เจาะสนามเลือกตั้งเขต 3 สงขลา: กระแสประชาธิปัตย์จะฝ่าบารมี’โกถึก’ได้หรือไม่

วิเคราะห์เจาะลึก ศึกเลือกตั้งเขต 3 สงขลา: กระแสประชาธิปัตย์จะฝ่าบารมี’โกถึก’ได้หรือไม่
.
​สนามเลือกตั้งเขต 3 จังหวัดสงขลา ครอบคลุมพื้นที่ อ.นาหม่อม, อ.หาดใหญ่ บางส่วน และ อ.จะนะ บางส่วน เป็นสมรภูมิหนึ่งที่น่าจับตา เพราะเป็นการปะทะกันระหว่าง “การเมืองระบบเครือข่าย” กับ “กระแสการเมืองใหม่” ที่กำลังก่อตัวขึ้นอย่างรุนแรง
.
เขต 3 มีผู้สมัครประกอบด้วย
นวมินทร์ ปิ่นปฐมรัฐ พรรคประชาชน
​ทนายอาร์ม สุวรรณรักษา พรรคประชาธิปัตย์
​สุภณัฏฐ์ ชุมภูทอง พรรครวมไทยสร้างชาติ
​จิรันธนิน ตาลทรัพย์คุณ พรรคเพื่อไทย
​สมยศ พลายด้วง พรรคภูมิใจไทย
​พลตรีนิพนธ์ รองสวัสดิ์ พรรคกล้าธรรม
.
จาก6 คนน่าจะเป็นการขับเคี่ยวกัน ระหว่าง ภูมิใจไทยกับประชาธิปัตย์จะประมาท พรรคประชาชนไม่ได้
.
​ “โกถึก” สมยศ พลายด้วง (เบอร์ 5): แชมป์เก่าที่ยังมีไพ่เหนือกว่า ย้ายจากประชาธิปัตย์มาภูมิใจไทย ตามนิพนธ์ บุญญามณี ที่นำลูกเพชญ สรรเพชญ บุญญามณี เป็นบ้านมใหญ่ 2 หลังของสงขลา ที่บารมีท่วมท้น
.
นายสมยศ หรือ “โกถึก” เป็นผู้รับเหมาในเครือข่ายบ้านใหญ่ จึงไม่ต้องห่วงเรื่องกระสุน เรียกว่า มีความพร้อมรอบด้าน ทั้งต้นทุนทางการเมือง เครือข่ายผู้นำท้องถิ่น และแรงหนุนจากกลุ่มบ้านใหญ่ในพื้นที่ ซึ่งถือเป็น “คะแนนจัดตั้ง” ที่ทรงพลังและยากจะสั่นคลอนในพื้นที่กึ่งเมืองกึ่งชนบท
.
​ผู้ท้าชิงที่ประมาทไม่ได้ จากสองขั้วต่างอุดมการณ์
​ทนายอาร์ม สุวรรณรักษา (เบอร์ 2): ตัวแทนจากพรรคประชาธิปัตย์ที่กำลังอยู่ในช่วงฟื้นฟูศรัทธา ชูจุดเด่นเรื่องการเป็นนักตรวจสอบและภาพลักษณ์ที่สะอาด หวังดึงคะแนนเสียงจากฐานแฟนคลับเดิมของพรรคที่เริ่มกลับมาเชื่อมั่นอีกครั้ง
.
ทนายอาร์ม เป็นที่รู้จักของคนสงขลาในฐานะผู้กล้าที่ออกมาตรวจสอบ การทำงานของอบจ.สงขลาจนกลายเป็นกระแส โดยเฉพาะการกู้เงิน 2,000 ล้านบาท ขณะที่ผลนิด้าโพลล่าสุด เทใจให้อภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์แบบทิ้งห่างคนอื่น น่าจะช่วยให้คะแนนของ นายอาร์มดีขึ้น แต่จะฝ่าสีเทาได้หรือไม่ คนสงขลาจะให้คำตอบ
.
ส่วนอีก​คนหนึ่ง หมอบอส นวมินทร์ ปิ่นปฐมรัฐ เบอร์ 1 ตัวแทนจากพรรคประชาชน ที่กุมฐานเสียงกลุ่มคนรุ่นใหม่ นักธุรกิจรุ่นใหม่ และชนชั้นกลางในเขตเมือง (โดยเฉพาะ ต.คอหงส์ และ ต.บ้านพรุ) ซึ่งเป็นกลุ่มที่ไม่ยึดติดกับระบบอุปถัมภ์ แต่เน้นที่นโยบายและการเปลี่ยนแปลง
.
หมอบอส เป็นคนรุ่นใหม่โปรไฟล์ดี แต่พรรคสีส้ม กำลังอยู่ในช่วงขาลง มีจุดอ่อนที่เป็นคำถามกลายจุด อาทิ มี.112 กรณีชายแดนไทย-กัมพูชา แม้พรรคจะพยามยามเปลี่ยนแปลง แต่เป็นคำถามที่ฝังในความรู้สึกของชาวบ้านแล้ว จะดึงกระแสกลับมาในโค้งสุท้ายได้หรือไม่
.
​ปัจจัยชี้ขาด
“กระแสทุนเทา” และ “คะแนนคนเมือง”
สิ่งที่อาจทำให้ผลการเลือกตั้งครั้งนี้ “ไม่ขาด” อย่างที่คิด คือกระแสต่อต้านทุนสีเทาที่ถูกนำมาเป็นประเด็นหาเสียงในช่วงโค้งสุดท้าย ซึ่งกระทบต่อความรู้สึกของกลุ่มผู้มีการศึกษาและนักธุรกิจในพื้นที่ นอกจากนี้ คะแนนจากหมู่บ้านจัดสรรและคนทำงานในเมืองถือเป็น “Silent Majority” ที่หัวคะแนนเข้าไม่ถึง และอาจกลายเป็นคะแนนสวิงที่พลิกเกมได้เสมอ
.
​ บทสรุป
แม้พรรคภูมิใจไทยจะถือไพ่เหนือกว่าในแง่ของทรัพยากรและการจัดการพื้นที่ แต่หากกระแสการเมืองใหม่สามารถ “จุดติด” ในใจคนเมืองได้สำเร็จ และคะแนนของผู้ท้าชิงไม่แตกกันเองมากนัก สนามเขต 3 สงขลา อาจเกิดปรากฏการณ์ที่คะแนนเบียดกันจนนาทีสุดท้าย