อย่าให้มุสลิมเป็นแพะรับบาป ในความขัดแย้งของชาวพุทธ

463

ทุกครั้งที่เกิดวิกฤติในวงการสงฆ์ ก็จะมีข้อกล่าวไปยังรัฐบาล ไปยังพล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชาว่า  เป็นมุสลิม หรือมีมุสลิมอยู่เบื้องหลังเพื่อทำลายพุทธศาสนา โดยนำรูปพล.อ.ประยุทธ์ ใส่หมวกแบบมุสลิมมาประกอบการกล่าวหา

ตั้งแต่การจับกุมพระวัดพระธรรมกาย การดำเนินคดีกรณีเงินทอนวัด การจับกุมพระภิกษุ ก็มักจะมีการสร้างกระแสตามมาว่า มีมุสลิมอยู่เบื้องหลังการทำลายพุทธศาสนา

ก่อนหน้านี้ มีการใส่ร้ายว่า มีมุสลิมในสนช. หลายสิบคน ผลักดันกฎหมายอิสลาม เพื่อปกครองประเทศ เป็นการนำรายชื่อมุสลิมที่สมัครเป็น สปช. ว่า เป็นสนช. จนสนช.ต้องออกมาแถลงข่าวว่า ไม่เป็นความจริง

รวมทั้ง กรณีนายกฯ สวมหมวกกะปิเยาะแบบมุสลิม เมื่อครั้งคณะกรรมการกลางอิสลามแห่งประเทศไทย ขอให้โปรโมทงานฮาลาล และครั้งที่ผู้ชนะการประกวดการฮาฟิชกุรอ่านเข้าพบ จะถูกนำมาสร้าวกระแสว่า นายกฯ เป็นมุสลิม ถึงกับมีการนำภาพบุตรสาวของนายชาดา ไทยเศรษฐ อดีตส.ส.พรรคชาติไทย มาใส่ร้ายว่า เป็นลูกนายกฯ สวมฮิญาบ เป็นมุสลิมแล้ว

กรณีการสร้างมัสยิด ก็จะถูกนำมาเป็นกระแสอย่างต่อเนื่องว่า รัฐบาลได้ทุ่มเงินหลายร้อยล้านหรือเป็นพันล้าน ตลอดจนจ่ายเงินเดือนอิหม่ามนับหมื่นบาท โดยข้อเท็จจริง ประเทศไทยมีมัสยิด 3,000 กว่าแห่ง เกือบทั้งหมดสร้างโดยเงินเรี่ยไรจากพี่น้องมุสลิม รวมทั้งมัสยิดกลางปัตตานี และมัสยิดกลางนคราธิวาส มีเพียง 2 แห่ง คือ ที่นครศรีธรรมราชและนนทบุรี ซึ่งได้รับการสนับสนุนจากท้องถิ่น เป็นที่ทำการ คณะกรรมการอิสลามประจำจังหวัด

รวมทั้งการกล่าวหาว่า มุสลิมต้องการให้มีมัสยิดในทุกตำบลเพื่อจะยึดประเทศไทย ซึ่งเป็นการสร้างความหวาดกลัวเกินกว่าเหตุ มัสยิดเป็นสถานที่ละหมาดของพี่น้องมุสลิม แม้จะมีเป็นแสนเป็นล้านแห่งในประเทศนี้ ก็ไม่สามารถยึดประเทศได้ และในพื้นที่ๆไม่มีมุสลิม ก็ไม่มีใครไปสร้างมัสยิดให้รกร้าง

ขบวนการโจมตีรัฐบาลและมุสลิม ได้เกิดขึ้นมาทุกครั้งที่มีการจับกุมพระสงฆ์ เหมือนกรณีล่าสุดที่มีการจับกุมพระชั้นผู้ใหญ่หลายรูป

ที่น่าตกใจก็คือ ชายพุทธส่วนใหญ่เชื่อในข้อความเท็จดังกล่าว และพากันเกลียดชังรัฐบาลและเกลียดชังมุสลิมไปด้วย

จึงขอเรียกร้องให้ยุติการนำมุสลิมไปเป็นแพะในวิกฤติการณ์ของชาวพุทธ เพื่อสร้างความแตกแยก เกลียดชังในสังคม