“ธนกร” มั่นใจพรรคร่วมรบ.เดินหน้าได้ ฟันธง ก.ก.นิรโทษกรรม แก้ม.112 ไม่สำเร็จ

20

“ธนกร วังบุญคงชนะ” รองหัวหน้าพรรครทสช. มั่นใจ รัฐบาลพรรคร่วมเดินหน้าไปได้ เร่งสานงานต่อรัฐบาล “บิ๊กตู่” ลดความขัดแย้งทางการเมือง แนะก้าวไกลปรับตัว แก้ปัญหาภายในพรรค เลิกโกหกเพราะประชาชนรู้ทัน ฟันธง นิรโทษกรรม ม.112 ไม่สำเร็จแน่นอน

วันที่ 17 ธ.ค. 2566 นายธนกร วังบุญคงชนะ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร (สส.) แบบบัญชีรายชื่อ และ รองหัวหน้าพรรครวมไทยสร้างชาติ (รทสช.) กล่าวถึงภาพรวมการเมืองไทยว่า ทุกพรรคการเมืองต้องพิสูจน์การทำงานให้กับประชาชนได้เห็น เหมือนรัฐบาลที่เพิ่งเข้ามาได้ 3 เดือน ก็ต้องพิสูจน์ผลงาน ต้องทำนโยบายให้สำเร็จ พรรครวมไทยสร้างชาติเองก็เช่นกัน รวมถึงต้องปรับยุทธศาสตร์เพื่อจะเดินหน้าทำงานต่อไปได้

ทั้งนี้ หากพรรคใดไม่ปรับตัวในการเลือกตั้งครั้งหน้าก็ไปยาก ยกตัวอย่างเช่น ภาคใต้ มีการเปลี่ยนแปลงอย่างมาก และเชื่อว่าเลือกตั้งที่ผ่านมาทุกพรรคไม่ได้คิดว่า พรรคก้าวไกลจะมา ทุกพรรคจึงต้องมีรูปแบบการทำงาน นโยบาย ปรับวิธีคิดใหม่ เช่น การใช้โซเชียลมีเดีย แต่ตนเชื่อว่าวันนี้ทุกพรรคปรับแล้วทั้งหมด แต่วิธีคิดที่ใหม่อย่างเดียวก็ไม่ได้ ต้องเป็นประโยชน์ต่อประชาชนและทำสำเร็จด้วย ไม่ใช่พูดไปเรื่อย

ส่วนคำถามว่า ในอนาคตการเลือกตั้งรอบหน้าไม่ได้สู้กันแบบเดิม แต่อาจจะเป็นการรวมพลังของทุกพรรคเพื่อสู้กับพรรคก้าวไกลหรือไม่ นายธนกร ยอมรับว่าก็เป็นไปได้ ต้องยอมรับความจริงว่าในอนาคตพรรคเล็กเกิดยาก เมื่อมีรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ กติกาใหม่ ต้องสู้กันทั้งระบบ

“ในพรรคก้าวไกลเองก็ต้องปรับตัว หลังจากเลยช่วงพีกผ่านไปแล้ว และต้องมาปรับ มาแก้ปัญหาภายในพรรคที่มีปัญหาหลายเรื่อง วันนี้ประชาชนเห็นทั้งหมดแล้ว ไม่ใช่ไปว่าคนอื่นว่าพูดอย่างทำอย่าง แต่ในขณะเดียวกันตัวเองพูดไม่ตรงกับข้อเท็จจริง โกหกไปวันๆ ประชาชนฉลาดทุกคน และโซเชียลมีเดียในยุครัฐบาล พล.อ.ประยุทธ์ มีการเน้นให้ประชาชนเข้าถึงแอปพลิเคชันต่างๆ เช่น แอปฯ เป๋าตัง วันนี้ประชาชนฉลาด รู้ทันนักการเมือง การพูดอย่างทำอย่าง พูดไม่ตรงข้อเท็จจริง ประชาชนรู้หมด”

ต่อข้อถามถึง การแก้รัฐธรรมนูญในสมัยรัฐบาลที่มีพรรคเพื่อไทยเป็นแกนนำจะสำเร็จหรือไม่ นายธนกร ระบุว่า หากพรรคแกนนำมีความตั้งใจจริงที่จะแก้ ก็แก้ได้ แต่การจะแก้ไขต้องไม่แตะหมวด 1 หมวด 2 เกี่ยวกับพระมหากษัตริย์ และในส่วน พ.ร.บ.นิรโทษกรรม ต้องไม่เกี่ยวข้องกับคดีทำผิดประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 112 หากฝั่งที่จะแก้ยืนกราน ก็เชื่อว่าไม่ผ่าน ฟันธงว่าไม่สำเร็จแน่นอน

ทั้งนี้ การแก้ไขรัฐธรรมนูญก็ไม่ได้ง่าย และมีการใช้งบประมาณทำประชาพิจารณ์เกือบ 7,000 ล้านบาท หาวิธีการที่จะประหยัดงบประมาณได้หรือไม่ เอาเงินจำนวนนี้มาทำโครงการคนละครึ่งต่อดีกว่า ซึ่งหากพรรคก้าวไกลไม่ยอมถอย ก็เดินต่อไม่ได้

“สิ่งที่ พล.อ.ประยุทธ์ ได้ทำไว้ให้กับคนไทย มีความยั่งยืนอย่างแน่นอน เป็นประโยชน์กับประเทศชาติมาก วันนี้อยากให้ความขัดแย้งลดลง และทุกวันนี้ก็ถือว่าดีขึ้นมาก การชุมนุมต่างๆ ก็น้อยลง คนไทยเริ่มหันหน้าเข้าหากันมากขึ้น อยากให้คนไทยรักกัน จะทำให้ประเทศเดินหน้าไปได้ และด้วยนโยบายต่างๆ ของรัฐบาลชุดนี้และพรรคร่วมรัฐบาล ผมคิดว่าเราไปได้ และทำให้ยั่งยืนได้ ซึ่งมีหลายอย่างที่ทำต่อยอดจากรัฐบาล พล.อ.ประยุทธ์ ก็ไม่อยากให้หวนกลับไปสู่ความขัดแย้งอีก ขอให้ถ้อยทีถ้อยอาศัย และพูดคุยกันจะดีกว่า”