กลาโหม งัด 2 กฎเหล็ก ทำคู่มือเลือกตั้งของทหาร ตีกรอบ พรรคหาเสียงในค่าย

70

กลาโหมงัด 2 กฎเหล็ก ทำคู่มือเลือกตั้งของทหาร ตีกรอบพรรคหาเสียงในค่าย ยันกองทัพเป็นกลาง ขอให้แยกแยะ ‘บิ๊กตู่’ สังกัดพรรค ทำทหารถูกเพ่งเล็ง ชี้เป็นเรื่องปกติ

วันที่ 24 ก.พ.2566 ที่กระทรวงกลาโหม พล.อ.คงชีพ ตันตระวาณิชย์ โฆษกกระทรวงกลาโหม กล่าวถึงการเตรียมพร้อมของหน่วยงานสังกัดกระทรวงกลาโหม และเหล่าทัพในการสนับสนุนการเลือกตั้ง และการวางตัวของกองทัพว่า กองทัพยึดข้อบังคับกระทรวงกลาโหม ปี 2549 และมติครม.ปี 2562 เกี่ยวกับการสนับสนุนสถานที่หาเสียงและเลือกตั้ง การจัดสถานที่ติดตั้งป้ายหาเสียง ไม่ให้กำลังพลวิจารณ์การกระทำฝ่ายการเมืองและไม่แสดงออกโดยตรงถึงผู้สมัคร

เรื่องดังกล่าวจะประชุมภายในเหล่าทัพ เพื่อให้เป็นไปในแนวทางเดียวกัน รวมถึงพิจารณาว่าอำนาจตัดสินใจให้พรรคการเมืองเข้ามาหาเสียง จะเป็นผู้บังคับหน่วยระดับใด ซึ่งอาจเป็นผู้บัญชาการทหารสูงสุด หรือปลัดกระทรวงกลาโหม นำประชุม รวมถึงเรื่องกรอบการหาเสียงจะทำได้แค่ไหน เพื่อไม่เกิดความเหลื่อมล้ำและให้มีความเท่าเทียมกับทุกพรรค โดยจะต้องหารือกับ กกต.ด้วย

“กองทัพเป็นกลางการเมือง ยึดหลักสามัคคี ไม่ขัดแย้ง เป็นกองทัพทหารอาชีพ พร้อมทำงานภายใต้ทุกพรรคที่เข้ามาเป็นรัฐบาล”พล.อ.คงชีพ กล่าว

เมื่อถามว่าการเลือกตั้งครั้งนี้ รมว.กลาโหมในฐานะผู้บังคับบัญชา สังกัดพรรคแล้วนั้น พล.อ.คงชีพ กล่าวว่า ต้องแยกแยะ แต่เป็นเรื่องปกติ การเมืองเป็นแบบนี้ทุกยุคทุกสมัย ผู้นำรัฐบาล รัฐมนตรี ต่างมีสังกัดพรรค ซึ่งส่วนราชการต้องปฏิบัติตามมติ ครม. เกี่ยกกับแนวทางสนับสนุนการเลือกตั้ง ซึ่งกระทรวงกลาโหมมีข้อบังคับอยู่ด้วย

เมื่อถามย้ำว่ากรณีพล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกฯและรมว.กลาโหม เป็นทหารเก่า อดีต ผบ.ทบ. เคยทำรัฐประหาร จึงทำให้กองทัพถูกมองว่าจะเอนเอียงหรือไม่ พล.อ.คงชีพ ชี้แจงว่า โดยสถานะเราทำไม่ได้อยู่แล้ว ไม่ไปล้ำเส้นการเมือง เรื่องความกังวล ทุกคนมีได้ แต่ต้องดูการปฏิบัติที่ต้องอยู่ในกรอบที่เราทำได้ รวมทั้งการสนับสนุน กกต. เมื่อ กกต.ร้องขอมา เช่น กกต. ขอให้กองทัพสนับสนุนอะไรก็พร้อมสนับสนุน รวมทั้งการส่งเสริมประชาธิปไตยให้กำลังพลและครอบครัวกำลังพลไปใช้สิทธิ โดยเป็นอิสระ เลือกคนที่รัก พรรคที่ชอบได้

เมื่อถามว่าจะมีเอกสารรายละเอียดให้เหล่าทัพใช้เป็นคู่มือในการปฏิบัติหรือไม่ โฆษกกระทรวงกลาโหม กล่าวว่า เรามีหลักปฏิบัติตามมติ ครม.ปี 2562 และข้อบังคับกระทรวงกลาโหมอยู่แล้ว