อดีตBRN ออกมายัน “องค์กรไม่มีศักยภาพระเบิดกรุงเทพฯ” ระบุมีคนมีสีเป็นBRN จัดตั้ง

2850
เสียงระเบิดที่ดังขึ้นติดๆ กันหลายครั้งในพื้นที่กรุงเทพมหานคร มีมุมวิเคราะห์เชื่อมโยงไปถึงสถานการณ์ความไม่สงบในจังหวัดชายแดนภาคใต้ ในท่วงทำนองที่ว่ากลุ่มเคลื่อนไหวในพื้นที่กำลัง “ขยายพื้นที่ปฏิบัติการ” กลุ่มเคลื่อนไหวที่ว่านี้ โดยนัยหมายถึง “บีอาร์เอ็น” ซึ่งฝ่ายความมั่นคงไทยเชื่อว่าเป็นองค์กรหลักในการขับเคลื่อนความรุนแรงที่ปลายด้ามขวาน และมีบทบาทสูงสุดในการควบคุม “นักรบ” ที่ออกปฏิบัติการรูปแบบต่างๆ ในพื้นที่

“ทีมข่าวอิศรา” มีโอกาสได้พูดคุยกับ “โฮป” (นามสมมติ) อดีตคนในบีอาร์เอ็นซึ่งปัจจุบันหันหลังให้ขบวนการแล้ว คำตอบของเขาดูจะสวนทางกับบทวิเคราะห์ของฝ่ายต่างๆ ในส่วนกลาง ประเด็นแรกที่โฮปบอก ก็คือบีอาร์เอ็นไม่ได้มีศักยภาพสูงถึงขนาดที่มีบางฝ่ายพยายามสร้างภาพ

“เท่าที่ผมมีประสบการณ์ บีอาร์เอ็นจริงๆ ที่มีอุดมการณ์ในพื้นที่ ไม่ได้มีความสามารถขนาดว่าจะก่อเหตุที่ไหนก็ได้ เพราะเขาไม่มีแนวร่วมมากและทุกพื้นที่ เขามีแนวร่วมจำกัด จะทำอะไรต้องกระซิบเบาๆ ต้องพูดเป็นนัยๆ ก่อนทดลองว่าคนที่จะชวนมาร่วมด้วยนั้น เห็นด้วยกับเขาหรือไม่ ถ้าสมมติพูดไปแล้วเกิดคนๆ นั้นโวยวาย ไปบอกเจ้าหน้าที่หรือคนอื่น เขาจะทำอย่างไร ฉะนั้นคนพวกนี้ระวังมาก เขาต้องใช้เวลาในการหาวิธีชักชวน คนเหล่านี้ขยับยากมากแล้วในตอนนี้”
ยิ่งการสู้รบกับรัฐไทยยืดเยื้อยาวนานมากเท่าไหร่ โฮปก็เห็นว่าศักยภาพในการก่อเหตุของบีอาร์เอ็นก็ลดตามไปด้วย “แค่จะก่อเหตุในพื้นที่ยังยาก แล้วจะไประดมคนไปก่อเหตุถึงกรุงเทพฯเลยหรือ” เขาตั้งคำถาม ทัศนะในวงเล็บของ “โฮป” ก็คือ สิ่งที่เขาพูดนั้นหมายถึง “บีอาร์เอ็นอุดมการณ์” แต่หากเป็น “บีอาร์เอ็นจัดตั้ง” ก็เป็นอีกเรื่องหนึ่ง

“บีอาร์เอ็นจัดตั้งอันนี้มีเยอะจริง พวกเขาสามารถทำได้ถ้ามีใบสั่ง เพราะเขามีคนของเขาทุกพื้นที่ มีการจัดตั้งจากกลุ่มอิทธิพล กลุ่มการเมือง กลุ่มมีสี ผมเห็นในข่าว ทหารบางหน่วยพยายามออกแบบโครงสร้างบีอาร์เอ็นให้ใหญ่โตมาก มีการแบ่งฝ่ายแบ่งหน้าที่กันจริงจัง ทั้งที่ความจริงไม่ได้เป็นอย่างนั้น แต่ที่เจ้าหน้าที่ทำเพราะสามารถหาประโยชน์ได้เมื่อต้องการ” โฮป เปรียบเทียบสภาพการณ์ที่เป็นอยู่ในปัจจุบันอย่างแหลมคม

“ความจริงคือ คนแสดง กับ ตัวละครสมมุติ เป็นคนละคนกัน ปัญหาทั้งหมดจึงกลายเป็นปัญหาทางการเมืองไปแล้วไม่ได้เป็นปัญหาอย่างที่บีอาร์เอ็นเคยเรียกร้อง”

อย่างไรก็ดี เขายอมรับว่าปัญหาที่เกิดขึ้น ส่วนหนึ่งมาจากการไม่ยอมเปิดเผยตัวตนของบีอาร์เอ็น จนกลายเป็น “จุดอ่อน” ของการเป็น “องค์กรลับ” “นี่คือข้อเสียของบีอาร์เอ็นที่ไม่ได้เปิดเผยตัวตน ทำให้พวกหากิน ใช้จุดนี้หาประโยชน์ แต่ถ้าเขาจะเปิดเผยตัวตนก็ไม่ได้อีก เพราะกลุ่มนี้ไม่เข้มแข็ง มีความอ่อนแอ ประชาชนของเขายังไม่ยอมรับทั้งหมด”
เมื่อถามถึงจดหมายแจ้งเตือนเหตุลอบวางระเบิดสถานพยาบาลในกรุงเทพมหานคร โฮปบอกว่าไม่กล้าวิจารณ์

“ผมยังไม่เห็นเนื้อหาในจดหมาย ไม่สามารถวิจารณ์ได้ แต่ถ้ามีคำลงท้ายคำว่าโจรกลับใจ ก็คิดว่าสังคมต้องหาความจริงกันใหม่ ถ้าอยากรู้ว่าเรื่องนี้รัฐบาลต้องการโยนบาปให้บีอาร์เอ็นหรือไม่ แต่ที่แน่ๆ คือบีอาร์เอ็นจัดตั้ง สามารถก่อเหตุในกรุงเทพฯได้จริง” เป็นคำกล่าวทิ้งท้ายที่ไม่จำเป็นต้องหาคำอธิบายต่อ!