หน้าแรก ในประเทศ นายกฯ เซ็นตั้งกรรมการสอบ “โกงสอบท้องถิ่น ปี 68” ดึง “ปกรณ์ นิลประพันธ์” นั่งประธาน ขีดเส้น 30 วันต้องเคลียร์คัต

นายกฯ เซ็นตั้งกรรมการสอบ “โกงสอบท้องถิ่น ปี 68” ดึง “ปกรณ์ นิลประพันธ์” นั่งประธาน ขีดเส้น 30 วันต้องเคลียร์คัต

ด่วน! นายกฯ เซ็นตั้งกรรมการสอบ “โกงสอบท้องถิ่น ปี 68” ดึง “ปกรณ์ นิลประพันธ์” นั่งประธาน ขีดเส้น 30 วันต้องเคลียร์คัต

​วันที่ 6 กรกฎาคม 2569 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี ได้ลงนามในคำสั่งสำนักนายกรัฐมนตรี ที่ 263/2569 เรื่อง “แต่งตั้งคณะกรรมการตรวจสอบข้อเท็จจริงและข้อกฎหมาย กรณีทุจริตการสอบแข่งขันเพื่อบรรจุบุคคลเป็นข้าราชการหรือพนักงานส่วนท้องถิ่น ปี 2568” เพื่อเร่งสืบสวนและสะสางขบวนการแก้ไขคะแนนสอบที่สร้างความเสียหายอย่างร้ายแรงต่อระบบราชการ

​รายละเอียดในคำสั่งระบุว่า สืบเนื่องจากกรณีที่สำนักงาน ป.ป.ช. ร่วมกับเจ้าหน้าที่ตำรวจเข้าตรวจค้นและจับกุมกลุ่มบุคคลรวมถึงติวเตอร์บางกลุ่มที่แอบอ้างว่าสามารถช่วยให้ผู้สมัครสอบผ่านการคัดเลือกเข้าเป็นข้าราชการส่วนท้องถิ่นได้ โดยมีการเรียกรับเงินแฝงผลประโยชน์

​จากการเข้าตรวจค้นของเจ้าหน้าที่ พบพยานหลักฐานสำคัญคือการแก้ไขสำเนากระดาษคำตอบของผู้เข้าสอบเพื่อปรับคะแนนให้ตรงกับรายชื่อของผู้ที่สอบแข่งขันได้ ซึ่งชี้ชัดว่าพฤติการณ์ดังกล่าวทำกันเป็นขบวนการ โดยอาจมีข้าราชการ ผู้รับจ้างจัดสอบ และบุคคลภายนอกร่วมมือกัน กระทบต่อความเชื่อมั่นในระบบราชการอย่างรุนแรง

​คำสั่งนายกรัฐมนตรีได้แต่งตั้งคณะกรรมการรวม 12 ตำแหน่ง เพื่อเข้ามาสอบสวนเรื่องนี้โดยเฉพาะ โดยมีรายชื่อสำคัญประกอบด้วย:

​นายปกรณ์ นิลประพันธ์ (รองนายกรัฐมนตรี) – ประธานกรรมการ
​รัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรม – กรรมการ
​ปลัดสำนักนายกรัฐมนตรี – กรรมการ
​เลขาธิการ ก.พ.ร. – กรรมการ
​เลขาธิการคณะกรรมการกฤษฎีกา – กรรมการ
​เลขาธิการคณะรัฐมนตรี – กรรมการ
​เลขาธิการคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตในภาครัฐ (ป.ป.ท.) – กรรมการ
​เลขาธิการคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน (ปปง.) – กรรมการ
​ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ – กรรมการ
​อัยการสูงสุด – กรรมการ
​เลขาธิการ ก.พ. – กรรมการและเลขานุการ
​เจ้าหน้าที่สำนักงาน ก.พ. (จำนวน 2 คน) – กรรมการและผู้ช่วยเลขานุการ

กำหนดรายงานทุก 10 วัน สรุปจบใน 30 วัน
​คณะกรรมการชุดนี้ได้รับอำนาจเต็มในการเชิญเจ้าหน้าที่รัฐหรือหน่วยงานที่เกี่ยวข้องมาขี้แจงข้อเท็จจริง รวมถึงเรียกเอกสารหลักฐานมาตรวจสอบ โดยนายกรัฐมนตรีได้วางกรอบเวลาไว้อย่างเข้มงวด:
​ต้องรายงานความคืบหน้าต่อนายกรัฐมนตรี ทุกๆ 10 วัน
​ต้องจัดทำรายงานผลการตรวจสอบข้อเท็จจริงและข้อกฎหมายพร้อมข้อเสนอแนะในการแก้ไขกฎหมายให้เสร็จสิ้น ภายใน 30 วัน นับตั้งแต่วันที่มีคำสั่ง

​คำสั่งฉบับนี้ลงนามโดย นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี ณ วันที่ 6 กรกฎาคม พ.ศ. 2569 ซึ่งถือเป็นมาตรการขั้นเด็ดขาดของรัฐบาลในการกวาดล้างขบวนการโกงสอบราชการ เพื่อเรียกความเชื่อมั่นของประชาชนและผู้เข้าสอบนับหมื่นรายให้กลับคืนมาโดยเร็วที่สุด!