พท.ดิ้นแก้เกม! บุกสถานทูตอังกฤษ ป้อง”ยิ่งลักษณ์”

325

“เรืองไกร”ดิ้นแก้เกม!ลุย สถานทูตอังกฤษ ยื่นหลักฐาน แก้ต่างคดี “ยิ่งลักษณ์”เข้าข่ายเป็นคดีการเมือง ด้าน ทีมกฎหมาย ปชป.ยืนยัน การทุจริต โครงการจำนำข้าว เป็นคดีอาญาตามปกติ ไม่ใช่ ประเด็นการเมือง

วันนี้(6ส.ค.)เมื่อช่วงเช้าที่ผ่านมา นายเรืองไกร ลีกิจวัฒนะ อดีตสมาชิกวุฒิสภา ได้เดินทางยื่นหนังสือต่อเอกอัครราชทูตอังกฤษประจำประเทศไทย เพื่อชี้แจงว่า น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี ที่กำลังถูกทางการไทย ขอตัวกลับมาดำเนินคดี หลบหนีการทุจริต โครงการรับจำนำข้าว เป็นบุคคลที่เข้าข่ายความผิดที่มีลักษณะทางการเมือง จึงไม่จำเป็นต้องส่งตัวให้รัฐบาลไทย

นายเรืองไกร ระบุว่า คดีความที่เกิดกับ น.ส.ยิ่งลักษณ์ ล้วนมีที่มาจากประเด็นทางการเมือง คือ 1.คณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.)ที่ลงมติชี้มูลความผิด ส่วนหนึ่งที่ยังอยู่ปฏิบัติหน้าที่ มาจากการแต่งตั้งตามประกาศคณะปฏิรูปการปกครอง ในระบอบประชาธิปไตย อันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข (คปค.)ที่ 19 ซึ่งมาจากการยึดอำนาจ

2.คำร้องขอถอดถอน น.ส.ยิ่งลักษณ์ ไม่ชอบ เพราะไม่ได้ทำตามกฎหมาย ป.ป.ช. ปี 2542 มาตรา 61 และคำร้องดังกล่าวยังมีบุคคลภายนอกที่ไม่ใช่ ส.ส. แต่เป็นกลุ่ม กปปส.ร่วมลงชื่ออยู่ด้วย

3.น.ส.ยิ่งลักษณ์ ถูกตัดสินให้มีความผิดทางอาญานั้น เริ่มมาจากการใช้ระบบศาลชั้นเดียว คือศาลฎีกาแผนกคดีอาญาของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง

4.การที่ไทยขอตัว น.ส.ยิ่งลักษณ์ จากอังกฤษ โดยอ้างสัญญาส่งผู้ร้ายข้ามแดนระหว่างกรุงสยามกับอังกฤษเมื่อวันที่ 4 มี.ค. 1911 มีปัญหา เนื่องจาก พ.ร.บ.ส่งผู้ร้ายข้ามแดน พ.ศ. 2551 ที่ใช้ในการขอตัวนั้น ตราขึ้นโดยองค์ประชุมของ สนช.ไม่ถึงกึ่งหนึ่งจึงเป็นการตรากฎหมายที่ไม่ชอบด้วยรัฐธรรมนูญ

และ 5.ในคดีทางปกครอง การคิดค่าเสียหายมาจากการสั่งการและเห็นชอบของฝ่ายที่ยึดอำนาจจากรัฐบาลของ น.ส.ยิ่งลักษณ์ ดังนั้นคดีดังกล่าวจึงเป็นคดีความผิดทางปกครองที่มีลักษณะทางการเมือง

ด้าน นายราเมศ รัตนะเชวง รองโฆษกและคณะทำงานด้านกฎหมายพรรคประชาธิปัตย์ กล่าวว่า เรื่องจำนำข้าวเกิดจากการตรวจสอบของพรรคประชาธิปัตย์ ไม่ใช่คดีทางการเมือง เป็นคดีอาญาปกติคือ ละเว้นการปฏิบัติหน้าที่โดยทุจริต ไม่ได้เกิดจากการกลั่นแกล้งทางการเมืองใดๆ ทั้งสิ้น รัฐบาลต้องกล้าอธิบายความจริงว่าคดีนี้มีที่ไปที่มาอย่างไร และควรชี้แจงรัฐบาลประเทศอังกฤษ ให้เห็นถึงข้อเท็จจริงของคดีนี้ ไม่เช่นนั้นจะเกิดความเสียหายต่อกระบวนการยุติธรรมมาก