โอละพ่อ! ประธานครูตาดีกาหาย อ้างถูกทหารจับตัว ที่แท้หลอกเมียเพื่อไปกับสาว

10907

กองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในภาค 4 ส่วนหน้า
ขอชี้แจงข้อเท็จจริงกรณี นายดาโหะ มะถาวร หายตัวไป เมื่อ 13 พ.ค.60

เมื่อ 20 พฤษภาคม 2560 เวลา 10.30 นาฬิกา ณ กองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในภาค 4 ส่วนหน้า พันเอกปราโมทย์ พรหมอินทร์ โฆษก กองอำนวยการรักษา ความมั่นคงภายในภาค 4 ส่วนหน้า เปิดเผยว่าจากกรณี นายดาโห๊ะ มะถาวร ครูโรงเรียนตาดีกา/ประธานชมรมตาดีกา อำเภอสะบ้าย้อย จังหวัดสงขลา ได้หายตัวไปจากบ้านบ้านเลขที่ 24/1 หมู่ 3 ตำบลทุ่งพอ อำเภอสะบ้าย้อย จังหวัดสงขลา

เมื่อ 13 พฤษภาคม 2560 เวลาประมาณ 20.30 นาฬิกา และได้โทรศัพท์ติดต่อกับภรรยาและญาติว่าถูกเจ้าหน้าที่ทหารควบคุมตัวไปขังไว้ในสถานที่คล้ายกับ ค่ายทหาร และต่อมาเมื่อ 15 พฤษภาคม 2560 นายดาโห๊ะฯ ได้เดินทางกลับภูมิลำเนาโดยปลอดภัย ทั้งนี้ภายหลังจาก นายดาโห๊ะฯ ได้หายตัวไปได้มีการสื่อสารผ่านสื่อต่างๆ ในลักษณะให้สังคมเชื่อว่าถูกเจ้าหน้าที่บังคับให้สูญหาย ( สร้างความหวาดระแวงและทำลายความเชื่อมั่นในระบบอำนาจรัฐดังที่ปรากฏเป็นข่าวไปแล้วนั้น )
จากกรณีดังกล่าว กองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในภาค 4 ส่วนหน้า ได้ใช้ความพยายามในการให้ความช่วยเหลือพร้อมกับได้ตรวจสอบข้อเท็จจริงให้ปรากฏ จึงขอชี้แจงให้ทราบ ดังนี้
1. ผลจากการซักถาม นายดาโห๊ะฯ ได้ให้การสารภาพว่า ไม่ได้ถูกเจ้าหน้าที่ทหารจับตัวดังที่ได้กล่าวอ้าง และปรากฏเป็นข่าวแต่งอย่างใด ทั้งนี้ในวันดังกล่าว ได้นัดให้ผู้หญิงที่รู้จักกันทางเฟสบุ๊ค มาประมาณ 5 เดือน มารับที่บริเวณหมู่บ้าน และเดินทางไปพักที่บ้านฝ่ายหญิงที่จังหวัดสตูล และในระหว่างนั้นได้ติดต่อกับภรรยาและญาติมาอย่างต่อเนื่องว่า ถูกเจ้าหน้าที่จับตัวไปขังในสถานที่เหมือนค่ายทหาร แต่ปลอดภัยดี และต่อมาเมื่อ 15 พฤษภาคม 2560 ได้เดินทางกลับบ้านโดยให้น้องชายไปรับที่สถานีรถโดยสาร อำเภอหาดใหญ่ จังหวัดสงขลา
2. ภายหลัง นายดาโห๊ะฯ ได้หายตัวไปได้มีองค์กรแนวร่วมในพื้นที่ มูลนิธิผสานวัฒนธรรม โดย นางพรเพ็ญ คงขจรเกียรติ, กลุ่มด้วยใจ โดย นางสาวอัญชนา หีมมิหน๊ะ ได้เผยแพร่ข้อมูลผ่านสื่อต่างๆ โดยไม่ได้มีการตรวจสอบข้อเท็จจริงกับเจ้าหน้าที่รัฐ และใช้ความรู้สึกในการสื่อสาร เพื่อให้สังคมเชื่อว่า เป็นการกระทำของเจ้าหน้าที่รัฐที่พยายามบังคับให้สูญหาย ทำให้ประชาชนเกิดความหวาดระแวง และไม่เชื่อมั่น ในระบบอำนาจรัฐ
สำหรับ นายดาโห๊ะฯ และองค์กรต่างๆ ที่จงใจบิดเบือนข้อเท็จจริง และเผยแพร่ข้อมูลอันเป็นเท็จที่ทำให้ภาครัฐได้รับความเสียหาย จะเชิญมาเสริมสร้างความเข้าใจ ที่ถูกต้อง หรืออาจถึงขั้นต้องบังคับใช้กฎหมาย เพื่อไม่ให้แสดงพฤติกรรมที่ทำให้เกิดความเสียหายในความเชื่อมั่นและเกิดความหวาดระแวงต่อเจ้าหน้าที่รัฐ
3. ขอให้พี่น้องประชาชนบริโภคข้อมูลข่าวสารด้วยความระมัดระวัง และให้ตรวจสอบข้อเท็จจริงอย่างรอบด้าน เพื่อไม่ให้ตกเป็นเหยื่อ หรือเป็นเครื่องมือของกลุ่มผู้ไม่หวังดี ทั้งนี้ขอให้มั่นใจว่า กองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในภาค 4 ส่วนหน้า จะดำเนินทุกวิถีทาง เพื่อให้พื้นที่เกิดความสงบสุขด้วยการบังคับใช้กฎหมาย ด้วยความเป็นธรรมโปร่งใส และตรวจสอบได้ในทุกขั้นตอน โดยหากมีปัญหาเกี่ยวกับการปฏิบัติของเจ้าหน้าที่ที่ไม่ถูกต้องสามารถแจ้งมาได้ที่หมายเลย 1341 ตลอด 24 ชั่วโมง