หน้าแรก ในประเทศ หนักกว่าเดิม! “สมชัย” ชี้ มติ กกต. ตาม ม.151″พิธา” จงใจสมัครสส.ทั้งที่รู้ไม่มีสิทธิ

หนักกว่าเดิม! “สมชัย” ชี้ มติ กกต. ตาม ม.151″พิธา” จงใจสมัครสส.ทั้งที่รู้ไม่มีสิทธิ

อดีต กกต. “สมชัย ศรีสุทธิยากร” ชี้ กรณี กกต.มีมติรับเรื่อง “พิธา ลิมเจริญรัตน์” ถือหุ้นสื่อ เข้าข่าย มาตรา 151 เหตุรู้อยู่ว่า ไม่มีสิทธิสมัคร ส.ส.แต่ยังจงใจฝ่าฝืนปฏิบัติ

วันที่ 10 มิ.ย.2566 สืบเนื่องจากกรณี กกต. มีมติเป็นเอกฉันท์ 6 เสียง ไม่รับคำร้องกรณีนายพิธา ลิ้มเจริญรัตน์ หัวหน้าพรรคก้าวไกลและแคนดิเดตนายกรัฐมนตรี มีคุณสมบัติลักษณะต้องห้ามตามรัฐธรรมนูญในการสมัครรับเลือกตั้ง กรณีถือหุ้นไอทีวี 42,000 หุ้น เหตุคำร้องยื่นเกินระยะเวลาตามกฎหมายกำหนด แต่มีมติรับเรื่องไว้พิจารณาตามมาตรา 151 เหตุรู้อยู่แล้วว่าไม่มีสิทธิสมัครรับเลือกตั้งแต่ยังฝืน โดยจะมีการตั้งคณะกรรมการสืบสวนไต่สวนต่อไปนั้น

ล่าสุด นายสมชัย ศรีสุทธิยากร อดีตคณะกรรมการการเลือกตั้ง( กกต.) โพสต์ข้อความในเฟซบุ๊กว่า กกต. ไม่รับคำร้องหุ้นสื่อของ 3 นักร้อง แต่รับไว้เองในฐานะความปรากฏ เพื่อดำเนินคดี ตามมาตรา 151 ของ พ.ร.ป.ส.ส.

1. ไม่รับคำร้องของผู้ร้อง แต่รับเป็นความปรากฏ แปลว่า กกต.รับเป็นเจ้าภาพเอง

2. ดำเนินคดีอาญา ม. 151 คือ หาก กกต. พบว่า พิธา สมัครโดยขาดคุณสมบัติ กกต. แจ้งความดำเนินคดีผ่าน ตำรวจ อัยการ ไปศาลอาญาได้เลย ไม่ต้องพึ่งศาลรัฐธรรมนูญ โทษจำคุก 1-10 ปี ปรับ 20,000-200,000 บาท ตัดสิทธิการเมือง 20 ปี

3. การร้องคดีถือหุ้นสื่อยังร้องได้หลังมีการรับรอง ส.ส.แล้ว ตามมาตรา 82 ของรัฐธรรมนูญ โดย ส.ส. 50 คน หรือ ส.ว. 25 คน หรือ กกต.ร้องเองในฐานะความปรากฏเพื่อให้ศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัยเพิกถอนการเป็น ส.ส. และตัดการเป็นแคนดิเดตนายกรัฐมนตรี ได้อีกรอบ

4. สรุป หนักกว่าเดิมครับ