Mtoday – ทวี สอดส่อง ลุยท่าเรือเทพา ฟังโจทย์เศรษฐกิจชายแดนใต้ ดันปลดล็อกกฎหมาย
ผังเมือง-เขตห้ามล่าสัตว์ หนุนศูนย์กระจายสินค้า
สงขลา – พ.ต.อ.ทวี สอดส่อง หัวหน้าพรรคประชาชาติ ลงพื้นที่ TEPA TRANSIT TERMINAL ท่าเรือเทพา ต.ปากบาง อ.เทพา จ.สงขลา รับฟังปัญหาโลจิสติกส์ชายแดนใต้ ชูโมเดลท่าเรือชุมชนสร้างงาน ลดต้นทุนขนส่ง ชี้เป็นคำตอบเศรษฐกิจ 3 จังหวัด
เมื่อวันที่ 20 ต.ค. พ.ต.อ.ทวี สอดส่อง ส.ส.บัญชีรายชื่อ และหัวหน้าพรรคประชาชาติ พร้อมคณะ ลงพื้นที่ท่าเรือและศูนย์กลางการขนถ่ายสินค้า TEPA TRANSIT TERMINAL อ.เทพา จ.สงขลา โดยมี นายอนุมัติ อาหมัด อดีตสมาชิกวุฒิสภา (ส.ว.) ในฐานะเจ้าของและผู้บริหารท่าเรือ ให้การต้อนรับและบรรยายสรุปการดำเนินงาน
นายอนุมัติ เปิดเผยว่า การผลักดันท่าเรือน้ำลึกในภาคใต้ติดปัญหาพื้นที่หลังท่า ชุมชน เทศบัญญัติ และการทำ EIA ขณะที่โลจิสติกส์ทางน้ำยังไม่ตอบโจทย์ จึงตัดสินใจลงทุนพัฒนา “ท่าเรือชายฝั่ง” ใช้ร่องน้ำเดิมที่มีอยู่แล้วในพื้นที่ อ.เทพา ด้วยงบประมาณและกองเรือของตนเองทั้งหมด โดยไม่รอพึ่งงบประมาณรัฐ
ปัจจุบันท่าเรือผ่านการประเมินผลกระทบสิ่งแวดล้อม (EIA) เรียบร้อยแล้ว การรับฟังความคิดเห็นในรัศมี 5 กิโลเมตร ไม่มีประชาชนคัดค้าน
จุดเด่นสำคัญคือการจ้างงานคนในพื้นที่ นายอนุมัติระบุว่า “วันนี้เรามีคนทำงานเกือบ 200 คน 97-98% เป็นคนในหมู่บ้านและพื้นที่ใกล้เคียง ช่วยแก้ปัญหาวัยรุ่นว่างงานให้กลับตัวมาทำงานได้ดี ทนสภาพอากาศได้ดีกว่าแรงงานข้ามถิ่น สร้างรายได้เฉลี่ย 10,000-20,000 บาทต่อคน เงินสะพัดในพื้นที่ 3-4 ล้านบาทต่อเดือน ยังไม่รวมรายได้ทางอ้อมของแม่ค้าในชุมชนที่ขายเสบียงให้เรือขนส่งสินค้าทั้งในและต่างประเทศ”
อย่างไรก็ตาม การขยายตัวยังติดล็อกข้อกฎหมาย 2 ฉบับ คือ ประกาศเขตห้ามล่าสัตว์ป่าในบางหมู่บ้าน และกฎหมายผังเมือง ทั้งที่ ครม. เคยมีมติให้พื้นที่นี้เป็นศูนย์กระจายสินค้า ทำให้นักลงทุนที่ต้องการสร้างคลังสินค้าต้องถอยกลับ
“อยากฝากให้ พ.ต.อ.ทวี ช่วยผลักดันการแก้ไขกฎหมายสองตัวนี้ หากใช้เงื่อนไขพิเศษแก้ได้เร็ว จะเกิดการจ้างงานและอุตสาหกรรมต่อเนื่องโดยอัตโนมัติ ผมไม่อยากสร้างคลังสินค้าในพื้นที่ท่าเรือ แต่อยากผลักออกไปด้านนอกให้ชุมชนรอบข้าง 600 กว่าไร่ได้รับอานิสงส์ เกิดกิจกรรมทางเศรษฐกิจร่วมกัน” นายอนุมัติกล่าว
ในด้านการลดต้นทุนโลจิสติกส์ ท่าเรือเทพาทำหน้าที่เป็นฮับรับปูนซีเมนต์จากภาคกลาง (TPI, อินทรี) เพื่อกระจายสู่ 4-5 จังหวัดชายแดนใต้ จากเดิมขนส่งทางรถยนต์ต้นทุนตันละ 1,000 บาท เมื่อมาทางเรือเหลือเพียงตันละ 200-400 บาท ช่วยลดต้นทุนวัสดุก่อสร้างให้คนชายแดนใต้เข้าถึงที่อยู่อาศัยได้ถูกลง
ในอนาคตเตรียมหารือกลุ่ม SCG, ไทวัสดุ รวมถึงกลุ่มค้าปลีกอย่าง Makro, Big C, Lotus, 7-Eleven และ Tops หากขนส่งทางเรือได้ จะช่วยลดราคาสินค้าอุปโภคบริโภคได้อย่างมหาศาล
นอกจากนี้ ท่าเรือยังช่วยยกระดับราคาสินค้าเกษตร โดยมีเรือจากยุโรปมารับซื้อไม้ยางพาราสับ (Wood Chip / Wood Pallet) เพื่อส่งออก ทำให้ไม้ยางพารามีราคาสูงขึ้น
นายอนุมัติทิ้งท้ายว่า “ที่นี่เราทำเองหมด ครม. ไม่เคยพูดถึง ไม่เป็นไร เราคือมินิแลนด์บริดจ์ที่ต้องเกิดก่อนใคร และขณะนี้กำลังประสานกับผู้บริหารท่าเรือปีนัง มาเลเซีย เพื่อเชื่อมโยงเส้นทางโลจิสติกส์ หากด่านประกอบ อ.นาทวี เปิดเต็มรูปแบบ เศรษฐกิจในพื้นที่จะพลิกโฉมทันที”
ด้าน พ.ต.อ.ทวี กล่าวว่า ท่าเรือแห่งนี้ตอบโจทย์ปัญหาของคนใน 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้ได้อย่างแท้จริง ทั้งมิติการสร้างงานในพื้นที่ และการลดต้นทุนค่าขนส่ง
“เมื่อวันก่อนผมเพิ่งมีโอกาสประชุมกับกงสุลจีนที่ลงมาในพื้นที่ รวมถึงนักธุรกิจในพื้นที่ที่สะท้อนปัญหามิติด้านโลจิสติกส์ พอวันนี้ได้มาลงพื้นที่เห็นการดำเนินงานของท่าเรือเทพา ก็ทำให้เห็นภาพชัดเจนเลยว่า ที่นี่คือสิ่งที่ตอบโจทย์ และสามารถแก้ปัญหาเศรษฐกิจของคนสามจังหวัดชายแดนภาคใต้ได้จริง” หัวหน้าพรรคประชาชาติกล่าว
#ทวีสอดส่อง #อนุมัติอาหมุด #ท่ารือเทพา #Mtoday



