“วัชระ” ร้องค่าไฟสุดโหด คัดค้านยุบโรงไฟฟ้าสุราษฎฯ จี้ “พีระพันธ์” รับผิดชอบ

21

“วัชระ เพชรทอง” อดีต สส.ปชป. บุกทำเนียบ ร้องแทนชาวบ้านค่าไฟสุดโหด คัดค้านยุบโรงไฟฟ้าสุราษฎรฯ เสี่ยงไฟดับกระทบคนใต้10ล้านคน จี้ “พีระพันธุ์ สาลีรัฐวิภาค” รัฐมนตรีพลังงาน ต้องรับผิดชอบ

วันที่ 13 มิถุนายน 2567 เวลา 11.10 น. ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ที่ศูนย์รับเรื่องร้องทุกข์ทำเนียบรัฐบาลนายวัชระ เพชรทอง อดีตสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร พรรคประชาธิปัตย์ (ปชป.) ได้เดินทางมายื่นหนังสือถึง นายพีระพันธ์ สาลีรัฐวิภาค รองนายกฯ และ รมว.พลังงาน เพื่อขอให้เร่งแก้ไขค่าไฟฟ้าแพงมหาโหดและคัดค้านการยุบเลิกแผนการสร้างโรงไฟฟ้าแก๊สธรรมชาติที่สุราษฎร์ธานีของกระทรวงพลังงานโดยนายวัชระเปิดเผยกับผู้สื่อข่าวว่า ได้รับการร้องเรียนจากพี่น้องประชาชนใน จ.สุราษฎร์ธานี ว่าขณะนี้ค่ากระแสไฟฟ้ามีราคาแพงมาก ทำให้พี่น้องประชาชนเดือดร้อนและบ่นกันทุกครัวเรือนว่า ค่าไฟฟ้ามีราคาแพงอย่างมหาศาล และแพงมหาโหดที่สุดในยุคที่ท่านเป็นรัฐมนตรีและกระทรวงพลังงานโดยนายประเสริฐ สินสุขประเสริฐ ปลัดกระทรวงพลังงาน และนายวีรพัฒน์ เกียรติเฟื่องฟู ผู้อำนวยการสำนักงานนโยบายและแผนพลังงาน ได้มีการประชุมและยุบเลิกแผนการสร้างโรงไฟฟ้าที่ จ.สุราษฎร์ธานี ซึ่งเป็นโรงไฟฟ้าใช้แก๊สธรรมชาติ จำนวน 1,400 เมกะวัตต์ ของการไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย (กฟผ) ซึ่งผ่านการประชาพิจารณ์พี่น้องสุราษฎร์ธานีและความเห็นชอบจากทุกภาคส่วนแล้วไปสร้างที่จังหวัดอื่นในภาคกลาง เนื่องจากส่อว่ากำลังจะมีอิทธิพลอำนาจมืดโยกย้ายโรงไฟฟ้าดังกล่าว อันจะทำให้ความมั่นคงทางพลังงานไฟฟ้าของ จ.สุราษฎร์ธานี และภาคใต้สูญเสียไปจะส่งผลกระทบต่อการจ่ายไฟฟ้าในจ.ภูเก็ต จ.พังงา และสถานที่ท่องเที่ยวและอุตสาหกรรมทั้ง 14 จังหวัดภาคใต้ จำนวนประชากร 10 ล้านคนดังนั้น จึงขอให้ท่านในฐานะผู้มีหน้าที่ควบคุมกำกับดูแลกระทรวงพลังงานซึ่งมีอำนาจหน้าที่ตามกฎหมายทั้งทางนิตินัยและพฤตินัย

(1) เร่งรัดการแก้ไขปัญหาไฟฟ้ามีราคาแพงมหาโหดอย่างเร็วที่สุด แพงมากที่สุดนับตั้งแต่มีรัฐบาลประเทศไทยในยุคที่นายเศรษฐา ทวีสิน เป็นนายกรัฐมนตรี และท่านเป็นรองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงานซึ่งขัดแย้งกับสื่อโฆษณาชวนเชื่อของนางสาวแพทองธาร ชินวัตร พรรคเพื่อไทยซึ่งเป็นแกนหลักในการจัดตั้งรัฐบาลที่ระบุว่า “เพื่อไทยเป็นรัฐบาล ค่าไฟ ค่าน้ำมัน ค่าแก๊ส ลดราคาทันที”(2) ขอคัดค้านการที่ยุบเลิกแผนการสร้างโรงไฟฟ้าแก๊สธรรมชาติ จำนวน 1,400 เมกะวัตต์ จากที่จะสร้างบริเวณเขาหัวควาย อ.พุนพิน จ.สุราษฎร์ธานี ไปจังหวัดอื่นในภาคกลางโดยไม่ชอบธรรม และไม่เป็นธรรมอย่างยิ่งต่อพี่น้องชาวสุราษฎร์ธานี และชาวภาคใต้ทุกคน

นายวัชระ กล่าวอีกว่า การยุบแผนการสร้างโรงไฟฟ้า 1,400 เมกะวัตต์นี้ นำเสนอโดยสำนักนโยบายและแผนพลังงานกระทรวงพลังงาน ซึ่งเป็นหน่วยงานภายใต้การกำกับดูแลของ นายประเสริฐ สินสุขประเสริฐ ปลัดกระทรวงพลังงาน และกระทรวงพลังงานอยู่ภายใต้การกำกับดูแลของ นายพีระพันธุ์ สาลีรัฐวิภาค โดยตรง ฉะนั้นจึงต้องรับผิดชอบโดยตรง