ฝ่ายค้าน ยื่น “ชวน” ให้ส่งศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัยความเป็นรมต. “ศักดิ์สยาม”

56

“ชลน่าน ศรีแก้ว” นำทีมพรรคร่วมฝ่ายค้าน ยื่นหนังสือถึงประธานสภาฯ ให้ส่งเรื่องไปยังศาลรัฐธรรมนูญ วินิจฉัยความเป็นรัฐมนตรีของ “ศักดิ์สยาม ชิดชอบ” สิ้นสุดลงตามรัฐธรรมนูญหรือไม่ ปมซุกหุ้นกว่า 100 ล้าน

วันที่ 7 ก.พ. 2566 ที่อาคารรัฐสภา นายแพทย์ชลน่าน ศรีแก้ว ผู้นำฝ่ายค้านในสภาผู้แทนราษฎร และ ส.ส. พรรคฝ่ายค้าน ประกอบด้วย พรรคก้าวไกล พรรคประชาชาติ และพรรคเสรีรวมไทย แถลงข่าว ขอให้ประธานสภาผู้แทนราษฎรเสนอเรื่องไปยังศาลรัฐธรรมนูญเพื่อวินิจฉัยว่าความเป็นรัฐมนตรีของนายศักดิ์สยาม ชิดชอบ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม สิ้นสุดลงเฉพาะตัว ตามรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทยมาตรา 170 (5) ประกอบมาตรา 187 โดยมีนายสุกิจ อัถโถปกรณ์ ที่ปรึกษาประธานสภาผู้แทนราษฎร เป็นตัวแทน นายชวน หลีกภัย ประธานสภาผู้แทนราษฎร เป็นผู้รับมอบด้วยปรากฏข้อเท็จจริงว่านายศักดิ์สยาม ชิดชอบ ก่อนเข้ารับตำแหน่งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร เมื่อวันที่ 25 พ.ค. 2562 และ ก่อนเข้ารับตำแหน่งรัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม เมื่อวันที่ 10 ก.ค. 2562 มีอาชีพประกอบกิจการรับเหมาก่อสร้าง จดทะเบียนเป็นห้างหุ้นส่วนจำกัด บุรีเจริญคอนสตรัคชั่น โดยมีตำแหน่งเป็นหุ้นส่วนผู้จัดการ และ มีอาชีพประกอบกิจการทำโรงโม่หิน ได้จดทะเบียนจัดตั้งเป็น บริษัทศิลาชัย บุรีรัมย์ (1991) จำกัด โดยเป็นกรรมการผู้มีอำนาจกระทำการแทนบริษัท ต่อมาได้ลาออกจากการเป็นกรรมการบริษัทเมื่อ วันที่ 9 เม.ย. 62 ส่วนห้างหุ้นส่วนจำกัด บุรีเจริญ คอนสตรัคชั่น นายศักดิ์สยาม ชิดชอบ ได้ทำการโอนหุ้นในห้างหุ้นส่วนจำกัด บุรีเจริญคอนสตัคชั่นให้กับ นายศุภวัฒน์ เกษมสุทธิ์ เมื่อวันที่ 26 ม.ค. 61 จำนวน 119,500,500 บาท

แต่จากข้อมูลและพยานหลักฐานน่าเชื่อว่าการโอนหุ้นในห้างหุ้นส่วนจำกัด บุรีเจริญคอนสตัคชั่น ให้กับ นายศุภวัฒน์ เกษมสุทธิ์ ดังกล่าวเป็นนิติกรรมอำพราง หรือ เป็นการแสดงเจตนาลวง เพื่อหลีกเลี่ยงไม่ปฏิบัติตามบทบัญญัติของรัฐธรรมนูญและกฎหมายที่กำหนด ห้ามผู้ดำรงตำแหน่งรัฐมนตรีเป็นหุ้นส่วนหรือผู้ถือหุ้นในห้างหุ้นส่วนหรือบริษัทคงไว้ ซึ่งความเป็นหุ้นส่วน หรือ ผู้ถือหุ้นในห้างหุ้นส่วน หรือ บริษัทเกินกว่าจำนวนที่กำหนดไว้ โดยแท้จริงแล้ว นายศักดิ์สยาม ชิดชอบ ยังคงไว้ซึ่งความเป็นหุ้นส่วนในห้างหุ้นส่วนจำกัดบุรีเจริญคอนสตัคชั่น จำนวน 119,500,000 บาท ดังกล่าวโดยไม่เปลี่ยนแปลง การโอนหุ้นส่วนของตนให้นายศุภวัฒน์ เกษมสุทธิ์ เป็นเพียงการให้ ถือหุ้นแทนเท่านั้น นายศักดิ์สยาม ชิดชอบ ยังคงเป็นเจ้าของและเป็นหุ้นส่วนในห้างหุ้นส่วนจำกัดบุรีเจริญคอนสตรัคชั่น และมีอำนาจบริหารกิจการของห้างหุ้นส่วนจำกัดบุรีเจริญคอนสตรัคชั่น ในทางข้อเท็จจริงอย่างต่อเนื่อง การกระทำของนายศักดิ์สยาม ชิดชอบ ดังกล่าวจึงเป็นการต้องห้ามตามรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทยมาตรา 187 ประกอบมาตรา 4 (1) แห่งพระราชบัญญัติการจัดการหุ้นส่วนและหุ้นของรัฐมนตรี พ.ศ. 2543

ต่อมาเมื่อวันที่ 10 ก.ค. 62 นายศักดิ์สยาม ชิดชอบ ได้ดำรงตำแหน่งรัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม ถือเป็นการกระทำอันเป็นการต้องห้ามตามรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย มาตรา 187 ประกอบมาตรา 4 (1) แห่งพระราชบัญญัติการจัดการหุ้นส่วนและหุ้นของรัฐมนตรี พ.ศ. 2543 จึงทำให้ความเป็นรัฐมนตรีของนายศักดิ์สยาม สิ้นสุดลงเฉพาะตัวตามรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย มาตรา 170 (5) ประกอบมาตรา 187 ตั้งแต่วันที่ 10 ก.ค. 62 ซึ่งเป็นวันที่ นายศักดิ์สยาม ได้รับโปรดเกล้าฯ แต่งตั้งให้ดำรงตำแหน่งรัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคมแล้ว จึงส่งเรื่องยังประธานสภาผู้แทนราษฎร เพื่อขอให้ส่งคำร้องนี้ไปยังศาลรัฐธรรมนูญเพื่อพิจารณาวินิจฉัยว่าความเป็นรัฐมนตรีของนายศักดิ์สยาม สิ้นสุดลงหรือไม่

ด้าน นายปกรณ์วุฒิ อุดมพิพัฒน์สกุล ส.ส.พรรคก้าวไกล กล่าวว่า เรื่องดังกล่าวเป็นการตรวจสอบการทำงานฝ่ายบริหาร ตามกระบวนการประชาธิปไตย ไม่ได้เป็นการกลั่นแกล้งแต่อย่างใด หรืออคติ ขณะที่พล.ต.อ.ทวี สอดส่อง ส.ส.พรรคประชาชาติ กล่าวเพิ่มเติมว่า ข้อมูลทั้งหมดที่ปรากฏอยู่มีหลักฐานชัดเจน เป็นเรื่องของการขัดกันแห่งผลประโยชน์ตามที่รัฐธรรมนูญบัญญัติ ฝ่ายค้านจึงจำเป็นต้องทำหน้าที่ในการตรวจสอบเพื่อให้เป็นไปตามหลักนิติธรรม.