ผู้ต้องสงสัยระเบิดบูดู ปี 59เข้ามอบตัวที่กองปราบ เหมายกเข่งศรีสาคร

387

ผู้ต้องหาวางแผนวินาศกรรมกรุงฯ ปลายปี 59 มอบตัวเพิ่มอีก 4 ราย ยันไม่มีส่วนรู้เห็นแต่อย่างใด โดยยังเหลืออีก 4 ราย เจ้าหน้าที่ประสานญาติให้เข้ามอบตัวเพื่อต่อสู้คดี
วันนี้ (17 พ.ค.) ที่ กองปราบปราม เมื่อเวลา 14.00 น. พล.ต.อ.ศรีวราห์ รังสิพราหมณกุล รอง ผบ.ตร. พล.ต.ต.สมบัติ มิลินทจินดา รอง ผบช.ภ.1 พล.ต.ต.ชยพล ฉัตรชัยเดช ผบก.ส.4 พล.ต.ต.สุทิน ทรัพย์พ่วง ผบก.ป. พ.ต.อ.สุวัฒน์ แสงนุ่ม รอง ผบก.ป. พร้อมด้วย พล.ต.วิจารณ์ จดแตง หัวหน้าส่วนปฏิบัติการคณะทำงานด้านกฎหมาย คณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) พ.อ.บุรินทร์ ทองประไพ เสนาธิการผู้บังคับบัญชา คณะทำงานพิเศษฝ่ายกฎหมาย คสช.รับมอบตัวและร่วมสอบปากคำ นายอัมรีย์ หะ อายุ 19 ปี , นายนุรมัน อาบู อายุ 21 ปี , นายมูฟตาดิน สาและ อายุ 19 ปี และนายต่วนฮาฟิต ดือมุงกาป๊ะ อายุ 23 ปี ทั้งหมดเป็นชาว อ.ศรีสาคร จ.นราธิวาส ผู้ต้องหาตามหมายจับศาลอาญา ที่ 2407-2410/2559 ลงวันที่ 6 ธันวาคม 2559 ตามลำดับ ในข้อหาร่วมกันมีวัตถุระเบิดที่นายทะเบียนไม่อาจออกใบอนุญาตให้มีไว้ในครอบครอง , อั้งยี่ และซ่องโจร หลังจากทั้งหมดร่วมกับผู้ต้องหาที่ถูกจับกุมไว้ได้ก่อนหน้านี้ และผู้ต้องหาที่ยังหลบหนีอยู่อีก 4 ราย ร่วมกันวางแผนเตรียมการก่อเหตุลอบวางระเบิดในพื้นที่ กทม.และปริมณฑล โดยมีเป้าหมายตามจุดเสี่ยง และสถานที่ท่องเที่ยวต่างๆ เช่น ห้างสรรพสินค้าบิ๊กซีสาขารามคำแหง ห้างสรรพสินค้าสยามพารากอน หรือห้างสรรพสินค้าเซ็นทรัลเวิลด์ ตั้งแต่เดือนตุลาคม 255

เมื่อผู้ต้องหาทั้งหมดเดินทางมาถึง บก.ป.ทางเจ้าหน้าที่ได้คุมตัวไปยังห้องประชุมชิวปรีชา ซึ่งใช้เป็นสถานที่ในการสอบสวนแจ้งข้อกล่าวหาและดำเนินคดี โดยมีแพทย์จากโรงพยาบาลตำรวจ ได้เข้าตรวจร่างกายผู้ต้องหาทั้งหมด ก่อนจะเริ่มขั้นตอนการสอบสวนดำเนินคดีโดยถ่ายรูป พิมพ์ลายนิ้วมือทำประวัติ และแจ้งข้อกล่าวหา ซึ่งมีการจัดทนายความจากสภาทนายความให้กับผู้ต้องหาทั้งหมด

นอกจากนี้ ทางพนักงานสอบสวนได้แยกสอบปากคำผู้ต้องหาด้วย พล.ต.ต.ชยพล กล่าวว่า คดีนี้สืบเนื่องจากเมื่อช่วงเดือนตุลาคม 2559 เจ้าหน้าที่ฝ่ายความมั่นคงสืบทราบว่ามีการวางแผนเตรียมก่อเหตุลอบวางระเบิดในพื้นที่ต่างๆ ใน กทม.และปริมณฑล ต่อมาเจ้าหน้าที่พบว่ากลุ่มคนร้ายได้ประชุมวางแผนกันที่ห้องพักด้านหลังมัสยิดยามีอุลอิสลาม ถนนรามคำแหง เขตบางกะปิ กทม.และที่ห้องพักเลขที่ 207 ตั้งอยู่เลขที่ 4/226 ต.บางเสาธง อ.บางเสาธง จ.สมุทรปราการ รวมทั้งที่ อ.ศรีสาคร จ.นราธิวาส

จากนั้น พล.ต.วิจารณ์ จึงเข้าร้องทุกข์ต่อพนักงานสอบสวน บก.ป.เพื่อดำเนินคดีกับผู้กระทำความผิด ก่อนจะมีการรวบรวมพยานหลักฐานขออำนาจศาลอาญาออกหมายจับ โดยศาลได้ออกหมายจับผู้ต้องหาไว้รวม 17 ราย จากนั้นเจ้าหน้าที่สามารถติดตามจับกุมผู้ต้องหาไว้ได้ 9 ราย และในวันเดียวกันนี้ ผู้ต้องหาทั้ง 4 ราย ที่ถูกศาลออกหมายจับญาติได้ติดต่อขอเข้ามอบตัวเพื่อต่อสู้คดี
สอบสวนผู้ต้องหา ให้การปฏิเสธตลอดข้อกล่าวหาว่าไม่ได้มีส่วนรู้เห็นหรือเกี่ยวข้องกับการวางแผนก่อเหตุวางระเบิดตามที่ถูกกล่าวหาแต่อย่างใด โดย นายอัมรีย์ ให้การว่า รู้จักกับผู้ต้องหาบางรายที่ถูกจับกุมไปแล้วก่อนหน้านี้ เนื่องจากเป็นชาว อ.ศรีสาคร จ.นราธิวาส เช่นเดียวกัน แต่ก็ไม่ได้สนิทสนมกัน ขณะที่ นายนุรมัน และนายมูฟตาดิน ให้การว่า เดินทางเข้ามาทำงานโรงงานใน กทม.เมื่อประมาณเดือนกันยายน 2559 และไม่ได้ติดต่อกับญาติพี่น้องที่ อ.ศรีสาคร เลย ส่วนนายต่วนฮาฟิต ให้การว่า เข้ามาทำงานที่ กทม.ตั้งเดือนกุมภาพันธ์ 2559 และไม่เคยเกี่ยวข้องกับกรณีการเตรียมการเพื่อลอบก่อเหตุวางระเบิดแต่อย่างใด พล.ต.อ.ศรีวราห์ กล่าวต่อว่า คดีนี้ยังเหลือผู้ต้องหาตามหมายจับที่ยังหลบหนีอยู่อีก 4 ราย ซึ่งขณะนี้ได้ประสานไปกับทางโรงเรียนการเมืองของกองทัพภาคที่ 4 เพื่อติดต่อกับญาติพี่น้องของผู้ต้องหาที่เหลือ เพื่อขอให้ทั้งหมดเข้ามอบตัวกับเจ้าหน้าที่เพื่อต่อสู้คดีต่อไป เนื่องจากเท่าที่ทราบทางกองทัพภาคที่ 4 ก็มีนโยบายในการอำนวยความยุติธรรมโดยให้โอกาสผู้ต้องหาที่มีหมายจับ ได้เข้าสู่กระบวนการยุติธรรม ทั้งนี้ ในส่วนของผู้ต้องหาทั้ง 4 รายดังกล่าว ภายหลังสอบปากคำเสร็จสิ้นแล้ว ทางพนักงานสอบสวน ก็จะคุมตัวไปขออำนาจศาลอาญา ผลัดฟ้องฝากขัง ในวันที่ 18 พฤษภาคมนี้.