จับได้แล้ว!! กอ.รมน. ชี้แจงคืบหน้าคดีคนร้ายป่วนใต้ รวบแล้ว 2 ออกหมายจับอีก 3 ราย รู้ตัวทุกกลุ่มที่ก่อ

1193

เวลา 15.30 น. เมื่อ 25 เมษายน 2560 ณ กองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในภาค 4 ส่วนหน้า ต.เขาตูม อ.ยะรัง จ.ปัตตานี พันเอก ยุทธนาม เพชรม่วง รองโฆษก กองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในภาค 4 ส่วนหน้า แถลงถึงความคืบหน้าทางคดีคนร้ายก่อเหตุลอบวางระเบิดและเผาเสาไฟฟ้าและสายส่งสัญญาณโทรศัพท์จำนวนหลายจุด เมื่อวันที่ 6 และ 7 เมษายน 2560 ทำให้เกิดความเสียหายต่อทรัพย์สินของทางราชการ และความเดือดร้อนของพี่น้องประชาชน จากกรณีดังกล่าวทางรัฐบาลได้มีบัญชาให้เร่งรัดบังคับใช้กฎหมาย ตลอดจนนำผู้กระทำผิดมาลงโทษ ทาง พลเอกเฉลิมชัย สิทธิสาท ผู้บัญชาการทหารบก และ รองผู้อำนวยการรักษาความมั่นคงภายในราชอาณาจักรได้สั่งการให้ กองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในภาค 4 ส่วนหน้า บูรณาการร่วมกับกองกำลังตำรวจจังหวัดชายแดนภาคใต้ และส่วนราชการที่เกี่ยวข้อง รวบรวมพยานหลักฐานตลอดจนสถานการณ์ด้านการข่าว เพื่อปฏิบัติตามนโยบายของรัฐบาล

พลโทปิยวัฒน์ นาควานิช แม่ทัพภาคที่ 4 และผู้อำนวยการรักษาความมั่นคงภายในภาค 4 เผย ได้สั่งการให้ทุกส่วนเร่งรัดรวบรวมพยานหลักฐาน ตลอดจนหลักฐานทางนิติวิทยาศาสตร์ และกล้องวงจรปิด เพื่อบังคับใช้กฎหมายนำไปสู่ความคืบหน้าของคดี ดังนี้ 1. จุดเกิดเหตุในพื้นที่อำเภอมายอ จังหวัดปัตตานี การรวบรวมหลักฐานทางนิติวิทยาศาสตร์พบสารพันธุกรรม (DNA) ที่แผงวงจรจุดระเบิดตรงกับ นายมัฮหมูด หาแว ซึ่งนายมัฮหมูด หาแว ถูกจับกุมตัวในคดีอนาจารเมื่อวันที่ 5 เมษายน 2560 ก่อนเกิดเหตุหนึ่งวัน ปัจจุบันถูกคุมขังอยู่ที่เรือนจำจังหวัดนราธิวาส จากการสอบสวนเชื่อว่านายมัฮหมูด หาแว มีส่วนเกี่ยวข้องในการประกอบชุดวงจรระเบิด สำหรับใช้ในการประกอบระเบิดก่อนที่ จะถูกจับกุมตัว จากนั้นกลุ่มผู้ก่อเหตุรุนแรงได้นำวงจรระเบิดไปประกอบระเบิด และนำมาก่อเหตุ พนักงานสอบสวนจึงได้ขออนุมัติศาลออกหมายจับ ป.วิอาญา บุคคลดังกล่าวไว้แล้ว

2. จุดเกิดเหตุในพื้นที่ตำบลจะกว๊ะ อำเภอรามัน จังหวัดยะลา ตรวจพบสารพันธุกรรม (DNA) บริเวณแผงวงจรระเบิดตรงกับ นายอัสรีย์ โต๊ะเย๊ะ เจ้าหน้าที่ 3 ฝ่าย จึงได้ทำการควบคุมตัวตามกฎอัยการศึก เพื่อซักถามที่หน่วยเฉพาะกิจกรมทหารพรานที่ 46 เมื่อวันที่ 19 เมษายน 2560 ผลการซักถาม นายอัสรีย์ฯ ให้การว่าถูกชักชวนให้เข้าร่วมเป็นสมาชิกแนวร่วม และเมื่อวันที่ 3 เมษายน 2560 มีชายสองคนซึ่งเป็นสมาชิกกลุ่มผู้ก่อเหตุรุนแรงได้มาพบที่บ้าน และสั่งให้ทำแผงวงจรระเบิดจำนวน 3 ชุด หลังจากนั้นก็เกิดเหตุการณ์ในวันที่ 6 และ 7 เมษายน 2560 ซึ่งดีเอ็นเอของ นายอัศรีย์ฯ ไปปรากฏอยู่ในระเบิด ซึ่งวางเสาไฟฟ้าจึงเชื่อได้ว่าบุคคลดังกล่าวเป็นผู้เกี่ยวข้องกับเหตุการณ์ นำสู่การที่ศาลอนุมัติหมายจับ ป.วิอาญา เพื่อดำเนินการต่อไป

3. นอกจากนี้จากเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นในพื้นที่อำเภอสุไหงโกลก จังหวัดนราธิวาส จากการตรวจสอบสารพันธุกรรม (DNA) เชื่อมโยงถึงบุคคลผู้ประกอบระเบิดในพื้นที่อำเภอเมืองจังหวัดปัตตานี ซึ่งนำไปสู่การที่ศาลสามารถออกหมายจับ ป.วิอาญา ได้อีก 1 คน นอกจากนี้จากการรวบรวมหลักฐานทางพันธุกรรมพบความเชื่อมโยงเหตุระเบิดระหว่างวันที่ 6 – 7 เมษายน 2560 กับอีกหลายเหตุการณ์ซึ่งเป็นประโยชน์กับทางเจ้าหน้าที่ที่จะได้สืบหาผู้ก่อเหตุโดยการรวบรวมพยานหลักฐานเพิ่มเติมคาดว่าจะสามารถรวบรวมพยานหลักฐานและขยายผลสู่การออกหมายจับได้อีกหลายคน สรุปในขณะนี้สามารถออกหมายจับได้จำนวน 3 หมาย และควบคุมผู้กระทำผิดได้จำนวน 2 ราย และเชื่อว่าจากพยานหลักฐานตลอดจนการรวบรวมข้อมูลทางด้านการข่าวจะสามารถบังคับใช้กฎหมายได้อีกหลายราย

แม่ทัพภาคที่ 4 ได้เปิดเผยอีกว่า ยังคงยึดมั่นในนโยบายการบังคับใช้กฎหมายอย่างเคร่งครัด ทั้งนี้ทางผู้บัญชาการทหารบก ยังได้สั่งการให้ทุกหน่วยดูแลความปลอดภัยของพี่น้องประชาชน ตลอดจนบรรเทาความเดือดร้อนของพี่น้องประชาชน เรื่องการใช้ไฟฟ้าโดยด่วนซึ่งทาง พร้อมได้สั่งการให้ดำเนินการตามนโยบายดังกล่าว จนทำให้สามารถควบคุมสถานการณ์ ตลอดจนทำให้กระแสไฟฟ้ากลับมาใช้ได้ตามปกติโดยเร็วและยังคงเดินหน้าในเรื่องของการบังคับใช้กฎหมายต่อไป