หน้าแรก วาไรตี้ กระทรวงวัฒนธรรม เตรียมพร้อมเต็มที่ เสนอกรรมการ.มรดกโลกขึ้นทะเบียนวัดพระมหาธาตุ วรมหาวิหาร จังหวัดนครศรีธรรมราช เป็นมรดกโลก

กระทรวงวัฒนธรรม เตรียมพร้อมเต็มที่ เสนอกรรมการ.มรดกโลกขึ้นทะเบียนวัดพระมหาธาตุ วรมหาวิหาร จังหวัดนครศรีธรรมราช เป็นมรดกโลก

กระทรวงวัฒนธรรม เตรียมพร้อมเต็มที่ เสนอกรรมการ.มรดกโลกขึ้นทะเบียนวัดพระมหาธาตุ วรมหาวิหาร จังหวัดนครศรีธรรมราช เป็นมรดกโลก

วันที่ 6 กรกฎาคม 2569 นางสาวซาบีดา ไทยเศรษฐ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงวัฒนธรรม ลงพื้นที่ตรวจเยี่ยมเพื่อเตรียมความพร้อมการประกาศขึ้นทะเบียนมรดกโลก วัดพระมหาธาตุ วรมหาวิหาร จังหวัดนครศรีธรรมราช และร่วมประชุมกับกรมศิลปากร ส่วนราชการจังหวัดนครศรีธรรมราช และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ณ วัดพระมหาธาตุ วรมหาวิหาร จังหวัดนครศรีธรรมราช โดยมีนายพนมบุตร จันทรโชติ อธิบดีกรมศิลปากร นายสมชาย ลีหล้าน้อย ผู้ว่าราชการจังหวัดนครศรีธรรมราช และผู้เกี่ยวข้อง ให้การต้อนรับและร่วมลงพื้นที่ด้วย

นางสาวซาบีดา กล่าวว่า ศูนย์มรดกโลกมีหนังสือเชิญราชอาณาจักรไทยในฐานะรัฐภาคีสมาชิกอนุสัญญาคุ้มครองมรดกโลกทางวัฒนธรรมและธรรมชาติ เข้าร่วมการประชุมคณะกรรมการมรดกโลกสมัยสามัญ ครั้งที่ 48 (48th Session of the World Heritage Committee) ระหว่างวันที่ 19 – 29 กรกฎาคม 2569 ณ ศูนย์การประชุมและนิทรรศการนครปูซาน (Busan Exhibition and Convention Center: BEXCO) นครปูซาน สาธารณรัฐเกาหลี โดยจะมีการเสนอให้คณะกรรมการมรดกโลกพิจารณาขึ้นทะเบียนแหล่งมรดกวัฒนธรรมวัดพระมหาธาตุ วรมหาวิหาร จังหวัดนครศรีธรรมราช เป็นแหล่งมรดกโลก

ภายใต้เกณฑ์คุณค่าความโดดเด่นอันเป็นสากล (OUV) คือเป็นหลักฐานการหลอมรวมศาสนาพราหมณ์ ฮินดู พุทธศาสนามหายาน และเถรวาท ในเอเชียกลางและเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ แสดงถึงศิลปะและสถาปัตยกรรม ประเพณีทางศาสนาและท้องถิ่นที่ส่งอิทธิพลให้กับอาคารสิ่งก่อสร้างในภูมิภาค มีคุณสมบัติตามเกณฑ์ของมรดกโลก (Criterion) ได้แก่ เกณฑ์ข้อที่ 2 วัดพระมหาธาตุ วรมหาวิหาร แสดงถึงอิทธิพลของศาสนาพราหมณ์ ฮินดู พุทธศาสนามหายานและพุทธศาสนาเถรวาท ที่มีต้นแบบมาจากศิลปะปาละในนาลันทา ชวาภาคกลาง ลังกา และมอญจากภาคใต้ของเมียนมา และส่งอิทธิพลให้กับศาสนสถานในประเทศไทย มาเลเซีย และแหล่งอื่น ๆ

เกณฑ์ข้อที่ 6 วัดพระมหาธาตุฯ เป็นประจักษ์พยานของระบบความเชื่ออันหลากหลายและเป็นศูนย์กลางทางจิตวิญญาณของนครศรีธรรมราช เป็นแหล่งประเพณีทางศาสนาที่ยังคงดำเนินอยู่มีความโดดเด่นระดับสากลในทางศิลปะและวรรณกรรม อาทิ การแสดงโนรา และตำนานท้องถิ่น แสดงถึงความสัมพันธ์ระหว่างแหล่งศักดิ์สิทธิ์และชุมชนโดยรอบ สร้างแรงบันดาลใจให้ศาสนสถานและชุมชนต่าง ๆ ในประเทศไทยและแหล่งอื่น ๆ

นางสาวซาบีดา กล่าวอีกว่า นับเป็นเรื่องที่น่ายินดี หากวัดพระมหาธาตุ วรมหาวิหาร จังหวัดนครศรีธรรมราช ได้รับการประกาศเป็นมรดกโลก จะถือเป็นแหล่งมรดกโลกแห่งแรกในภาคใต้ของไทย โดยกรมศิลปากรและจังหวัดนครศรีธรรมราช ได้รายงานเรื่องการเตรียมเฉลิมฉลองของวัดพระมหาธาตุฯ ในฐานะแหล่งมรดกโลกแห่งใหม่ของไทย ตลอดเดือนกรกฎาคม ทั้งนี้ก่อนการประกาศรับรองจะมีการจัดนิทรรศการประวัติศาสตร์วัดพระมหาธาตุ วรมหาวิหาร และเส้นทางการเสนอขึ้นทะเบียนเป็นมรดกโลก และการประชาสัมพันธ์ในจังหวัดให้ประชาชนรับทราบ

ช่วงวันประกาศรับรอง ระหว่างวันที่ 26 – 27 กรกฎาคม 2569 จะมีการจัดกิจกรรมเจริญพระพุทธมนต์ฉลองการขึ้นทะเบียนวัดพระมหาธาตุ วรมหาวิหาร เป็นมรดกโลก การสวดธัมมจักกัปวัตตนสูตร กิจกรรมการแสดงศิลปวัฒนธรรมท้องถิ่นสู่สากล (มโนราห์) กิจกรรมการแสดงแสงสีเสียงสื่อผสมตำนานวัดพระมหาธาตุ วรมหาวิหาร และการประดับไฟองค์พระบรมธาตุ รวมถึงการตกแต่งประดับเมืองภายใต้แนวคิด “วัดพระมหาธาตุ วรมหาวิหาร ศรัทธาคู่เมืองนคร มรดกโลกคู่มนุษยชาติ” หลังการประกาศรับรองแล้วก็จะจัดการเสวนา การแสดงโขนเฉลิมฉลองมรดกโลก การแสดงศิลปวัฒนธรรมท้องถิ่น และพิธีหล่อเทียนพรรษา

นอกจากนี้ ยังได้หารือเกี่ยวกับการบริหารจัดการจัดการแหล่งมรดกโลกวัดพระมหาธาตุ วรมหาวิหาร และการจัดทำรายงานสถานภาพการอนุรักษ์ ตามข้อแนะนำของคณะกรรมการมรดกโลก ซึ่งจะต้องจัดส่งให้ศูนย์มรดกโลกภายในวันที่ 1 ธันวาคม 2572 ในประเด็นที่เกี่ยวข้องกับการบริหารจัดการแหล่งและแนวทางการอนุรักษ์ เช่น การปรับปรุงพื้นที่กันชน การปรับปรุงแนวทางการอนุรักษ์ การจัดทำฐานข้อมูลดิจิทัล การศึกษาความมั่นคงของโครงสร้างอาคาร การอนุรักษ์โบราณสถาน การจัดทำยุทธศาสตร์อนุรักษ์ระยะยาว การศึกษาพื้นที่ศาสนสถานฮินดู และการคุ้มครองมรดกภูมิปัญญาที่จับต้องไม่ได้ ซึ่งกระทรวงวัฒนธรรม

โดยกรมศิลปากรและจังหวัดนครศรีธรรมราชได้มีการหารือแนวทางการดำเนินงานต่าง ๆ เรียบร้อยแล้ว การที่วัดพระมหาธาตุ วรมหาวิหาร ได้รับการขึ้นทะเบียนเป็นแหล่งมรดกโลกทางวัฒนธรรมแห่งใหม่ของประเทศไทย จะช่วยยกระดับการอนุรักษ์แหล่งมรดกทางวัฒนธรรมให้เป็นไปตามมาตรฐานสากล ส่งเสริมการท่องเที่ยวเชิงวัฒนธรรม และสร้างรายได้ควบคู่กับการมีส่วนร่วมของชุมชนในการดูแลรักษามรดกทางวัฒนธรรม กระตุ้นเศรษฐกิจระดับท้องถิ่นและประเทศ เพิ่มการรับรู้ในระดับนานาชาติและประกาศเกียรติภูมิของประเทศไทยบนเวทีโลก

Cr.กรมศิลปากร