การประชุมคณะรัฐมนตรีนอกสถานที่่ (ครม.สัญจร) ครั้งแรกของรัฐบาลในพื้นที่ภาคใต้ ประสบความสำเร็จอย่างงดงาม โดย นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย ได้แถลงถึงการกำหนดแนวทางเร่งด่วน (Quick Win) ครอบคลุม 4 มิติ เพื่อยกระดับคุณภาพชีวิตและเศรษฐกิจในพื้นที่ 5 จังหวัดชายแดนภาคใต้ (ยะลา ปัตตานี นราธิวาส สงขลา และสตูล) พร้อมอนุมัติบิ๊กโปรเจกต์คมนาคม และปรับระบบเยียวยาภัยพิบัติระดับประเทศ
กางมาตรการด่วน Quick Win ปลดล็อกศักยภาพ 5 จังหวัดชายแดนใต้
รัฐบาลมุ่งแก้ปัญหาโดยยึดประชาชนเป็นศูนย์กลาง ผ่านแนวทางเร่งด่วน 4 ด้านสำคัญ:
ด้านเศรษฐกิจ
ให้ผู้ว่าราชการจังหวัดเป็นผู้นำขับเคลื่อน มอบกระทรวงการคลังดูแลสินเชื่อดอกเบี้ยต่ำ (Soft Loan) ผ่าน บสย. และสั่งการกระทรวงคมนาคมเร่งขุดลอกบำรุงรักษาร่องน้ำปัตตานีและสงขลา เพื่อกระตุ้นการค้า การลงทุน และการท่องเที่ยว
ด้านสังคม
อนุมัติการออกแบบและก่อสร้างโรงพยาบาลหาดใหญ่ แห่งที่ 2 วงเงินเบื้องต้น 250 ล้านบาท พร้อมเตรียมเจรจากับมาเลเซียเพื่อคุ้มครองและดูแลแรงงานไทย
ด้านความมั่นคง
พัฒนาโครงสร้างพื้นฐานความมั่นคงและนำเทคโนโลยี AI มาใช้บริหารจัดการจุดผ่านแดน เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการดูแลความปลอดภัยอย่างยั่งยืน
ด้านภัยพิบัติ
จัดสรรงบเร่งด่วน 142 ล้านบาท สร้างศูนย์พักพิงชั่วคราวที่ปัตตานี เพิ่มประสิทธิภาพระบบระบายน้ำเทศบาลนครหาดใหญ่-เทศบาลเมืองควนรัง และปรับปรุงโครงการแก้มลิงคลองเรียน จ.สงขลา
อัดงบ 1.06 แสนล้าน สปีดรถไฟทางคู่ภาคใต้ – เร่ง 2 สะพานยุทธศาสตร์
เพื่อรองรับการเติบโตทางเศรษฐกิจในระยะยาว ครม. ได้อนุมัติโครงการรถไฟทางคู่ ระยะที่ 2 วงเงิน 106,798.32 ล้านบาท ได้แก่
ช่วงชุมพร – สุราษฎร์ธานี
ช่วงสุราษฎร์ธานี – ชุมทางหาดใหญ่
ช่วงชุมทางหาดใหญ่ – ปาดังเบซาร์ (พร้อมมอบสภาพัฒน์ฯ เร่งศึกษาเส้นทางเชื่อมต่อจากชุมทางหาดใหญ่ ไปยัง อ.สุไหงโกลก จ.นราธิวาส)
นอกจากนี้ รัฐบาลยังเร่งรัดโครงการสะพานข้ามทะเล สะพานเชื่อมเกาะลันตา (จ.กระบี่) เชื่อมแผ่นดินใหญ่ไปยังเกาะลันตาน้อยและเกาะลันตาใหญ่ เพื่อให้ประชาชนเดินทางด้วยรถยนต์และจักรยานได้โดยไม่ต้องพึ่งเรือ และ สะพานข้ามทะเลสาบสงขลา (สงขลา-พัทลุง) ที่จะช่วยลดเวลาเดินทางจาก 1 ชั่วโมงครึ่ง เหลือเพียง 20 นาที ช่วยลดต้นทุนการขนส่งสินค้าอย่างมหาศาล
รุกประกันภัยถ้วนหน้า 30 ล้านครัวเรือน ประหยัดงบรัฐ-คุ้มครองไว
รัฐบาลเปลี่ยนผ่านการช่วยเหลือผู้ประสบภัยจากการรอเงินเยียวยา มาสู่ ระบบประกันภัยแบบครัวเรือน ครอบคลุมอุทกภัย วาตภัย และแผ่นดินไหว รวม 30 ล้านครัวเรือนทั่วประเทศ:
ที่อยู่อาศัย: คุ้มครองสูงสุด 100,000 บาท/หลัง/ครั้ง (ไม่จำกัดจำนวนครั้ง)
การเสียชีวิต: จ่ายผลประโยชน์ 2 ล้านบาท/ราย (ชดเชยเบื้องต้นใน 15 วัน และจ่ายเพิ่มเติมในอีก 15 วัน)
นายเอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง คำนวณเบื้องต้นว่า รัฐบาลจะจ่ายเบี้ยประกันราว 15,500 ล้านบาทต่อปี เพื่อสร้างวงเงินคุ้มครองสูงถึง 75,000 ล้านบาทต่อปี ซึ่งประหยัดกว่างบเยียวยาเดิมที่เคยจ่ายสูงถึง 45,000 ล้านบาทต่อปี
สานต่อข้าราชการไร้รอยต่อ ปักหมุดเป้าหมายถัดไป “อุดรธานี”
นายกรัฐมนตรี ระบุว่าการลงพื้นที่ครั้งนี้ช่วยสร้างความคุ้นเคยและเตรียมความพร้อมส่งต่อการทำงานของข้าราชการที่จะสลับเปลี่ยนตำแหน่งในปีงบประมาณ 2570 (เริ่ม 1 ตุลาคมนี้) ให้ปฏิบัติงานได้ต่อเนื่องไร้อุปสรรค และจากความสำเร็จของ ครม.สัญจร ครั้งนี้ รัฐบาลมีแผนจะสัญจรไปตามภูมิภาคต่าง ๆ โดยเป้าหมายถัดไปกำหนดไว้ที่ภาคอีสาน โดยเริ่มจากศูนย์กลางเศรษฐกิจอย่าง จังหวัดอุดรธานี
#ครม_สัญจร #อนุทิน



