ปฏิบัติการปิดล้อมรามัน คนร้ายตาย 2 ภาค 4 เตือนระวัง! การตอบโต้ทุกรูปแบบ หวั่นมีการเอาคืน

1438

ปฏิบัติการปิดล้อมรามัน คนร้ายตาย 2 ภาค 4 เตือนระวัง! การตอบโต้ทุกรูปแบบ หวั่นมีการเอาคืน

เมื่อวันที่ 26 พ.ย. จากกรณีกำลังเจ้าหน้าที่ชุดพิเศษร่วม 3 ฝ่าย เข้าปิดล้อมพื้นที่ ม.5 ต.เกะรอ อ.รามัน จ.ยะลา ก่อนตรวจค้นและเกิดการปะทะกลุ่มแนวร่วมก่อเหตุรุนแรง ที่พยายามต่อสู้ฝ่าวงล้อมหลบหนีและเกิดการยิงปะทะต่อสู้ระหว่างกลุ่มคนร้ายกับฝ่ายเจ้าหน้าที่เป็นระยะๆ และการปฏิบัติเป็นไปตามหลักยุทธวิธีเน้นย้ำของผู้บังคับบัญชา ให้เริ่มจากเบาไปหาหนักด้วยการให้ผู้นำท้องที่ หรือผู้นำศาสนา รวมถึงญาติๆ ทำการติดต่อประสานให้ยอมวางอาวุธและขอสู้ในชั้นศาล เพื่อต้องการลดความสูญเสียในชีวิตทรัพย์สิน แต่กลุ่มคนร้ายไม่ทราบจำนวนก็ยังคงกราดกระสุนต่อสู่กับฝ่ายเจ้าหน้าที่ จนคนร้ายเสียชีวิต 2 ศพ เมื่อ 25 พ.ย.ที่ผ่านมา

พล.ต.โภชน์ นวลบุญ ผบ.ฉก.ปัตตานี มีคำสั่งวิทยุด่วนที่สุดถึงหน่วยขึ้นตรงที่ตั้งฐานปฏิบัติการพื้นที่รอยต่อกับ จ.ปัตตานี – จ.ยะลา ให้เพิ่มความเข้มข้นและยึดแผนการปฏิบัติตามที่มีการซักซ้อมและสั่งการอย่างเคร่งครัด เน้นการกดดันและพิสูจน์ทราบในทุกพื้นที่มีรายงานการเข้ามาเคลื่อนไหวของฝ่ายตรงข้าม ไม่ว่าจะเข้ามาด้วยเพราะจุดประสงค์ใด ทุกหน่วยจะต้องเร่งจัดแผนเข้าตรวจสอบ เพื่อป้องกันการเข้ามาหลบซ่อนตัวและกบดานวางแผนก่อเหตุร้าย

ทั้งนี้ยังให้ทุกหน่วยที่ปฏิบัติการห่างไกลชุมชน หรือมีเส้นทางเข้าออกเพียงเส้นทางเดียว ให้มีการจัดแผนสำรองในยามเกิดเหตุจะต้องมีความตื่นตัวตอบโต้กลับกลุ่มคนร้าย และเน้นย้ำให้มีสติในการปฏิบัติตามขั้นตอน ต้องหลีกเลี่ยงไม่ให้มีการบาดเจ็บหรือเสียชีวิต จำเป็นต้องให้อาวุธยุทโธปกรณ์และอุปกรณ์ส่องสว่างต้องอยู่ในความพร้อม

พล.ต.โภชน์ ผบ.ฉก.ปัตตานี กล่าวว่าในส่วนของเส้นทางที่กลุ่มคนร้ายมักใช้เป็นแหล่งหลบหนีเข้ามากบดาน หรือเข้ามาฝังตัวมีแผนจะก่อเหตุ ทุกหน่วยจะต้องมีความพร้อมและวางแผนการปฏิบัติแต่ละวันต้องหมั่นตั้งจุดตรวจเข้มมากขึ้น และจัดชุดออกลาดตระเวนเป็นการปรากฏตัวให้ประชาชนได้เห็นว่ามีกำลังเจ้าหน้าที่คอยดูแลความสงบเรียบร้อย และยังเป็นการกดดันในทุกพื้นที่เขตอิทธิพลของแกนนำกลุ่มก่อความไม่สงบ

พร้อมกับขอความร่วมมือให้ครอบครัวและญาติช่วยเป็นสื่อกลางติดต่อให้ผู้ที่ยังหลบหนีได้กลับเข้ามาสู่ระบบในโครงการพาคนกลับบ้าน เพราะปัจจุบันทุกคนสามารถรู้และเห็นแล้วว่ารัฐบาลและหน่วยงานภาครัฐ รวมไปจนถึงองค์กรเอกชนต่างๆ จากแนวหลังต่างได้เห็นถึงความสำคัญของการเข้ามามีส่วนร่วมอันนำไปสู่หนทางสันติสุข สงบสุขได้ยั่งยืน โดยล่าสุดคณะรัฐมนตรีได้มีมติเห็นชอบโครงการเมืองต้นแบบ “สามเหลี่ยมมั่นคง มั่งคั่ง ยั่งยืน” ตรงนี้จะเป็นสิ่งที่ช่วยเสริมสร้างให้ประชาชนในพื้นที่มีงาน มีรายได้ และจะช่วยให้คุณภาพชีวิตที่ดีขึ้น จึงอยากให้หันมาร่วมกันมุ่งมั่นสร้างสิ่งเหล่านี้ให้เกิดขึ้นพร้อมไปกับสันติสุขที่กลับมาแบบยั่งยืน

ด้าน พ.อ.คมกฤช รัตนฉายา ผบ.กองกำลังทหารพรานจังหวัดชายแดนภาคใต้ กล่าวว่าในส่วนของเหตุปะทะคนร้ายเสียชีวิตทั้ง 2 ศพ ให้หน่วยในพื้นที่เข้าเยี่ยมทำความเข้าใจและชี้แจ้งสาเหตุของความจำเป็นที่ต้องโต้ตอบ และสิ่งที่เกิดขึ้นนั้นไม่ใช่ทางออกของปัญหาและขอแสดงความเสียใจกับครอบครัว แต่ในทางหนึ่งก็อยากฝากเตือนไปยังครอบครัวและผู้ปกครองว่าให้ช่วยดูแลบุตรหลาน เพราะการเข้าไปสู่วงเวียนของขบวนการณ์แล้วหลายรายที่ได้เมื่อสายไปแล้ว จะกลับมาก็เกรงจะถูกปองร้ายจากขบวนการและอาจถูกเจ้าหน้าที่จับ เพียงเพราะเข้าใจว่าแท้จริงแล้วการต่อสู้เพื่ออุดมการณ์อันแรงกล้า แต่กลับพบว่าไม่ใช่เหมือนเมื่อก่อนมา จึงอยากให้ติดต่อเข้ามากลับตัวกลับใจ โดยโครงการพาคนกลับบ้าน ตรงนี้เป็นช่องทางที่รัฐบาลเปิดรับด้วยความจริงใจ ทั้งเรื่องอำนวยความสะดวกจนถึงอาชีพ จนเวลาผ่านมานับ 10 ปี กลายเป็นช่องทางให้หลายคนที่หลบหนี้อย่างลำบาก ไม่ได้อยู่เป็นที่และห่างกับครอบครัว หลายคนเป็นถึงระดับแกนนำคนสำคัญระดับสูงในสายบัญชาการก่อเหตุในพื้นที่ เมื่อวันหนึ่งสำนึกได้ว่าไม่ใช้การต่อสู่เพื่อสิ่งที่คาดหวังของคนรุนเก่า ยังตัดสินใจหันหลังเดินกลับมาเข้าโครงการฯ เพียงหวังได้อยู่อย่างมีความสุขกับครอบครัวอย่างพร้อมหน้าพร้อมตา

พ.อ.คมกฤช ผบ.กกล.ทพ.จชต. กล่าวว่าปัจจุบันกำลังภาคประชาชนก็หันมาช่วยเป็นหูเป็นตา ช่วยกันเข้าเวรยามดูแลความสงบเรียบร้อยให้คนและชุมชนตนเองได้อยู่อย่างเป็นสุข และเข้มแข็งจนสามารถจัดเป็นหมู่บ้านตัวอย่างที่ดี มีการจัดการบริหาร สิ่งต่างๆ ด้วยความสามัคคี เหล่านี้แสดงให้เห็นได้ว่าประชาชนเองต่างก็เบื่อและไม่อยากต้องอยู่โดยแบบไม่มีจุดมุ่งหมายในชีวิต โดยเฉพาะในรุ่นลูกหลาน จนกลายเป็นมามีแนวความคิดอยู่อย่างสงบร่มเย็นด้วยการช่วยเหลือเกื้อกูลกันและกัน และมีหน่วยงานภาครัฐต่างๆ ที่พร้อมให้ความช่วยเหลือสนับสนุนด้านต่างๆ

ผู้สื่อข่าวรายงานเพิ่มเติมว่าหน่วยข่าวความมั่นคง กอ.รมน.ภ.4 สน. ได้ประสานไปยังศูนย์เฝ้าระวังป้องกันการโจรกรรมรถในจังหวัดชายแดนภาคใต้ เพื่อให้ทำข้อมูลรถต้องสงสัยที่ถูกคนร้ายจรกรรมและฆ่าปล้นชิงรถหลบหนี โดยให้มีการนำออกเผยแพร่ประชาสัมพันธ์ให้ประชาชนช่วยเป็นหูเป็นตา ล่าสุดมีการออกป้ายโปสเตอร์ระบุลักษณะยี่ห้อ ชนิด รถเป้าหมายที่คนร้ายปล้นไป และคาดจะนำไปก่อเหตุร้ายต่างๆ โดยเฉพาะเหตุคาร์บอมประกอบไปด้วยรถยนต์เก๋ง 3 คน และรถยนต์กระบะ 4 คัน โดยป้ายทะเบียนรถบางคันได้มีการนำไปสลับสับเปลี่ยน ใส่รถคันอื่นก่อนนำออกก่อเหตุคาร์บอมมาแล้วหลายครั้ง

Cr.MGR