กกต.มติเอกฉันท์ไม่เลื่อนเลือก สว. ‘อิทธิพร’ ไม่หวั่นถูกร้องโมฆะ ยันทำตามกม.

20

กกต. มี มติ ไม่เลื่อนเลือก สว. ยืนยันเดินหน้าจัดโหวตระดับอำเภอ 9 มิ.ย.67 นี้ แม้ถูกศาล รธน.รับคำร้องชี้ขาด 4 มาตรา ‘อิทธิพร’ ไม่กังวลถูกร้องโมฆะ ยันทำตามกฎหมายชัดเจน

วันที่ 7 มิ.ย.2567 มีรายงานจากที่ประชุมคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) มีมติว่า จะไม่เลื่อนการเลือก สว.ออกไป โดยจะเดินหน้าการเลือก สว.ระดับอำเภอ ในวันที่ 9 มิ.ย.67ต่อไป แม้ว่าศาลรัฐธรรมนูญจะรับคำร้องไว้วินิจฉัย 4 มาตราใน พ.ร.ป.ว่าด้วยการได้มาซึ่ง สว. 2561 ขัดหรือแย้งกับรัฐธรรมนูญ มาตรา 107 หรือไม่ก็ตาม

ล่าสุด นายอิทธิพร บุญประคอง ประธาน กกต.เปิดเผยภายหลังการประชุม กกต. ว่า กกต.มีมติ เอกฉันท์ไม่เลื่อนการเลือก สว. เนื่องจากยังไม่มีเหตุจำเป็นที่หลีกเลี่ยงไม่ได้ที่จะทำให้การเลือก สว. ต้องเลื่อนออกไป หากศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัยว่าขัดหรือแย้ง กกต.ต้องปฏิบัติตาม ไม่กังวลหากมีคนไปยื่นร้องให้การเลือก สว.เป็นโมฆะ เพราะที่ กกต. ดำเนินอยู่จนถึงวันนี้เป็นการดำเนินการตามที่กฎหมายกำหนดไว้ชัดเจน ยืนยันว่า กกต. ไม่ได้ปฏิบัติต่างจากที่กฎหมายกำหนด

โดยวานนี้(6 มิ.ย.) มีรายงานข่าวว่า สำนักงาน กกต.มีการประเมินข้อเท็จจริงที่เกิดขึ้น และจะเสนอทางเลือกให้ กกต. 2 ทางด้วยกัน โดยทางเลือกแรก ให้ กกต.ใช้อำนาจตามมาตรา 35 แห่ง พ.ร.ป.ว่าด้วยการได้มาซึ่ง สว. ประกาศเลื่อนการเลือก สว.ระดับอำเภอ ที่จะเกิดขึ้นในวันที่ 9 มิ.ย.2567 ออกไปก่อน เพื่อรอความชัดเจนจากการวินิจฉัยข้อกฎหมายของศาลรัฐธรรมนูญ โดยมีการประเมินว่าถ้า กกต.ยังคงเดินหน้าตามโรดแมปเดิม หากสุดท้ายศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัยว่า 4 มาตราใน พ.ร.ป.การได้มาซึ่ง สว. ประเด็นกำหนดวิธีการเลือกว่าผู้สมัคร สว.จะลงคะแนนเลือกตนเองก็ได้ แต่จะลงคะแนนให้บุคคลใดเกิน 1 คะแนนมิได้ ขัดต่อรัฐธรรมนูญนั้น อาจมีผู้สมัคร สว.ร้องต่อ กกต. ผู้ตรวจการแผ่นดิน และฟ้องคดีต่อศาลปกครอง จะเสี่ยงเกิดความเสียหายต่อทั้ง กกต. และผู้สมัคร สว. จนอาจนำไปสู่การร้องให้การเลือก สว.ครั้งนี้โมฆะได้ และ กกต.ทั้งคณะอาจถูกฟ้องให้ชดใช้ค่าเสียหาย เหมือน กกต.ชุดในอดีต โดยที่ผ่านมาศาลรัฐธรรมนูญเคยวินิจฉัยให้การเลือกตั้ง สส.โมฆะ และมีการฟ้อง กกต.ให้รับผิดชอบค่าเสียหายมาแล้ว

รายงานข่าว ระบุอีกว่า ถ้า กกต.จะมีมติเลื่อนการเลือก สว.ระดับอำเภอ ออกไปก่อน รอจนกว่าศาลรัฐธรรมนูญจะวินิจฉัยให้ชัดเจน น่าจะเป็นผลดีกว่า เพราะมีการคาดว่าศาลจะใช้เวลาไม่เกิน 2 สัปดาห์ในการวินิจฉัยเรื่องนี้ เนื่องจากสำนักงาน กกต.ได้รับหนังสือแจ้งจากศาลรัฐธรรมนูญตั้งแต่วันที่ 5 มิ.ย.67 ที่ผ่านมา และกำลังเร่งทำคำชี้แจงส่งกลับไปอยู่ แต่ขึ้นอยู่กับที่ประชุม กกต.ว่าจะเห็นอย่างไร

ส่วนทางเลือกที่สอง สำนักงาน กกต.ยังจะเสนอที่ประชุม กกต.ถึงแนวทางการเลือก สว.ต่อไป โดยต้องไปลุ้นว่าศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัยว่าทั้ง 4 มาตราใน พ.ร.ป.การได้มาซึ่ง สว. ไม่ขัดรัฐธรรมนูญ ในทางปฏิบัติสามารถเริ่มกระบวนการเลือก สว.ได้ภายใน 7 วันนับแต่ศาลมีคำวินิจฉัย แต่ถ้าศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัยว่า 4 มาตราดังกล่าวขัดรัฐธรรมนูญ จะต้องมีการแก้ไข พ.ร.ป.ว่าด้วยการได้มาซึ่ง สว. เสียก่อน คาดว่าจะใช้เวลานานพอสมควร และ สว.ชุดปัจจุบันจะยังคงรักษาการต่อไปเรื่อยๆ

สำหรับมาตรา 35 พ.ร.ป.ว่าด้วยการได้มาซึ่ง สว.2561 กำหนดว่า กรณีที่มีเหตุจำเป็นอันมิอาจหลีกเลี่ยงได้ เป็นเหตุให้ไม่สามารถจัดการเลือก ระดับอำเภอ ระดับจังหวัดหรือระดับประเทศพร้อมกันทั่วราชอาณาจักรตามวันที่คณะกรรมการประกาศกำหนดตามมาตรา 12 (1) อันมิใช่เป็นกรณีตามมาตรา 34 และคณะกรรมการมีมติด้วยคะแนนไม่น้อยกว่า 2 ใน 3 ของกรรมการทั้งหมดเท่าที่มีอยู่ ว่าการดำเนินการเลือกต่อไปตามกำหนดวันเดิม จะก่อให้เกิดความไม่เป็นธรรมหรือเรียบร้อย คณะกรรมการจะประกาศกำหนดวันเลือกใหม่ก็ได้

ในกรณีที่มีเหตุตามวรรคหนึ่งเกิดขึ้นในระหว่างเวลาเปิดการลงคะแนน คณะกรรมการจะสั่งยกเลิก การเลือก และประกาศกำหนดวันเลือกใหม่ก็ได้