอนุทิน ได้แสดงความยินดีในโอกาสที่อินเดียเข้ารับตำแหน่งเป็นประธาน G20 ในปี 66 และชื่นชมต่อวิสัยทัศน์ของอินเดียในช่วงการเป็นประธาน ที่จะให้ความสำคัญกับหัวข้อ One Earth, One Family, One Future นั่นคือมองโลกเป็นเพียงหนึ่งเดียวโดยไม่ต้องการแบ่งแยกประเทศพัฒนาแล้วกับประเทศกำลังพัฒนา เพื่อการร่วมมือกับทุกประเทศในการสร้างอนาคตที่ดีร่วมกัน โดยอินเดียมีกำหนดจัดประชุมระดับผู้นำ G20 ณ กรุงนิวเดลี ระหว่างวันที่ 9 – 10 ก.ย. 66 ซึ่งรองนายกรัฐมนตรีได้อวยพรให้อินเดียประสบความสำเร็จกับการประเป็นประธาน G20 ในปีนี้ด้วย