จับได้แล้ว!! 1 ใน 7 ผู้ต้องหาถล่ม สภ.ระแงะ ล่าสุดออกหมายจับอีก 5 คน

503

นราธิวาส – ตำรวจตามรวบ 1 ใน 7 ผู้ต้องหาก่อเหตุถล่มยิงโรงพักระแงะ จ.นราธิวาส เมื่อวันที่ 30 มี.ค.60 หลังสืบทราบหนีกลับมากบดานอยู่ในพื้นที่บ้านตันหยงลิมอ อ.ระแงะ ล่าสุดออกหมายจับแล้ว 5 คน
จากกรณีที่โจรใต้ จำนวน 7 คน ใช้อาวุธสงครามครบมือ ซิ่งรถกระบะยิงถล่มโรงพัก สภ.ระแงะ จ.นราธิวาส ทำให้เจ้าหน้าที่ตำรวจเสียชีวิต และได้รับบาดเจ็บหลายนาย เหตุเกิดวันที่ 30 มีนาคม 2560 ที่ผ่านมานั้น ล่าสุดเมื่อวันที่ 16 เม.ย.ที่ผ่านมา เจ้าหน้าที่ตำรวจชุดสายสืบ สภ.ระแงะ ได้แกะรอยคนร้ายกลุ่มนี้ที่พยายามหลบหนีไปแอบซ่อนตัวอยู่ตามบ้านเครือญาติ ในหลายพื้นที่จนพบว่า 1 ใน 7 คนร้ายที่ร่วมกันก่อเหตุดังกล่าว ได้กลับมาแอบกบดานอยู่ในพื้นที่บ้านตันหยงลิมอ อ.ระแงะ จ.นราธิวาส

จึงสนธิกำลังกับเจ้าหน้าที่ทหารใช้กฎอัยการศึก และ พ.ร.ก.ฉุกเฉิน นำกำลังเข้าปิดล้อมขณะที่ผู้ต้องกำลังเล่นฟุตบอลร่วมกับชาวบ้านอยู่กลางสนามฟุตบอล หน้าองค์การบริหารส่วนตำบลตันหยงลิมอ อ.ระแงะ จ.นราธิวาส พร้อมนำตัวไปสอบสวนขยายผลยัง สภ.ระแงะ เนื่องจากมีหลักฐานจากกล้องวงจรปิดพบว่า นายอัมรัน สมะแอ อายุ 19 ปี อยู่บ้านเลขที่ 79 ม.1 บ้านดามาบูเวาะ ต.ตันหยงลืมอ อ.ระแงะ จ.นราธิวาส เป็นผู้ต้องหาที่ศาลจังหวัดนราธิวาส ได้ออกหมายจับตกเป็นผู้ต้องหาในคดีดังกล่าว

โดยในเบื้องต้นผลการสอบสวน นายอัมรัน สมะแอ ผู้ต้องหาให้การรับสารภาพทุกขั้นตอนว่า เป็นคนที่ทำหน้าที่ขี่รถจักรยานยนต์ฮอนด้า ซุปเปอร์คับ สีฟ้า ดูลาดเลาและดูต้นทาง พร้อมรายงานความเคลื่อนไหวของเจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.ระแงะ ให้ชุดคนร้ายอีก 1 ชุด ที่ทำหน้าที่ยิงถล่มขับรถยนต์กระบะโตโยต้า สีบรอนซ์ทอง พร้อมพวกรวม 6 คน และอาวุธสงครามครบมือตามหลังมา โดยมี นายอาบู หรือนายสือดี ปูเต๊ะ เป็นคนสั่งการทั้งหมด โดยกล้องวงจรปิดสามารถบันทึกพฤติกรรมของนายอัมรัน สมะแอ เป็นหลักฐานเอาไว้ได้ทุกขั้นตอน

ซึ่งล่าสุดเมื่อเวลา 14.00 น. ของวันนี้ (10 พ.ค.) พล.ต.ต.มนัส ศิกษมัต ผบก.ภวจ.นราธิวาส ได้เดินทางไปเยี่ยมและพูดคุยเพิ่มเติม พร้อมสอบถามถึงรายละเอียดบางอย่าง ก่อนที่จะสรุปสำนวนส่งฟ้องศาลจังหวัดนราธิวาส ในวันพรุ่งนี้ (11 พ.ค.) โดยพบว่านายอัมรัน สมะแอ ผู้ต้องหายังให้ปากคำต่อเจ้าหน้าที่เพิ่มเติมว่า การกระทำในครั้งนี้ ตนถูกนายอาบู หรือนายสือดี ปูเต๊ะ เป็นคนชักชวน และสั่งการให้ตนกระทำการดังกล่าว เนื่องจากเกรงกลัวต่อนายสือดี และตลอดระยะเวลา 1 ปีที่ผ่านมา นายสือดี พยายามใช้ตนให้ส่งข้าวปลาอาหารแห้งอยู่บ่อยครั้ง

โดยในวันเกิดเหตุ (30 มี.ค.60) นายสือดี ได้สั่งการให้ตนขี่รถจักรยานยนต์ไปดูลาดเลาและดูต้นทาง พร้อมรายงานว่าเจ้าหน้าที่ตำรวจที่กำลังเคารพธงชาติอยู่ที่บริเวณหน้า สภ.ระแงะนั้น อยู่อย่างไร โดยให้ใช้โทรศัพท์มือถือรายงานอย่างต่อเนื่อง ในขณะที่กองกำลังของนายสือดี พร้อมพวกอีก 6 คน ใช้รถยนต์กระบะและมีอาวุธสงครามครบมือขับตามหลังนายอัมรัน และเมื่อรถยนต์ชุดยิงขับมาถึงที่บริเวณหน้า สภ.ระแงะ เป็นอันว่า นายอัมรัน หมดหน้าที่ โดยการกระทำในครั้งนี้ นายอัมรัน ยอมรับว่าเป็นการกระทำครั้งแรก และไม่มีค่าตอบแทนใดๆ จากนายสือดี ผู้สั่งการ

ส่วนภายหลังการพูดคุยระหว่างนายอัมรัน กับ พล.ต.ต.มนัส ศิกษมัต ผบก.ภวจ.นราธิวาส แล้ว นายอัมรัน ยอมรับว่า ที่ทำลงไปเพราะความกลัวต่อนายสือดี และกล่าวด้วยน้ำตาว่า ตนรู้สึกผิดที่ต้องมาตกเป็นผู้ต้องหาเพียงผู้เดียว ทั้งที่ผู้สั่งการกลับไม่ต้องมารับโทษ ทั้งที่ตนยังเป็นเด็ก พ่อเคยถูกยิงครอบครัวที่ 7 พี่น้อง ตนเป็นคนสุดท้อง และครอบครัวมีฐานะยากจน มีเพียงยางพารา 2 ไร่ ฐานะการเงินในครอบครัวไม่ดี แต่ไม่รู้จะไปทำงานที่ไหน เนื่องจากเรียนที่สถาบันปอเนาะและไม่มีการศึกษาในระดับสามัญ พร้อมเตือนเพื่อนๆ อย่าตกเป็นเหยื่อของกลุ่มคนไม่ดีเหมือนตนที่ถูกหลอกมาใช้งานอย่างผิดๆ เนื่องจากสังคมเต็มไปด้วยสิ่งที่ไม่ดี

และหลังจากพ้นโทษในครั้งนี้แล้ว จะขอไปทำงานที่อื่นเพื่อไม่ต้องมาคลุกอยู่กับสังคมแบบเดิมๆ อีก และรู้สึกดีใจด้วยที่มาถูกจับในครั้งนี้ เพราะไม่เช่นนั้นอาจจะถลำลึกไปมากกว่านี้ และอาจจะถูกยิงตายวันไหนก็ไม่อาจจะรู้ได้ จากนั้น พล.ต.ต.มนัส ศิกษมัต ได้มอบเงินจำนวนหนึ่งให้กับนายอัมรัน เพื่อเป็นค่าใช้จ่ายในระหว่างถูกดำเนินคดีในเรือนจำ พร้อมรับปากจะดูแลนายอัมรัน ให้ดี และหากมีเรื่องอะไรที่ไม่สบายใจ หรือไม่ได้รับความสะดวกในขณะที่อยู่ในเรือนจำ ก็สามารถแจ้งมาขอความช่วยเหลือได้ตลอดเวลา

ส่วนความคืบหน้าในคดีดังกล่าว ทางเจ้าหน้าที่ชุดสายสืบ สภ.ระแงะ จ.นราธิวาส ได้รวบรวมหลักฐานส่งศาลจังหวัดนราธิวาส สามารถออกหมายจับได้แล้ว จำนวน 5 คน จับได้ 1 คน ส่วนอีก 1 คน ยังอยู่ในระหว่างการรวบรวมหลักฐาน คาดว่าจะสามารถออกหมายจับได้ทั้ง 6 คน ในเร็วๆ นี้ ส่วนนายอาบู หรือนายสือดี ได้ร่วมกับนายอับดุลฮาดี นายยากี เวาะงอ ซึ่งทั้ง 3 คนนี้เป็นแกนนำระดับปฏิบัติการ ก่อเหตุยิงและวางระเบิดมาอย่างโชกโชน มีพื้นที่เคลื่อนไหวในพื้นที่ อ.ระแงะ เจาะไอร้อง และ อ.สุคิริน เป็นหลัก มีกำลังคนประมาณ 15-20 คน อาวุธสงคราม อาวุธปืนพกสั้นครบมือกันทุกคน

Cr. MGR online