คนภูเก็ตสุดทน! ตั้งกลุ่ม “ปกป้องผืนแผ่นดินภูเก็ต” นัดชุมนุมใหญ่ 28 ส.ค. จี้รัฐจัดการพวกกร่าง–สืบถอนสัญชาติชาวอิสราเอลสร้างปัญหา
กระแสความตึงเครียดในพื้นที่จังหวัดภูเก็ตทวีความร้อนแรงขึ้นอย่างต่อเนื่อง หลังประชาชนและผู้ประกอบการท้องถิ่นเหลืออดกับพฤติกรรมของต่างชาติบางกลุ่มที่ไม่เคารพกฎหมายไทย ล่าสุด กลุ่ม “ปกป้องผืนแผ่นดินภูเก็ต” ได้เคลื่อนไหวเข้มข้น ยื่นหนังสือต่อเจ้าหน้าที่ตำรวจ เตรียมจัดชุมนุมใหญ่แสดงพลังเรียกร้องให้ภาครัฐกวาดล้างและจัดการเด็ดขาดกับกลุ่มคนที่เข้ามาสร้างความเดือดร้อนรำคาญ
แกนนำกลุ่มปกป้องผืนแผ่นดินภูเก็ต นำโดย นายสายชล หนูเชต ได้เดินทางเข้ายื่นหนังสือขออนุญาตใช้สถานที่ต่อ พ.ต.ท.สมพร สุรินทร์ รอง ผกก.สภ.ป่าตอง เพื่อจัดชุมนุมและแสดงออกเชิงสัญลักษณ์
การชุมนุมกำหนดจัดขึ้นในวันที่ 28 สิงหาคม บริเวณสวนสาธารณะโลมา หน้าหาดป่าตอง คาดจะมีประชาชน ผู้ประกอบการร้านค้า และคนในพื้นที่เข้าร่วมมากกว่า 500 คน โดยการรวมตัวครั้งนี้มีวัตถุประสงค์หลักเพื่อเปิดเวทีให้คนท้องถิ่นแฉพฤติกรรมข่มขู่ คุกคาม และการเอาเปรียบของต่างชาติ
ส่งสัญญาณถึงหน่วยงานที่เกี่ยวข้องให้เร่งกวาดล้างกลุ่มผู้กระทำผิดอย่างจริงจัง ไม่ปล่อยให้ไทยกลายเป็น “แดนสนธยา”
พร้อมกันนี้ เรียกร้องให้เพิกถอนสัญชาติ วีซ่า หรือสิทธิพำนัก สำหรับต่างชาติที่มีพฤติการณ์เป็นภัยต่อความสงบเรียบร้อยและเจ้าของพื้นที่
แฉแหลกพฤติกรรม “อิสราเอล-กลุ่มทุนเทา” ไม่เห็นหัวคนพื้นที่
นายสายชล ระบุว่า ที่ผ่านมามีข้อร้องเรียนจากชาวบ้านและผู้ประกอบการจำนวนมาก โดยเฉพาะพฤติกรรมของนักท่องเที่ยวและผู้อยู่อาศัยชาวอิสราเอลบางกลุ่ม เช่น ทานอาหารแล้วไม่ชำระเงิน เบี้ยวค่าบริการ การทะเลาะวิวาท และการตั้งตนเป็นขาใหญ่ข่มขู่ผู้ให้บริการรถสาธารณะ (ตุ๊กตุ๊ก)
นอกจากนี้ ยังพบปัญหานอมินีและการกว้านซื้ออสังหาริมทรัพย์เพื่อทำธุรกิจแอบแฝงโดยผิดกฎหมาย ซึ่งสร้างความกังวลอย่างยิ่งว่าคนท้องถิ่นกำลังถูกสูญเสียสิทธิ เสรีภาพ และความปลอดภัยในบ้านเกิดของตนเอง
”ปัญหาลักษณะนี้ไม่ได้เกิดแค่ภูเก็ต แต่ขยายวงไปยังเมืองท่องเที่ยวอย่างเกาะสมุยและเกาะพะงัน ถึงเวลาแล้วที่คนไทยต้องออกมาปกป้องสิทธิและความปลอดภัยของแผ่นดินตัวเอง” — แกนนำกลุ่มปกป้องผืนแผ่นดินภูเก็ต ระบุ
ตำรวจกำชับชุมนุมสงบ ห้ามนำธงปาเลสไตน์เข้าพื้นที่
ด้าน พ.ต.ท.สมพร สุรินทร์ รอง ผกก.สภ.ป่าตอง เปิดเผยหลังรับหนังสือว่า ทางตำรวจอนุญาตให้จัดชุมนุมได้ภายใต้กรอบของกฎหมาย โดยเน้นย้ำให้เป็นการแสดงออกด้วยความสงบเรียบร้อย พร้อมขอความร่วมมือ “ห้ามนำธงปาเลสไตน์หรือสัญลักษณ์ขัดแย้งระหว่างประเทศเข้ามาในพื้นที่ชุมนุม” เพื่อป้องกันไม่ให้ประเด็นการเรียกร้องความยุติธรรมในท้องถิ่นถูกเบี่ยงเบนไปสู่ความขัดแย้งทางการเมืองระดับโลก
การรวมตัวครั้งนี้ถือเป็นจุดเปลี่ยนสำคัญของคนภูเก็ตที่ลุกขึ้นมาส่งเสียงเตือนดังๆ ถึงชาวต่างชาติทุกชาติพันธุ์ว่า ต้องเคารพกฎหมายและวิถีชีวิตคนไทยอย่างเคร่งครัด



