“บิ๊กโจ๊ก” เอาคืน! ร้อง ป.ป.ช. เอาผิด “บิ๊กต่าย” สั่งให้ออกราชการโดยมิชอบ

70

“บิ๊กโจ๊ก”ยื่นฟ้องกราวรูด! เอาผิดตาม ม.157 “บิ๊กต่าย-2 นายพล” ต่อ ป.ป.ช.ปมเซ็นคำสั่งออกจากราชการไว้ก่อน ชี้ภายในสัปดาห์นี้เตรียมฟ้อง ก.ตร. 1 คน และอดีตตร.อีก 2 คน ฐานหมิ่นประมาท รู้เยอะอยากสอนมวย -พร้อมขู่ฟ้องนายกฯ หากยังทำตัวลอยตัว ไม่แก้ปัญหา ยันไม่ได้ร่วมมือ “ทนายตั้ม-วิษณุ”

วันที่ 24 มิ.ย.2567 เวลา 12.05 น. ที่ สำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) พล.ต.อ.สุรเชษฐ์ หักพาล รองผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ นำเอกสาร มายื่นเรื่องฟ้องต่อสำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) เพื่อเอาผิดกับ พล.ต.อ.กิตติ์รัฐ พันธุ์เพ็ชร์ รองผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ พล.ต.ท.อภิชาติ สุริบุญญา รองผู้บัญชาการสำนักงานกฎหมายและคดี และ พล.ต.ต.อภิสัณห์ หว้าจีน ผู้บังคับการกองวินัย ในความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 157 เจ้าพนักงานปฏิบัติ หรือ ละเว้นการปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบ กรณีลงนามคำสั่งให้พลตำรวจเอกสุรเชษฐ์ ออกจากราชการไว้ก่อน ไม่เป็นธรรม และไม่ชอบด้วยกฎหมาย

พล.ต.อ.สุรเชษฐ์ กล่าวว่า ความจริงตนจะใช้สิทธิ์ฟ้องร้องผ่านทางศาลฯ หรือทาง ป.ป.ช.ก็ได้ แต่ตัวเลือกขอใช้สิทธิ์ผ่านทาง ป.ป.ช. เพื่อเรียกร้องความยุติธรรม เพราะบุคคลเหล่านี้ได้กระทำผิดกฎหมาย พ.ร.บ.ตำรวจแห่งชาติ พ.ศ.2565 ในมาตรา 120 วรรค 4 ซึ่งสอดคล้องกับความเห็นคณะกรรมการกฤษฎีกาคณะที่ 2 ที่มีมติ 10:0 ว่าการให้ตนเองออกจากราชการไว้ก่อน ต้องมีความเห็นจากคณะกรรมการสอบสวนวินัยร้ายแรง หากการให้ออกราชการไปกระทบสิทธิ์ผู้นั้น แต่รักษาการณ์ ผบ.ตร.กลับใช้อำนาจผิด และ ผิดพลาด ซึ่งมาจากความเร่งรีบ เพราะมีเจตนาพิเศษให้ตนเองออกจากราชการ เพราะฉะนั้นผู้เซ็นคำสั่งต้องรับผิดชอบต่อการกระทำ ซึ่งหากจะเล่นงานตนจริง ๆ ก็ต้องกลับไปแก้ไขให้ถูกต้อง คือต้องเพิกถอนคำสั่งที่มิชอบ หากจะต้องการเล่นงานตนเองต่อก็ต้องทำให้ถูก

ส่วนที่ พล.ต.อ.กิตติ์รัฐ ชี้แจงว่าไม่รู้ว่าไส้ใน หรือ ข้อเท็จจริงเป็นอย่างไร พลตำรวจเอกสุรเชษฐ์ กล่าวว่า ต้องรู้ เพราะในหนังสือที่นายกรัฐมนตรีได้ส่งตัวตนเองกลับสำนักงานตำรวจแห่งชาติ ได้ระบุว่าสำนักงานตำรวจแห่งชาติได้ตั้งคณะกรรมการสอบสวนวินัยร้ายแรง จึงต้องส่งตนเองกลับ และจากนั้นก็มีคำสั่งให้ออกจากราชการไว้ก่อน ทั้งนี้ หากพล.ต.อ.กิตติ์รัฐ ยอมมาขอโทษ หรือมาพูดคุยกัน ตนก็ยอมรับ แต่ต้องมีการพูดคุยกัน เพราะตนต้องการให้องค์กรตำรวจสงบ

ในขณะที่คดีทางอาญาของตนเอง และ พล.ต.อ.ต่อศักดิ์นั้น ขณะนี้อยู่ที่ ป.ป.ช.หมดแล้ว ก็ต้องปล่อยเป็นไปตามกระบวนการตรวจสอบ ยืนยันว่า หากได้กลับไปสำนักงานตำรวจ จะไม่มีการล่าหัว ล้างแค้นใคร แต่จะกลับไปทำงาน ซึ่งเป็นสิทธิ์ของตน

พล.ต.อ.สุรเชษฐ์ ยังกล่าวถึง นายเศรษฐา ทวีสิน นายกรัฐมนตรี ว่าต้องใช้อำนาจในการดำเนินการ เพราะเคยมีมติคณะรัฐมนตรี เมื่อปี พ.ศ. 2482 ว่า หน่วยงานราชการใด ที่หารือคณะกรรมการกฤษฎีกา หน่วยงานนั้นต้องไปปฏิบัติตาม ซึ่งปัจจุบันยังใช้อยู่ เพราะฉะนั้นหากนายกรัฐมนตรียังละเลย หรือ เพิกเฉยอยู่ ตนก็จะใช้สิทธิ์ในการฟ้องร้องเช่นกัน ยืนยันว่าไม่ได้ขู่ แต่ทำจริงมาตลอด ซึ่งการเป็นผู้บังคับบัญชาต้องมาแก้ปัญหา อย่าทำตัวลอยตัวไม่ได้ ต้องกล้าตัดสินใจ ซึ่งนายกรัฐมนตรี ก็ได้ส่งเรื่องกราบบังคมทูลเกล้า ให้ตนออกจากราชการก่อน กลับสำนักงานตำรวจแห่งชาติแล้ว ทำให้สื่อถึงว่าคำสั่งดังกล่าวชอบด้วยกฎหมาย โดยตนไม่กลัวว่านายกรัฐมนตรีจะโกรธหรือไม่ เพราะตนพูดในหลักการของกฎหมาย และฟ้องในตำแหน่ง

ส่วนที่หลายฝ่ายมองว่าตน และ นายษิทรา เบี้ยบังเกิด หรือ “ทนายตั้ม” ได้ทำงานร่วมกันเป็นคู่ขนานนั้น พล.ต.อ.สุรเชษฐ์ ยืนยันว่า ไม่มี เพราะตนไม่ได้ติดต่อกับทนายตั้ม ตั้งนานแล้ว ซึ่งการดำเนินการของทนายตั้ม ก็เป็นเรื่องส่วนตัวของเขา ตนไม่ได้ยุ่งเกี่ยว และไปสั่งอะไรไม่ได้ ส่วนกระแสข่าวที่บอกว่านายวิษณุ เครืองาม ที่ปรึกษาของนายกรัฐมนตรี เข้ามาช่วยเหลือตนในเรื่องของกฎหมายนั้น พล.ต.อ.สุรเชษฐ์ กล่าวว่า “อาจารย์วิษณุ” ไม่ได้เข้ามาช่วยตน เพราะอาจารย์เป็นคนของแผ่นดิน ของประเทศ หากช่วยเหลือตนอาจารย์วิษณุก็จะเสียหาย แต่อยากให้ดูว่าในคณะกรรมการกฤษฎีกา มีแต่ผู้ใหญ่ทั้งนั้น อาทิ ประธานศาลฎีกา เลขาธิการคณะกรรมการกฤษฎีกา ซึ่งเป็นนักกฏหมายทั้งนั้น

อย่างไรก็ตาม พล.ต.อ.สุรเชษฐ์ กล่าวว่า ขณะนี้ต้องรอผลการสอบสวนของคณะกรรมการพิทักษ์ระบบคุณธรรมข้าราชการตำรวจ หรือ ก.พ.ค.ตร.ด้วย แต่หากคณะกรรมการดังกล่าว วินิจฉัยยืนตามคำสั่งเดิมของรักษาการณ์ ผบ.ตร.ตนก็จะไปร้องศาลปกครองต่อ เชื่อว่าเรื่องนี้จะใช้เวลาไม่นาน เพราะเป็นเรื่องข้อกฎหมาย พร้อมกับย้ำว่า ขณะนี้ตนเองยังเป็นแคนดิเดตผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ

นอกจากนี้ พล.ต.อ.สุรเชษฐ์ ยังระบุว่า เตรียมยื่นเรื่องฟ้องศาลฯ ในข้อหาฐานหมิ่นประมาทกับ ก.ตร. 1 คน และอดีตตำรวจ 2 คน เพราะอยากจะสอนมวยพวกกูรูที่รู้เยอะ ภายในสัปดาห์นี้