‘ไอ้บ่าว’มือสังหารโหดน้องสปายมอบตัว เหลือ’เสี่ยอ้วน’ ขู่จับตาย หากสู้

118

งวดเข้ามาเต็มทีคดีสังหารโหด 2 ศพ เขาชีจรรย์ ‘ฟอส-สปาย’ ล่าสุด ‘ไอ้บ่าว’ มือลั่นไกสังหารโหด น้องสปาย ติดต่อขอเข้ามอบตัว ตำรวจขู่ เสี่ยอ้วน รีบมอบตัว ขัดขืนอาจโดนจับตาย

จากที่เกิดเหตุการณ์มีผู้ถูกอาวุธปืนยิง ได้แก่ น.ส.ปวีณา นาเมืองรักษ์ อายุ 20 ปี และนายอนันตชัย จริตรัมย์ อายุ 21 ปี เสียชีวิต ทั้งคู่ บริเวณลานจอดรถถนนฝั่งตรงข้าม หน้าพระพุทธรูปแกะสลักเขาชีจรรย์ ม.6 ต.นาจอมเทียน อ.สัตหีบ จ.ชลบุรี เมื่อช่วงเวลา 16.20 น. ของวันที่ 29 ก.ค ที่ผ่านมา นั้น

ล่าสุดเมื่อเวลา 13.00 น. ของวันนี้ (6 ส.ค 61) พ.ต.อ.ศักดิ์รพี เพียวพนิช รอง ผบก .ภ.จ.ชลบุรี ได้เรียกประชุมติดตามคดี และความคืบหน้า ของสำนวนการสอบสวนของผู้ต้องหาทั้งหมด รวมถึงแหล่งกบดานของผู้ต้องหาที่เหลือมีเพียงเสี่ยอ้วนเท่านั้น เพราะทางนายบ่าวได้ติดต่อขอมอบตัวมาแล้ว โดยมี พ.ต.อ. อาทร ชิ้นทอง ผกก.สภ.สัตหีบ พ.ต.ท.ภูมิพัฒน์ นามพุทธา รอง ผกก.สอบสวน พ.ต.ท.พรชัย กิ่งสวัสดิ์ รอง ผกก.สืบสวน พร้อมเจ้าหน้าที่ชุดสืบสวน เข้าร่วมประชุม

ขณะนี้ลูกสมุน “เสี่ยอ้วน” ทยอยมอบตัวเกือบครบทั้งหมดแล้ว ไม่ว่าจะเป็น 1.นายสายันต์ ศรีสุข อายุ 43 ปี คนชี้เป้า 2.นายเกียรติศักดิ์ สุรางค์แสงมีบุญ หรือบอล อายุ 35 ปีรับเงินค่าจ้างจาก 1 แสนบาท ทำหน้าที่ขับรถปิกอัพโตโยต้า วีโก้ สีบรอนซ์ ทะเบียน บท 3631 ภูเก็ต พาหลบหนี แล้วนำปืน 4 กระบอกไปทิ้ง 3.นายจิรศักดิ์ อุนัยบัน หรือป๊อปปี้ อายุ 34 ปี ทำหน้าที่ขับรถเก๋งโตโยต้า ยาริส สีขาว ทะเบียน 1 กฎ 9490 กรุงเทพมหานคร และล่าสุดรายที่ 4.นายกฤษณะ สีสุข หรือมด อายุ 22 ปี คนขับรถฮอนด้า ซีอาร์วี สีขาว ทะเบียน กล 9444 ภูเก็ต คันที่ใช้ก่อเหตุ และล่าสุดนายณรงค์ วรินทรเวช หรือบ่าว ลูกน้องเสี่ยอ้วน ที่เป็นคนร่วมลงมือยิงน.ส.ปวีณา หรือน้องสปาย และนายอนันตชัย หรือน้องฟอส ได้ติดต่อขอเข้ามอบตัวอีก 1 ราย โดยเจ้าหน้าที่ตำรวจสภ.นาจอมเทียน ได้รับคำสั่งจากนายตำรวจระดับผู้ใหญ่ ให้เตรียมพร้อมรับตัวผู้ต้องหาตลอด 24 ชั่วโมง

ทำให้ตอนนี้เหลือเพียงนายปัญญา ยิ่งดัง หรือเสี่ยอ้วน อายุ 39 ปี หัวหน้าแก๊งนำทีมและเป็นมือลั่นไกยิงน.ส.ปวีณา นาเมืองรักษ์ หรือน้องสปาย กับนายอนันตชัย จริตรัมย์ หรือฟอส เสียชีวิต บริเวณลานจอดรถถนนฝั่งตรงข้ามพระพุทธรูปแกะสลักเขาชีจรรย์ จ.ชลบุรี

          

ความคืบหน้าคดีนี้เมื่อวันที่ 6 ส.ค. จากการสืบสวนของตำรวจ สภ.นาจอมเทียน ทำให้ค่อนข้างมั่นใจว่าจะได้ตัว “เสี่ยอ้วน” ในเร็ว ๆ นี้แน่นอน แม้จะมีกระแสข่าวลือว่าผู้ก่อเหตุแอบหลบหนีไปโผล่อยู่แถวประเทศกัมพูชาแล้ว แต่จากการกดดันไล่ล่าอย่างหนัก พร้อมเลือกใช้ “ชุดปฏิบัติการพิเศษ” ไม่ใช่เจ้าหน้าที่ธรรมดา เนื่องจากคิดว่าตัว “เสี่ยอ้วน” คงไม่ยอมให้โดนจับง่ายๆ น่าจะสู้หลังชนฝายิงปะทะเดือดแน่นอน เพราะตอนนี้จนตรอกตกอยู่ในสภาพเสือลำบาก  และจากการได้ตัว “นายบ่าว”  ก็จะสาวถึงตัว “เสี่ยอ้วน” ได้ไม่ยากนัก

พ.ต.อ.ศักดิ์รพี กล่าวว่าขณะนี้มีพยานหลักฐาน พร้อม ทั้งทางนิติวิทยาศาสตร์ และพยานบุคคล แต่ต้องประชุมติดตามรายละเอียดอย่างรอบคอบ เพราะเป็นเรื่องละเอียดอ่อน เชื่อว่า หากควบคุมตัวเสี่ยอ้วนไว้ได้ ผู้ต้องหาจะต้องต่อสู้คดีอย่างเต็มที่ เนื่องจากเป็นคนกว้างขวาง อีกทั้งยังมีประสบการณ์ต้องคดีมาก่อน แต่ยืนยันว่าตำรวจมีหลักฐานเพียงพอ ที่จะเอาผิดได้