หน้าแรก วาไรตี้ เนื้อแท้ สิ่งที่ซ่อนอยู่ในภูเขาน้ำแข็ง ไม่มีเงินจ่ายพนักงานแค่น้ำจิ้ม

เนื้อแท้ สิ่งที่ซ่อนอยู่ในภูเขาน้ำแข็ง ไม่มีเงินจ่ายพนักงานแค่น้ำจิ้ม

เนื้อแท้ สิ่งที่ซ่อนอยู่ในภูเขาน้ำแข็ง ไม่มีเงินจ่ายพนักงานแค่น้ำจิ้ม

มีผู้อาวุโสท่านหนึ่ง ที่มีความรู้ศาสนาและเชี่ยวชาญเรื่องการบริหารธุรกิจ ได้มีคำเตือนไปยังเนื้อแท้ว่า กิจกรรมบางอย่างอาจเข้าข่าย ‘ริบา’ แต่โดนฟ้องหมิ่นประมาท เมื่อปีที่แล้ว ผู้อาวุโสท่านนี้วิเคราะห์ว่า ฝีจะแตกในอีก 2 ปี แต่สถานการณ์ฝีแตกมาก่อนกาล
.
การไม่มีเงินจ่ายเงินเดือนพนักงาน เป็นเพียงแค่ยอดภูเขาน้ำแข็ง ที่ยังมีก้อนน้ำแข็งขนาดใหญ่ อยู่ด้านล่าง รอวันโผล่ขึ้นมาเหนือน้ำให้คนตกตลึง
.
ทฤษฎีภูเขาน้ำแข็ง มาจากซิกมอนด์ ฟรอยด์ นักจิตวิทยาชาวยิว ที่มีสอนในระดับพื้นฐานในมหาวิทยาลัย รหัส 103 วิเคราะห์จิตใจของมนุษย์ว่า โดยปกติ คนเราใช้พลังทางจิตในสถานการณ์ปกติ แค่ 30% เหมือนภูเขาน้ำแข็ง ที่โผล่เหนือน้ำแค่ 30% ที่เหลือ 60% ไม่ถูกนำมาใช้ คนเราจึงสามารถดึงพลังอีก 60% มาใช้ได้
.
ทีนี้มาดูว่า ภูเขาน้ำแข็งของ เนื้อแท้ คืออะไร ไม่เพียงตามรายงานงบดุล ที่ส่งกรมพัฒนาธุรกิจการค้า แต่มีสิ่งที่นอกเหนือจากนั้น
.
ตอนที่มีการประชุมผู้สนใจจะซื้อหุ้น เมื่อ 2-3 ปีก่อน ผมเคยวิเคราะห์ผ่าน Mtoday ถึงปัญหาของ คอมปานี-บี ก็มีบรรดาคนใกล้ชิดผู้บริหารโทรมาให้ข้อมูล มาล็อบบี้ ขอให้ลบข้อมูลออก เพราะเขาเชื่อในตัว โต วีรชน ศรัทธายิ่งว่า เป็นบุคคลที่เชื่อถืได้แน่นอน และยึดมั่นในหลักศาสนา ไม่ทำผิดแน่นอน
.
อันนั้น เป็นความเชื่อของคนใกล้ชิดและศรัทธา แต่กับคนที่ยึดข้อมูล ข้อเท็จจริง ก็จะมองจากข้อเท็จจริง เป็นหลัก ช่วงเวลาหนึ่งผมเคยทำข่าวอยู่สายหุ้น ก็พอจะอ่านงบดุลออกบ้าง
.
ข้อมูลที่จะนำเสนอต่อไปนี้ เป็นอีกด้านหนึ่งที่นักวิเคราะห์โดยทั่วไปมองไม่เห็น และนำมาเขียนเพื่อประโยชน์ของสาธารณะชนที่จะได้ใช้วิจารณญาณวิเคราะห์ ไม่เข้าไปอยู่ในกับดักนี้
.
สังคมมุสลิม เคยเกิดวิกฤติมาครั้งหนึ่งตอนการระดมทุนของ TMTV ที่อาศัยความศรัทธาของคนมุสลิมต่อผู้นำศาสนา ระดมทุนได้ โครงการแรก 300 ล้าน และกำลังจะระดมทุนอีก 300 ล้าน แต่ฝีมาแตกเสียก่อน จึงล้มเลิกการลงทุนไป แต่ได้ระดมทุนเข้ามาจำนวนหนึ่ง เงินถูกนำไปลงทุนในบางกิจการ เช่นรับซื้อยาง โรงเลี้ยงไก่ จะไปลงทุนหาปลาที่โซมาเลีย อ้างว่า รู้จักกับระดับผู้นำที่นั่น รับรองความปลอดภัย ก็ไปซื้อเรือเก่าๆมาลำหนึ่งที่ระนอง แต่สุดท้ายกลายเป็นการหลอกลวง เงินส่วนใหญ่ถูกนำไปเขากระเป๋าของใครบางคน DSI เข้ามาดำเนินคดี สุดท้ายศาลสั่งจำคุกตัวการเพียง 1 คน บรรดาโต๊ะครูหน้าจอที่ เรียกร้องเชิญชวนคนมาลงทุน ได้รับค่านายหน้ากันไปเรียบร้อยอีก 6-7 คน ศาลยกฟ้อง
.
จนบัดนี้ ก็ยังไม่ได้ยินคำขอโทษจากคนเหล่านี้
.
เพื่อนผม นักธุรกิจที่มีดีกรี ดอกเตอร์ บอกว่า เคสของเนื้อแท้ หากล้มเหมือน TMTV จะหนักหน่วยรุนแรงกว่า ทั้งในด้านความเชื่อถือศรัทธา และจำนวนเงิน เพราะชื่อเสียงของ โต วีรชน ศรัทธายิ่ง โด่งดังในวงกว้าง ผู้คนมีความเชื่อมั่นศรัทธาไม่น้อยไปกว่าหรืออาจจะมากกว่า บรรดาโต๊ะครู ใน TMTV
.
กรณี เนื้อแท้ เหมือนกับ กรณี TMTV อย่างไร มาจัเล่าให้ฟัง
.
การทำธุรกิจของเนื้อแท้ ไม่ใช้วิธีการกู้เงิน ด้วยเหตุว่า ไม่ต้องการยุ่งเกี่ยวกับดอกเบี้ย(รืบาฉ ที่ผิดหลักการศาสนา แต่ใช้วิธีการระดมทุนจากสังคมมุสลิมและไม่ใช่มุสลิมแทน ในรูปแบบมูฏอรอบะห์ การระดมทุน คือการนำเงินของคนอื่นมารับความเสี่ยงด้วย
.
การระดมทุนแบบมุฎอเราะบะฮ์ (Mudarabah)ของ เนื้อแท้ แตกต่างจาก TMTV โดยกรณีของ TMTV ถูกนำไปลงทุนเพียงเล็กน้อยเพื่อให้ผู้ลงทุนเห็นว่า มีการนำเงินไปลงทุนจริง เพื่อนำมาขยายการระดมทุนต่อ แต่เงินส่วนใหญ่ถูกผ่องถ่ายไปยังกระเป๋าของตัวการ แต่เนื้อแท้ เงินมุฎอเราะบะฮ์ ของเนื้อแท้ ถูกนำไปลงทุนจริง แต่ขาดทุน แล้วยังจ่ายกำไรให้ผู้ร่วมทุน แล้วระดมทุนต่อ
.
การระดมทุนของเนื้อแท้ ระดมทุนเป็นโครงการ อาทิ โครงการซื้อวัว 200 ตัว เมื่อครบ 6 เดือนก็จ่ายปันผล 6-7% ผู้อาวุโสที่ถูกฟ้อง ตั้งคำถามว่า เป็น ดอกเบี้ยหรือไม่ เพราะกิจการไม่ได้มีกำไร แต่จ่ายเงินปันผล ทุก 6 เดือน 6-7% ซึ่งคนที่ร่วมทุน ส่วนใหญ่ก็รับแต่เงินปันผล เงินลงทุนก็แช่ไว้ลงทุนต่อ
.
ฝีส่วนนี้จึงยังไม่แตก แต่กำลังจะแตก
.
จำนวนเงินที่มีคนนำมาลงทุน จำนวนเท่าไหร่ คนนอกไม่อาจรับรู้ได้ แต่เท่าที่ตรวจสอบมีจำนวนมาก บรรดาคนมีเงินของสังคมมุสลิมในกรุงเทพฯและต่างจังหวัด ถูกชักชวนเข้าร่วมทุนแทบทั้งหมด และด้วยความมีชื่อเสียงของ โต หลายคนจึงไว้วางใจ อย่างบางตระกูลที่บางอ้อ บอกกล่าวมาว่า ลงทุนไป 130 ล้าน คนไม่ใช่มุสลิมคนหนึ่งลงทุน 90 ล้าน ประมาณว่า เงินลงทุนเหล่านี้ คนละล้าน คนละ 500,000 บาท รวมแล้ว 300-600 ล้านบาท จำนวนคนลงทุนไม่มีข้อมูลชัดเจน
.
การที่ธนาคารอิสลามฯ เข้ามาให้ OD เพื่อนำเงินมาหมุนเวียน เบื้องต้นจ่ายเงินเดือนพนักงานก่อน โดยมีคนมีเงินคนหนึ่งค้ำประกันให้ เมื่อธนาคารอิสลามฯเข้ามา ก็จะเข้ามาดูแลการบริหารส่วนหนึ่ง โดยเฉพาะการจ่ายเงินให้เป็นไปตามเงื่อนไขการกู้ยืม การจะผ่องถ่ายเงินไปจ่ายผู้ลงทุนก็จะยากขึ้น
.
เมื่อไม่มีเงินจ่ายผู้ร่วมทุน ก็ฝีแตกครั้งใหญ่ ภูเขาน้ำแข็งที่อยู่ใต้นำ ก็จะโผล่ขึ้นมา ตอนนี้ก็แว่วว่า ขอความเห็นใจให้ผ่านช่วงวิกฤติไปก่อน ยังไม่ขอจ่ายปันผล และยังไม่คืนเงินต้น ภาวะการณ์เช่นนี้ จะอยู่ได้ 1-2 ปี หากยังไม่จ่ายปันผลหรือคืนเงิน คนลงทุนจะหมดความอดทน ก็จะมีการฟ้องร้องตามมา เหมือนกรณี TMTV ก็ขอดุอาว่า เนื้อแท้จะปรับเปลี่ยนรูปแบบการบริหารและการลงทุน เพื่อประโยชน์ของผู้ลงทุน จะได้ไม่เกิดสภาวะการณ์แบบ TMTV
.
สิ่งที่เนื้อแท้ ควรปรับเปลี่ยน คือ การลดรายจ่ายที่ไม่จำเป็นออกให้หมด เหลือรายจ่ายหลัก หยุดการขยายสาขา และปรับเปลี่ยนแนวทางการทำธุรกิจบางอย่าง
.
ที่ผ่านมา เนื้อแท้เน้นขยายสาขา จนเกิดโอเวอร์ซัพพลาย เนื้อแท้วางธุรกิจไว้ในระดับพรีเมียม ราคาสูง เพราะฉะนั้น คนจะเข้าไปกินเนื้อแท้ จะเข้าไป เป็นช่วงเวลา เช่นฉลองวันสำคัญ รองรับเพื่อนฝูง ผู้ใหญ่ ไม่ใช่อาหารที่กินทุกวัน ถามว่า จะมีซักกี่คน ที่กินอาหารมื้อละ 1,000 บาทขึ้นทุกวัน

การขยายสาขาจำนวนมาก จึงกลายเป็นโอเว่อร์ซัพพลาย และการลงทุนร้านแต่ละร้านก็หรูหราทำให้ต้นทุนการขยายสาขาสูง แต่ยอดขายไม่ได้บอกโจทย์ของการลงทุน การทำร้านอาหารแบบนี้จึงควรมีร้านใหญ่ เพียง 1 ร้าน อย่างสินธรสเต็กเฮาส์ ที่คนอยากกินก็มาสินธรฯ จากบางอ้อ ก็ขับรถมา
.
หากจะบอกว่า ต้องการรองรับความต้องการของมุสลิมในหลายๆพื้นที่ ก็ต้องมีสินค้าแบบ จีรพันธ์ ที่ทุกคนต้องกิน และราคาสามารถกินได้ทุกวัน ยกเว้นเบื่อข้าวหมก แต่แม้กระนั้น จีรพันธ์ ก็เคยประสบปัญหาการเปิดสาขาในห้าง จนต้องปิดตัวในบางสาขา นับประสาอะไรกับร้านพรีเมียมอย่างเนื้อแท้

สิ่งสำคัญมากของ เนื้อแท้ คือ งบบริหารที่มีสัดส่วนที่สูงมาก ไม่แน่ว่า งบนี้เป็นงบ มูฏอรอบะห์หรือไม่ ถ้าลดได้ ก็ธุรกิจก็จะเดินหน้าไปได้ แต่ถ้าเป็นงบมูฏอรอบะห์ ก็จะกลายเป็นปัญหาวัวพันหลัก วนไปวนมา หาทางออกไม่ได้ และจัดทำต้นทุนกำไรต้องให้ชัดเจน ธุรกิจที่ทำมา 13 ปี จะบอกว่า คำนวณต้นทุนกำไรไม่ได้ ไม่มีใครเชื่อหรอก เพียงแต่ไม่ได้บอกความจริงต่อสังคมเท่านั้น ถ้าคำนวณตเนทุนกำไรไม่ได้จริงก็นับเป็นความล้มเหลวอย่างสิ้นเชิง
.
สิ่งสำคัญมากอีกอย่าง คือ การให้ความสำคัญกับคุณภาพ ระยะหลังมีเสียงสะท้อนจากผู้ใช้บริการว่า อาหารไม่อร่อยเหมือนเดิม โต ควรเข้ามาดูตรงนี้ด้วย และสิ่งที่โต ควรทำคือ เลิกใช้ความเป็นคนมีชื่อเสียงเข้ามามีอิทธิพลในการทำธุรกิจมากจนเกินไป อย่าลืมว่า ชื่อเสียงเข้ามาแล้วก็หายไป โต ในเวลานี้ ไม่ใช่โต ชิลลิ่งฟูล ที่มีชื่อเสียง ควรใส่ใจกับคุณภาพ ความอร่อยของอาหาร อย่าให้คนเข้ามากินอาหาร เพราะชื่อบังโต แต่ให้คนเข้ามา เพราะความอร่อยของเนื้อแท้
.
สิ่งที่ผมและหลายคนไม่เข้าใจว่า ทำไมเนื้อแท้ต้องขยายสาขาเร็วและแต่ละสาขาลงทุนมาก มันมีอะไรซ่อนอยู่นการขยายสาขา สาขาหนึ่งลงทุน 5-10 ล้าน เงินไปจม พอเลิกสาขามูลค่าแทบไม่มี
.
การขยายสาขา เข้าใจว่า ต้องการให้ร้านเติบโตเร็ว มีรายได้ 1,000 ล้านบาท และนำบริษัทเข้าตลาดหลักทรัพย์ เพื่อมีรายได้ก้อนใหญ่เข้ามา แต่การขยายสาขาโดยไม่ศึกษาวิจัยการตลาดคิดว่า จะสร้างรายได้เพียงอย่างเดียว จึงมีโอกาสล้มมากกว่า เนื้อแท้น่าจะสร้างร้านเพียงร้าน หรือ 2 ร้าน เพื่อขายแฟรนไชส์ เหมือน แมนดาริน ทำ ซึ่งจะลดต้นทุนได้มากกว่า หรือไม่ก็ศึกษาร้านสเต็ก อย่างแบล็ค แคนยอนว่า ทำไมถึงอยู่ได้ยาวนาน
.
ทำเมนูตลาดๆ ซัก 2-3 เมนู เพื่อให้คนได้กินทุกวัน ไม่ได้กำไร แต่ได้เงินมาหมุนในระบบ
.
ทั้งหลายทั้งปวงก็ด้วยความปรารถนาดให้ เนื้อแท้ ได้อยู่ต่อไป ดุอา ครับ

.Cr.Somporn longji