หมายจับ’ไอ้บ่าว จากปัตตานี ‘มือลั่นไก’ฟอส-สปาย’เขาชีจรรย์ เผยนาทีฆ่าโหด

696

ตำรวจขอหมายจับ 2 คนร้ายแก๊งฆ่า 2 ศพ “สปาย-ฟอส”เขาชีจรรย์ เผย “ไอ้บ่าว” ร่วมลั่นไกกับเสี่ยอ้วน” เสี่ยโหดชักปืนจ่อหัวฝ่ายสาวเพื่อข่มขู่ แต่คนตายทั้งคู่พยายามหนี เลยยิงใส่หนุ่มฟอสก่อน จากนั้น”ไอ้บ่าว”รัวยิงเหยื่อไม่ยั้งจนดับดิ้นไปทั้งคู่ ก่อนแยกย้ายกันหนี

ความคืบหน้าคดี “เสี่ยอ้วน บางลา” หรือนายปัญญา ยิ่งดัง และพวกร่วมกันสังหารโหดน.ส.ปวีณา หรือสปาย นาเมืองรักษ์ และนายอนันตชัย หรือฟอส จริตรัมย์ เสียชีวิตคาลานจอดรถวัดเขาชีจรรย์ ชลบุรี เมื่อวันที่ 4 ส.ค. พล.ต.อ. เฉลิมเกียรติ ศรีวรขาน รองผบ.ตร. เปิดเผยว่า พนักงานสอบสวนคดีดังกล่าวรวบรวม หลักฐานขออนุมัติศาลจังหวัดพัทยา ออกหมายจับผู้ร่วมก่อเหตุอีก 2 ราย คือ หมายจับศาลจังหวัดพัทยา ลงวันที่ 4 ส.ค.61 ที่ 343/2561 นายกฤษณะ หรือมด ศรีสุข อายุ 22 ปี ที่อยู่ตามบัตรประชาชนเลขที่ 79/316 ม.16 ต.ข้างกลาง อ.ข้างกลาง จ.นครศรีธรรมราช และหมายที่ 342/2561

นายณรงค์ หรือบ่าว วรินทรเวช อายุ 22 ปี ที่อยู่ตามบัตรประชาชนเลขที่ 54/1 ม.2 ต.บ่อทอง อ.หนองจิก จ.ปัตตานี ในข้อหาร่วมกันฆ่าผู้อื่นโดยไตร่ตรองไว้ก่อน, ร่วมกันมีอาวุธปืนและเครื่องกระสุนปืน, พกพาอาวุธปืนและเครื่องกระสุนปืนติดตัวไปในเมือง หมู่บ้าน หรือทางสาธารณะ โดยไม่ได้รับอนุญาต

รายงานข่าวแจ้งอีกว่า เจ้าหน้าที่สืบทราบว่า นายณรงค์เป็นผู้ร่วมก่อเหตุยิงน.ส.ปวีณาและนายอนันตชัยด้วย ซึ่งหลังก่อเหตุได้แยกกันหลบหนีลงไปยังพื้นที่ภาคใต้ ซึ่งขณะนี้พนักงานสอบสวนคาดว่ายังคงหลบซ่อนตัวอยู่ในพื้นที่ดังกล่าว ล่าสุดรับแจ้งว่า นายกฤษณะได้ติดต่อขอเข้ามอบตัวกับเจ้าหน้าที่แล้ว แต่ยังอยู่ระหว่างประสานงานว่าจะเข้ามอบตัวในท้องที่ใด

วันเดียวกัน พ.ต.อ.ศักดิ์รพี เพียวพนิช รองผบก.ภ.จ.ชลบุรี พร้อมพ.ต.อ.อาทร ชิ้นทอง ผกก.สภ.นาจอมเทียน อ.สัตหีบ จ.ชลบุรี และเจ้าหน้าที่ฝ่ายสืบสวน เบิกตัวนายเกียรติศักดิ์ หรือเจมส์บอนด์ หรือบอนด์ สุรางค์แสงมีบุญ อายุ 35 ปี คนขับรถของนายปัญญา และนายจิรศักดิ์ หรือ ป๊อปปี้ อุนัยบัน อายุ 34 ปี ลูกน้องคนสนิท ที่เข้ามอบตัวจากห้องควบคุมตัว สภ.นาจอมเทียน ไปทำแผนประกอบคำรับสารภาพ โดยมีกำลังเจ้าหน้าที่คอยคุ้มกันอย่างแน่นหนา เพื่อป้องกันเหตุร้าย

จุดแรกที่สนามบินอู่ตะเภา ต.พลา อ.บ้านฉาง จ.ระยอง เป็นจุดที่นายจิรศักดิ์โดยสารเครื่องบินจากภูเก็ตมาพร้อมนายปัญญา ถึงสนามบินอู่ตะเภาในเวลา 17.00 น. วันที่ 27 ก.ค. โดยนายเกียรติศักดิ์ขับรถยนต์ฮอนด้าซีอาร์วี ทะเบียน กล 9444 ภูเก็ต จาก จ.ภูเก็ต ไปรับนายกฤษณะและนายณรงค์ ผู้ต้องหาอีก 2 รายที่เพิ่งถูกออกหมายจับจากบ้านเช่าย่านนาเกลือ เมืองพัทยา ไปรอรับคนทั้งคู่

ก่อนนำรถไปสับเปลี่ยนป้ายทะเบียนเป็นป้ายแดง ที่ริมทางหลวงหมายเลข 36 สาย กะทิงลาย-ปลวกเกตุ ก่อนขับย้อนขึ้นไปทางเมืองพัทยา เช่ารถโตโยต้ายาริส สีขาว ทะเบียน 1 กฏ 9490 กรุงเทพมหานคร จากเต็นท์รถย่านพัทยากลาง แล้วเข้าพักที่บ้านเช่าเพื่อวางแผนลงมือ ก่อนสบโอกาสก่อเหตุในวันที่ 29 ก.ค.

จากนั้นเจ้าหน้าที่ควบคุมตัวนายเกียรติศักดิ์และนายจิรศักดิ์กลับไปจำลองเหตุการณ์ตอนคนร้ายลงมือก่อเหตุ ช่วงหน้าพระพุทธรูปแกะสลักเขาชีจรรย์ บริเวณที่หน้า สภ.นาจอมเทียน เนื่องจากที่เกิดเหตุเป็นแหล่งท่องเที่ยว มีนักท่องเที่ยวและประชาชนจำนวนมาก เกรงว่าผู้ต้องหาอาจไม่ปลอดภัย หลังทำแผนฯ ทั้งหมดเสร็จสิ้น จึงควบคุมตัวผู้ต้องหาฝากขังต่อศาลจังหวัดพัทยา

พ.ต.อ.ศักดิ์รพีเปิดแผนขั้นตอนการสังหาร ว่า นายสายันต์ ศรีสุข อายุ 43 ปี ผู้ต้องหาที่ถูกจับเป็นคนแรก ซึ่งแก๊งคนร้ายส่งเข้าไปแฝงตัวในกลุ่มผู้ตายเป็นคนส่ง เป้าหมายสถานที่ตลอดเวลา ขณะกลุ่มผู้ตายกลับมาที่รถหลังไปเที่ยววัดเขาชีจรรย์เสร็จ นายจิรศักดิ์เป็นคนขับรถโตโยต้ายาริสเข้ามาปิดท้ายรถของกลุ่มผู้ตายมาเพื่อให้ถอยหนี โดยมีนายกฤษณะนั่งคู่เพื่อคุ้มกัน จากนั้นนายเกียรติศักดิ์ขับรถซีอาร์วีพานายปัญญาที่นั่งพร้อมนายณรงค์มาจอดต่อท้ายอีกทอดหนึ่ง ขณะที่น.ส.ปวีณาและนายอนันตชัย ผู้ตายทั้งคู่ยืนอยู่ด้านท้ายรถของกลุ่มตัวเอง

จากนั้นนายปัญญาลงจากรถเดินตรงเข้าไปใช้อาวุธปืนจ่อศีรษะน.ส.ปวีณาเพื่อข่มขู่ แต่ ผู้ตายทั้งคู่พยายามจะวิ่งหนี นายปัญญาจึงยิงใส่นายอนันตชัย 1 นัดทันที จากนั้นรีบขึ้นรถจะหลบหนี เป็นจังหวะเดียวกับที่นายณรงค์ รัวยิงออกมาจากในรถใส่ร่างน.ส.ปวีนา 4 นัด และนายอนันตชัยอีก 2 นัด หลังก่อเหตุกลุ่มคนร้ายรีบขับรถแยกย้ายกันหลบหนี

พ.ต.อ.ศักดิ์รพีกล่าวยืนยันว่า นายณรงค์คือมือปืนอีกคนที่ก่อเหตุ ส่วนนายกฤษณะมือคุ้มกันเป็นหลานของนายสายันต์ที่เป็นคนชักชวนคนร้ายแก๊งนี้เข้าวงการทั้งหมดและเป็นคนแนะนำให้รู้จักนายปัญญา

จากการสอบสวนผู้ต้องหา นายปัญญายิงไปที่ผู้ชายก่อนและนายณรงค์ยิงใส่ทั้งผู้หญิงและผู้ชาย แต่ต้องรอผลทางวิทยาศาสตร์ รายละเอียดขอให้เป็นเรื่องของการสอบสวนก่อน เบื้องต้นให้การพยานหลักฐานไม่ว่าจะเป็นวัตถุพยาน พยานบุคคล พยานนิติวิทยาศาสตร์ ลงตัวสอดรับหมด แต่ขอดูผลตรวจทางนิติ วิทยาศาสตร์ก่อนขอให้ผลการพิสูจน์ชัดเจน เบื้องต้นนั้นพฤติการณ์ทางกฎหมายมันผิด กระทำในลักษณะแบบอุกอาจมาก ส่วนในเรื่องที่อ้างว่าน.ส.ปวีณาเอาเงินไป 4 ล้านบาทนั้น เขาพูดกันต้องหาพยานหลักฐานให้ ครบถ้วน