“หมอวรงค์”ยื่นผู้ตรวจฯ เตือนนายกฯหยุดลอยตัวปล่อย”ทักษิณ” นอน รพ.แทนคุก

56

“หมอวรงค์” ยื่นผู้ตรวจการแผ่นดิน เตือนนายกฯ และคณะ หยุดลอยตัว ปล่อย “ทักษิณ” ใช้อภิสิทธิ์ นอน รพ.ตำรวจ 2 เดือน แต่ไม่แถลงอาการชัด ขัดระเบียบราชทัณฑื เทียบนักโทษลูกคนจน ผ่าสมอง 2 วัน ต้องเข้าคุกบอกรักษาได้ จับพิรุธ แพทย์ไม่แถลงเอง หวั่นผิดจริยธรรมถูกยึดใบอนุญาต

วันที่ 25 ต.ค.2566 เวลา 10.45 น. ที่ สำนักงานผู้ตรวจการแผ่นดิน นพ.วรงค์ เดชวิกรม ประธานพรรคไทยภักดีและคณะ ยื่นร้องเรียนต่อผู้ตรวจการแผ่นดินกรณีหน่วยงานของรัฐ ปล่อยปละละเลยการบังคับใช้กฎหมายกับนายทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี และบังคับใช้กฎหมายไม่เท่าเทียมกับคนอื่น โดยมี นายปิยะ ลือเดชกุล ผู้อำนวยการสำนักตรวจสอบเรื่องร้องเรียน สำนักงานผู้ตรวจการแผ่นดิน เป็นผู้รับเรื่อง ซึ่งกล่าวสั้นๆ ว่า จะนำเรื่องเสนอต่อประธานผู้ตรวจการแผ่นดินเพื่อพิจารณาโดยเร็ว

นพ.วรวงค์ กล่าวว่า การมาร้องผู้ตรวจการแผ่นดินครั้งนี้ เพื่อให้รวบรวมข้อมูลส่งไปยังนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีที่เกี่ยวข้อง ให้หยุดลอยตัวเหนือปัญหาและลงมาแก้ไขปัญหาที่เจ้าหน้าที่รัฐ ทำลายระบบนิติ รัฐนิติธรรมอย่างจงใจ กรณีไม่ปฏิบัติตามกฎหมายอย่างจริงจังกับนายทักษิณ ชินวัตร ที่มาถึงเมืองไทยตั้งแต่วันที่ 22 ส.ค. ที่ผ่านมา และถูกส่งเข้ารักษาที่โรงพยาบาลตำรวจทันที ทั้งๆ ที่ตามระเบียบของราชทัณฑ์ ระบุว่า ผู้ถูกคุมขัง หรือ นักโทษที่จะออกไปรักษาข้างนอก จะต้องผ่านกระบวนการรักษาของ รพ.ราชทัณฑ์ ก่อน แต่เราไม่เชื่อว่าคืนนั้น นักโทษชายท่านนี้ ไม่ได้ไปรักษาที่ราชทัณฑ์ เป็นการปฏิบัติข้ามขั้นตอน ไม่เป็นไปตามระเบียบกฎหมาย และจนถึงขณะนี้ รักษาที่ รพ.ตำรวจ 60 กว่าวัน การกระทำของคณะแพทย์และเจ้าหน้าที่กรมราชทัณฑ์ มีการปิดบังการรักษา โดยอ้าง พ.ร.บ.หลักประกันสุขภาพแห่งชาติ ทั้งที่สิ่งที่ต้องชี้แจง คือ นักโทษชายท่านนี้ ไม่ได้ไปรักษาที่ รพ.ตำรวจ เพราะ พ.ร.บ. ดังกล่าว แต่เป็นการส่งตัวไปโดยไม่เป็นไปตามระเบียบเงื่อนไขราชทัณฑ์ไม่สามารถรักษา

นพ.วรงค์ กล่าวต่อว่า ประเด็นที่เป็นจุดตาย ที่เป็นอันตรายต่อกฎหมายของประเทศคือ กฎระเบียบราชทัณฑ์กำหนดชัดเจนว่า ผู้ถูกคุมขังหรือนักโทษเมื่อไปรักษาที่โรงพยาบาลนอกราชทัณฑ์ ไม่มีสิทธิไปรักษาห้องพิเศษ แต่ปรากฏว่านักโทษชายท่านนี้ ได้รับเอกสิทธิ์ อภิสิทธิ์พิเศษเหนือกว่านักโทษคนอื่นๆ ที่ไปอาศัยห้องพิเศษชั้น 14 ซึ่งเป็นที่รับรู้ของประชาชนทั่วไปและสื่อมวลชน ดังนั้นจึงต้องรวบรวมข้อเท็จจริงเพื่อเสนอมายังประธานผู้จัดการแผ่นดิน ตามมาตรา 22 (3) ที่ให้ผู้ตรวจฯ รวลรวมข้อเท็จจริง เสนอต่อนายกฯ และคณะรัฐมนตรี และนำไปสู่การบังคับใช้กฎหมายอย่างเคร่งครัดของเจ้าหน้าที่รัฐ ตามมาตรา 53 ของรัฐธรรมนูญ 2560

“60 กว่าวันที่ผ่านมา ชัดเจนว่า จงใจ สมรู้ร่วมคิด ของราชทัณฑ์ และ รพ.ตำรวจ เป็นการทุจริตต่อหน้าที่ ไม่บังคับใช้กฎหมายอย่างจริงจัง จึงเป็นบทสรุปที่เสนอต่อผู้ตรวจการแผ่นดิน นายกฯ จะลอยตัวไม่ได้จะปล่อยให้นักโทษคนหนึ่งมีอภิสิทธิ์เหนือประชาชน เพราะรัฐธรรมนูญมาตรา 27 ระบุชัดว่า คนทุกคนมีสิทธิที่เสมอภาคเท่าเทียมกัน ไม่สามารถเลือกปฏิบัติได้ ไม่ว่าจะมีชาติกำเนิด อาชีพ เพศ ศาสนา สถานะทางสังคม หรือสถานทางเศรษฐกิจจะเลือกปฏิบัติไม่ได้ ถ้าปล่อยไว้นานเกินไป จะเป็นความเสียหายต่อระบบนิติรัฐ นิติธรรมของประเทศไทย” นพ.วรงค์ กล่าว

เมื่อถามว่านายกฯ มีการชี้แจงว่ามีการเจาะถึง 4 รู ที่หัวไหล่ นพ.วรงค์ กล่าวว่า เจาะอะไร ไม่เกี่ยว เพราะคำว่าออโธปิดิกส์ ในวงการแพทย์ กระทั่ง นพ.ชลน่าน ศรีแก้ว ซึ่งเป็นหมออยู่ในพรรคเพื่อไทย ได้ยินแล้วหัวเราะกันหมด ถ้ายังมีความเป็นหมออยู่ ถ้ารักษาเสร็จก็ต้องไปอยู่ไอซียูศัลยกรรมกระดูก แต่กลับไปอยู่แผนกผู้ป่วยโรคทางสมอง เท่ากับว่ากำลังแย่งที่คนไข้สมองหรือไม่

“เขาเป็นโรคหัวใจ ความดัน โรคปอด และโรคผู้สูงอายุ ผมเชื่อว่าคนไทยเป็นคนเอื้ออารี ป่วยอะไร ผ่าตัดอะไรก็ขอให้บอก อย่างตรงไปตรงมา ผ่าตัดหัวไหล่ ผ่าตัดกระดูกดอ็นหลัง กล้ามเนื้อมัดไหน ก็บอกประชาชนไปเลย แพทย์เขาแถลงได้อยู่แล้ว แต่คำอ้างเช่นนี้ เป็นการอ้างแบบกำกวม ไม่ตรงไปตรงมา รู้สึกว่า มีการร่วมกันปฏิบัติหน้าที่โดยทุจริต” นพ.วรงค์ กล่าว

เมื่อถามว่า หากประเมินทางการแพทย์การรักษา เจาะหัวไหล่ สอดคล้องกับอากรนายทักษิณ หรือไม่ นพ.วรงค์ กล่าวว่า นึกภาพแบบตรงไปตรงมา ก่อนเดินทางเข้ามา นายทักษิณ โชว์การชกกระสอบทราย ว่ายน้ำ แต่ค่ำนั้นป่วยหนักฉุกเฉิน รพ.ราชทัณฑ์ ในกรุงเทพฯ รักษาไม่ได้ ดูพฤติกรรม การกระทำ การเจ็บป่วยมันย้อนแย้ง สมัยที่เจ็บป่วยรักษาที่สิงคโปร์ ยังมีภาพออกมาโชว์เพื่อรายงานประชาชน วันนี้มานอนขนาดที่ รพ.ราชทัณฑ์ รักษาไม่ได้ ก็บอกประชาชนก็ได้ว่า รักษาส่วนไหน ผ่าตัดตรงไหน มีภาพให้ดูสักหน่อย ประชาชนอุ่นใจก็โอเค แต่การทำลับๆ ล่อๆ บ่งบอกว่า คุณไม่ตรงไปตรงมา

“ผมสันนิษฐานว่า ปกติการเจ็บป่วยจะมีคณะแพทย์ที่แถลงตรงไปตรงมา แม้แต่นายกฯ ป่วยเป็นหวัดก็มีแพทย์แถลงว่าเป็นหวัด แต่ครั้งนี้แพทย์ไม่แถลง ซึ่งผมเชื่อว่า แพทย์เขารับรู้ว่า ถ้าแถลงไปแล้วจะติดบ่วงเรื่องจริยธรรม จากการจงใจแถลงอะไรผิดๆ อาจถูกยึดใบประกอบวิชาชีพ จึงให้กรมราชทัณฑ์แถลง ซึ่งผิดปกติในการรักษาพยาบาล” นพ.วรงค์ กล่าวและว่า ตามระเบียบราชทัณฑ์ หากเป็นนักโทษคุมขังต้องรักษาไปเช้า เย็นกลับ ยกเว้นแพทย์มีความเห็นว่าจะต้องนอน รพ. ถึงนอนได้ ถ้าเกิน 30 วัน ต้องรายงานอธิบดีกรมราชทัณฑ์ หากเกิน 60 วัน อธิบดีฯ ต้องรายงานปลัดกระทรวงยุติธรรม เชื่อว่า เรื่องนี้ถ้าตรวจสอบอย่างตรงไปตรงมา จะมีประวัติการรักษาอย่างละเอียดว่าทำอะไรกับคนไข้บ้าง และบ่ายนี้จะไปยื่นต่อ ป.ป.ช. ถึงการกระทำของเจ้าหน้าที่ราชทัณฑ์และ รพ.ตำรวจ กำลังปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบ

เมื่อถามว่า หากนายทักษิณ ป่วยจริง การที่อยู่ รพ. 60 วัน จะทำอย่างไร นายวรงค์ กล่าวว่า ถ้าป่วยจริงไม่ยาก ก็แค่แถลงว่าหนักแค่ไหน ถึงขนาดที่ รพ.ราชทัณฑ์ รักษาไม่ได้ คนไข้พิษณุโลกผ่าตัดสมองยังอยู่ รพ. แค่ 2 วัน แต่นี่อยู่ 2 เดือนกว่า ยังรักษาไม่ได้ ดูมันเหลื่อมล้ำมากเกินไป แต่เชื่อว่าคนไทยมีจิตใจเอื้ออารี แถลงอย่างตรงไปตรงมา เจ็บไข้ได้ป่วยจริงๆ ดีไม่ดีจะได้ส่งกำลังใจให้อีก แต่ถ้าทำอะไรไม่ตรงไปตรงมา คนไทยรู้สึกว่าไม่ไหว คนที่มาวันนี้ก็เพราะอึดอัด.