หน้าแรก ในประเทศ ทูตอิสราเอลโต้เดือด! ปัดข่าวยึดพื้นที่ไทย-ล่าอาณานิคม ยันเคารพกฎหมายไทย ไร้สิทธิพิเศษ

ทูตอิสราเอลโต้เดือด! ปัดข่าวยึดพื้นที่ไทย-ล่าอาณานิคม ยันเคารพกฎหมายไทย ไร้สิทธิพิเศษ

ทูตอิสราเอลโต้เดือด! ปัดข่าวเฟกนิวส์ยึดที่ดินไทย-ล่าอาณานิคม ยันเคารพกฎหมายไทย ไร้สิทธิพิเศษ

​กลายเป็นประเด็นร้อนที่สังคมให้ความสนใจอย่างมาก หลังมีกระแสข่าวลือในโลกโซเชียลมีเดียอ้างว่าชาวอิสราเอลพยายามแสดงความเป็นเจ้าของที่ดินและตั้งกลุ่มอิทธิพลในพื้นที่ท่องเที่ยวสำคัญของไทย โดยเฉพาะประเด็นพิพาทเรื่องที่ดินและ “ชาบัด เฮ้าส์” (Chabad House) ที่จังหวัดภูเก็ต ล่าสุด เอกอัครราชทูตอิสราเอลประจำประเทศไทย ได้ออกมาชี้แจงเคลียร์ประเด็นที่เป็นปัญหา

​ยัน “ชาบัด ภูเก็ต” อยู่บนแผ่นดินไทย ไร้การล่าอาณานิคม

​ดร.อะโลนา ฟิชเชอร์-คัมม์ เอกอัครราชทูตอิสราเอลประจำประเทศไทย เปิดเผยภายหลังการเข้าหารือกับ นายสีหศักดิ์ พวงเกตุแก้ว รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศ โดยได้ตอบคำถามสื่อมวลชนอย่างตรงไปตรงมาถึงกรณีข่าวลือเรื่องการยึดครองพื้นที่ว่า ข้อความที่อ้างว่า “ที่นี่เป็นพื้นที่ของอิสราเอล” นั้น ไม่ทราบว่าใครเป็นผู้กล่าวอ้าง แต่ขอทำความเข้าใจให้ตรงกันว่า ไม่ว่าจะเป็น ชาบัด เฮ้าส์ อาคาร หรือสถานที่ใดก็ตาม ทั้งหมดตั้งอยู่บน “แผ่นดินไทย” และอยู่ภายใต้อธิปไตยของประเทศไทย 100%

​พร้อมกันนี้ ทูตอิสราเอลยังได้ปฏิเสธกระแสข่าวลือในโซเชียลอย่างเด็ดขาด โดยย้ำว่า

​ อิสราเอลไม่ได้มีนโยบายเข้าบุกรุก หรือล่าอาณานิคมในประเทศไทยตามที่ถูกกล่าวหา

​ยืนยันว่าไม่มีการนำปัญหาความขัดแย้งจากภูมิภาคตะวันออกกลางเข้ามาขยายผลในพื้นที่ประเทศไทย

​ศูนย์ชาบัดพร้อมเปิดต้อนรับคนไทยที่สนใจเข้าเยี่ยมชมเพื่อสร้างความเข้าใจที่ถูกต้อง

​ยอมรับมีคนประพฤติแย่ แต่ไม่ใช่ความขัดแย้งเชิงโครงสร้าง

​ต่อประเด็นข้อพิพาทและความกระทบกระทั่งระหว่างนักท่องเที่ยวชาวอิสราเอลกับคนท้องถิ่นในภาคใต้ ดร.ฟิชเชอร์-คัมม์ ยอมรับว่า นักท่องเที่ยวส่วนใหญ่เป็นนักท่องเที่ยวคุณภาพ แต่ก็มีชาวอิสราเอลบางคนที่แสดงพฤติกรรมไม่เหมาะสมจริง ซึ่งเกิดจากความไม่เข้าใจในกฎหมาย วัฒนธรรม และขนบธรรมเนียมประเพณีของไทย อย่างไรก็ตาม มองว่าเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นเป็นเพียง “ความเข้าใจผิด” รายบุคคล ไม่ใช่ความขัดแย้งระดับชาติ

​ลั่นไม่ปกป้องคนทำผิดกฎหมาย-นอมินี

​สำหรับประเด็นการทำธุรกิจผิดกฎหมายและการใช้นอมินีถือครองที่ดิน ทูตอิสราเอลยืนยันชัดเจนว่า ทางสถานทูตฯ จะไม่ปกป้องชาวอิสราเอลคนใดก็ตามที่กระทำผิดกฎหมายไทย ทุกอย่างต้องเป็นไปตามกระบวนการยุติธรรมของไทย แต่ขอความเห็นอกเห็นใจว่าไม่ควรเลือกปฏิบัติ หรือเพ่งเล็งอคติมาที่ชาวอิสราเอลเพียงกลุ่มเดียว

​ทั้งนี้ ในโอกาสครบรอบ 72 ปี ความสัมพันธ์ทางการทูตไทย-อิสราเอล สถานทูตฯ ยังคงมุ่งมั่นที่จะกระชับความสัมพันธ์ในระดับ “ประชาชนต่อประชาชน” (People to People) เเพื่อสร้างความเข้าใจอันดีและลดปัญหาข้อขัดแย้งในอนาคตต่อไป

​อ้างอิง: สำนักข่าว PPTV HD 36

​#ทูตอิสราเอล #อิสราเอล #ชาวอิสราเอล #ชาบัดภูเก็ต #ข่าวต่างประเทศ #กระทรวงการต่างประเทศ #Mtoday