หน้าแรก ในประเทศ กอจ.สงขลา ตั้งทนายเตรียมฟ้องคนทำองค์กรเสียหาย รับไม่ได้ละเมิดถึงครอบครัว

กอจ.สงขลา ตั้งทนายเตรียมฟ้องคนทำองค์กรเสียหาย รับไม่ได้ละเมิดถึงครอบครัว

กอจ.สงขลากร่อนแถลงการณ์ฉบับเต็ม แจงยิบมติปลด 2 อิหม่าม ยันดำเนินการตามกรอบ พ.ร.บ.องค์กรศาสนาอิสลามฯ และหลักศาสนาเพื่อรักษาเอกภาพชุมชน ชี้ไม่ใช่เรื่องอคติส่วนตัวหรือความเห็นต่างทางวิชาการ พร้อมแจงสิทธิผู้ถูกถอดถอนยื่นคัดค้านได้ตามกระบวนการ วอนทุกฝ่ายหยุดสร้างฟิตนะฮ์ นำมัสยิดมาเผชิญหน้า พร้อมตั้งทนายศึกษาขัอมูลฟ้อง คนทำกอจ.เสียหาย

สงขลา — มีรายงานว่า คณะกรรมการอิสลามประจำจังหวัดสงขลา (กอจ.สงขลา) ได้ตั้งทนายความศึกษาข้อมูลรายละเอียด กรณีมีการพาดพิงกอง.สงขลา จากมติปลดออกอิหม่าม 2 มัสยิดที่กำหนดการออกอีด ไม่ตรงประกาศสำนักจุฬาราชมนตรี

‘มีความพยายาใช้ถ้อยคำเลี่ยง ไม่ใช้คำตรง แต่จากการพิจารณา คาดว่า เข้าข่ายหมิ่นประมาท และนำข้อมูลอันเป็นเท็จเข้าสู่ระบบคอมพิวเตอร์ ที่สร้างความเสียหาย การดูหมิ่นเกลียดชัง แก่กอจ.สงขลา ที่รับไม่ได้คือ มีการพาดพิงถึงผู้หบักผู้ใหญ่ด้วยขัอความอันเป็นเท็จ และพาดพิงถึงครอบครัวของกอจ. ที่ไม่มีส่วนรู้เห็นด้วย คาดว่า สามารถดำเนินคดีได้ 5-6 คดี’ กิจ.สงขลา รายหนึ่งให้ข้อมูล

ก่อนหน้านี้ กอจ.สงขลา ได้แถลงข่าวและออกแถลงการณ์ชี้แจงข้อเท็จจริงกรณีมีมติในการประชุมครั้งที่ 10/2569 เมื่อวันที่ 18 กรกฎาคม 2569 ให้ผู้นำศาสนาตำแหน่ง “อิหม่าม” ในพื้นที่จังหวัดสงขลาจำนวน 2 มัสยิดพ้นจากตำแหน่ง เพื่อสร้างความเข้าใจที่ถูกต้องแก่สังคมและป้องกันความขัดแย้งในชุมชนมุสลิม

​แถลงการณ์ระบุว่า การพิจารณาดังกล่าวเป็นการดำเนินการตามอำนาจหน้าที่ตามพระราชบัญญัติการบริหารองค์กรศาสนาอิสลาม พ.ศ. 2540 มาตรา 26 ซึ่งให้อำนาจ กอจ. ในการกำกับดูแล และพิจารณาแต่งตั้ง ถอดถอน หรือสั่งพักการปฏิบัติหน้าที่ของคณะกรรมการอิสลามประจำมัสยิด

​กอจ.สงขลา ยืนยันว่า มติดังกล่าวไม่ได้มีสาเหตุมาจากความขัดแย้งส่วนบุคคล หรือเพียงเพราะความเห็นต่างทางวิชาการ แต่เกิดจากการตรวจสอบพฤติการณ์โดยรวมซึ่งพบว่า มีการจงใจประกาศ นำ หรือจัดศาสนกิจในวันอื่นที่ไม่ตรงกับประกาศวันสำคัญทางศาสนาของจุฬาราชมนตรี ซึ่งอาศัยสถานะความเป็นอิหม่ามสร้างความสับสนและกระทบต่อเอกภาพของสัปปุรุษในชุมชน

​นอกจากนี้ ในแถลงการณ์ยังได้ยกหลักการทางศาสนาอิสลาม ทั้งจากอัลกุรอาน อัลฮะดีษ และแนวทางของสลัฟซอและห์ (บรรพชนรุ่นแรก) มาอธิบายถึงความสำคัญของการเชื่อฟังผู้นำในเรื่องที่ไม่ขัดต่อหลักศาสนา โดยระบุว่าการกำหนดวันสำคัญทางศาสนาผ่านกระบวนการดูดวงจันทร์ของจุฬาราชมนตรีเป็นเรื่องกระบวนการบริหารที่ถูกต้องตามกฎหมาย ไม่ใช่การสั่งให้ทำความผิดบาป มุสลิมจึงต้องรักษาเอกภาพและหลีกเลี่ยงการสร้างความแตกแยก (ฟิตนะฮ์)

​สำหรับขั้นตอนการพิจารณา กอจ.สงขลา ยืนยันว่าได้ดำเนินการอย่างเป็นธรรม โดยเปิดโอกาสให้ผู้ถูกกล่าวหาได้รับทราบข้อหา ชี้แจง โต้แย้ง และนำพยานหลักฐานเข้าสู่การพิจารณาขององค์คณะอย่างครบถ้วน ซึ่งการยื่นคัดค้านเป็นสิทธิของผู้ถูกถอดถอนตามกฎหมาย และ กอจ. พร้อมส่งเรื่องให้องค์กรผู้มีอำนาจพิจารณาต่อไปโดยไม่กล่าวล่วงหน้าถึงผลการตัดสิน

​พร้อมกันนี้ กอจ.สงขลา ได้ออกข้อเรียกร้อง 5 ข้อต่อทุกฝ่าย ได้แก่:

  1. ​ยุติการเผยแพร่ข่าวลือ ข้อมูลฝ่ายเดียว หรือข้อความสร้างความเกลียดชัง
  2. ​ใช้ช่องทางคัดค้านและอุทธรณ์ตามขั้นตอนกฎหมาย
  3. ​เคารพมัสยิด ไม่นำมัสยิดมาใช้เป็นพื้นที่เผชิญหน้าหรือต่อสู้ทางการเมือง
  4. ให้ความร่วมมือกับเจ้าหน้าที่ในการรักษาความสงบเรียบร้อง
  5. ​รอฟังผลการพิจารณาจากองค์กรผู้มีอำนาจด้วยความสงบ

​ท้ายที่สุด กอจ.สงขลา ยืนยันว่าไม่ได้ทำเพื่อลดทอนเกียรติของบุคคลใด แต่ทำไปเพื่อรักษาความน่าเชื่อถือของตำแหน่งอิหม่ามและเอกภาพของสังคมมุสลิม พร้อมเปิดช่องทางไกล่เกลี่ยสร้างความเข้าใจตามกรอบของกฎหมายอย่างเต็มที่