เตือนเฝ้าระวัง! เขื่อน’วชิราลงกรณ’ เมืองกาญจน์ หลังเพิ่มปริมาณระบายน้ำ

47

กรมชลประทาน ส่งหนังสือเตือน ผู้ว่าฯเมืองกาญจน์ ให้เฝ้าระวังสถานการณ์น้ำในเขื่อน”วชิราลงกรณ” หลังจากเกิดฝนตกหนัก ทำให้ต้องเพิ่มการระบายน้ำ อีก 5ล้าน ลบ.เมตร เป็น 28 ล้านลบ.เมตร ต่อวัน

นายไพรัช ทับประเสริฐ ผู้อำนวยการส่วนบริหารจัดการน้ำและบำรุงรักษารักษาราชการแทน ผู้อำนวยการสำนักชลประทานที่ 13 ต .ม่วงขุม อ.ท่าม่วง จ.กาญจนบุรี ได้มีหนังสือที่ กษ 0322/676/2561 ถึง นายจีระเกียรติ ภูมิสวัสดิ์ ผู้ว่าฯกาญจนบุรี เรื่องขอแจ้ง การปรับเพิ่มการระบายน้ำ ตามที่ได้เกิดฝนตกหนักในพื้นที่จังหวัดกาญจนบุรีบริเวณพื้นที่รับน้ำเหนือเขื่อนวชิราลงกรณ อ.ทองผา ภูมิ จากอิทธิพลของพายุโซนร้อนเซินติญ และลมมรสุมตะวันตกเฉียงใต้ที่พัดปกคลุมทะเลอันดามัน ส่งผลให้มีปริมาณน้ำไหลสู่เขื่อนวชิราลงกรณจำนวนมาก

ดังนั้นเพื่อเป็นการควบคุมปริมาณน้ำในเขื่อนวชิราลงกรณให้อยู่ในเกณฑ์ควบคุมที่เหมาะสม การไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย (กฟผ.) และ กรมชลประทานได้พัฒนาแนวทางการบริหารจัดการน้ำร่วมกันและได้นำเข้าพิจารณาในที่ประชุม คณะอนุกรรมการ ติดตามและวิเคราะห์แนวโน้มสถานการณ์น้ำซึ่งที่ประชุมเห็นควรปรับเพิ่มอัตราการระบายน้ำจากเขื่อนวชิราลงกรณ ช่วงระหว่างวันที่ 24-29 ก.ค. 2561 จำนวนวันละ 5 ล้านลูกบาศก์เมตร จากเดิมอัตราวันละ 23 ล้านลูกบาศก์เมตร เป็น 28 ล้านลูกบาศก์เมตร


โดยให้สำนักงานชลประทานที่ 13แจ้งเตือนผู้ที่เกี่ยวข้องทุกภาคส่วนได้รับทราบ ซึ่งจากการปรับเพิ่มการระบายน้ำดังกล่าว จะส่งผล ให้ระดับน้ำในแม่น้ำแควน้อยและแม่น้ำแม่กลองมีระดับสูงขึ้นจากปัจจุบันประมาณ 50 เซนติเมตร จึงขอให้จังหวัดรับทราบ และแจ้งให้หน่วยงานราชการที่เกี่ยวข้องผู้ประกอบการตลอดจนประชาชนที่อยู่ใกล้แม่น้ำที่อาจได้รับผลกระทบได้รับทราบ

ด้านนายกฤษฏา บุญราช รมว.เกษตรและสหกรณ์ ได้สั่งการณ์ให้นายทองเปลว กองจันทร์ อธิบดีกรมชลประทาน เฝ้าระวังเขื่อน ทุกแห่งและให้ปรับระบบสื่อสารทุกช่องทางให้ติดต่อกันระหว่างที่ทำการเขื่อนกับอำเภอและจังหวัดรวมทั้งศูนย์ปฎิบัติการน้ำ อัจฉริยะของกรมชลประทานในส่วนกลางด้วยตลอด24 ชม.