“อภิสิทธิ์”กำหนดเกม”สามก๊ก”ชูเงื่อนไข ปชป.

141

การเมืองหลัง ศึกเลือกตั้งปี2556 ถูกออกแบบ ให้มี “รัฐบาลผสม”มาบริหารประเทศ เมื่อเป็นอย่างนี้ “อภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ” วางตำแหน่ง พรรค ปชป.ไว้อย่างไร ???

“ลักษณะการเมืองขณะนี้ เหมือนสามก๊ก คือ 1. พรรค การเมืองที่อิงอยู่กับตัว นายทักษิณ ชินวัตร หรือมีแนวทางคล้ายคลึงกับนายทักษิณ 2. พรรคการเมืองที่ตั้งขึ้นมา หรือแสดงท่าทีว่าพร้อมจะสนับสนุนผู้มีอำนาจในปัจจุบัน ไม่ว่าจะเป็น พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกฯ หรือผู้มีอำนาจใน คสช. ไม่ว่าจะเป็นพรรคพลังประชารัฐ (พปชร.) หรือพรรครวมพลังประชาชาติไทย (รปช.) และ 3. ส่วนของพรรคประชาธิปัตย์ คือทางเลือกอีกทางหนึ่ง ที่ต่อสู้กับระบอบทักษิณมาตลอด และยืนยันที่จะต่อสู้อยู่”

“การตัดสินใจของประชาชน มีความหมาย เมื่อประชาชนได้มีโอกาสรับทราบแนวทางที่แตกต่างกัน สมมติเอาหยาบๆ รัฐราชการกลุ่มหนึ่ง ระบบทักษิณ ประชานิยมกลุ่มหนึ่ง กับ ประชาธิปัตย์เสรีประชาธิปัตย์อีกกลุ่ม ผลการเลือกตั้งออกมา ก็จะรู้ว่าประชาชนสนับสนุนแนวทางไหน เท่าไหร่ ตรงนั้นถ้ามีความเด็ดขาดก็จบ ถ้ามีความไม่เด็ดขาด ก็เป็นธรรมดาที่จะต้องมาเจรจาว่าจะมีการจัดตั้งรัฐบาลใคร กับใคร สำหรับพรรคประชาธิปัตย์ ยืนยันว่าจะยึดแนวทางแก้ไขปัญหาของประเทศเป็นหลัก”

เป็นคำกล่าวของ อภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ ที่เปิดเผยท่าทีทางการเมืองที่ชัดเจนที่สุด ถึงแนวโน้มการ “จับขั้ว” หลังการเลือกตั้ง และชี้แนวทาง พรรคประชาธิปัตย์ วางตำแหน่ง “เป็นตัวแปร” อยู่ในขั้วที่ 3 ตรงกลาง ระหว่าง พรรคเพื่อไทย กับ กลุ่มพรรคการเมืองที่สนับสนุน พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา

การคาดหมายของ นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ เชื่อว่าแนวโน้มคงไม่มีพรรคการเมืองไหนชนะการเลือกตั้ง ได้เสียงเด็ดขาด แม้ว่าจะยอมรับความจริงโดยให้น้ำหนักกับพรรคเพื่อไทย ว่ายังมีความแข็งแกร่ง เนื่องจากมีฐานเสียงในพื้นที่ใหญ่ คือภาคเหนือ และภาคอีสาน

ขณะเดียวกัน อภิสิทธิ์ ย้ำว่า พรรคประชาธิปัตย์อยู่ในขั้ว “ตัวแปร” นั่นคือ อยู่ตรงกลางระหว่างขั้วที่ 1 คือขั้วของพรรคเพื่อไทย และขั้วที่ 2 คือ พรรคที่สนับสนุน พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา เป็นนายกรัฐมนตรี

อย่างไรก็ดี เพื่อให้เห็นภาพก็ต้องทำความเข้าใจก่อนว่า แต่ละขั้ว มีพรรคไหนบ้าง เช่น ขั้วพรรคเพื่อไทยในตอนนี้ที่เห็นชัดเจนก็มีพรรคอนาคตใหม่ ที่เป็นแนวร่วม ส่วนจะได้รับเลือกตั้งหรือไม่ หรือ ได้กี่เสียง ค่อยมาว่ากัน

อีกขั้วก็มีพรรคพลังประชารัฐ ผ่านการเดินเกมของ กลุ่มสามมิตร และ พรรครวมพลังประชาชาติไทย ที่มี “ลุงกำนัน”สุเทพ เทือกสุบรรณ อดีต แกนนำ กปปส.เป็นแกนหลักและยังรวมเอาพรรคขนาดกลาง ขนาดเล็ก อีกบางพรรคที่ได้มีการตกลงกันอย่างหลวมๆไว้ล่วงหน้า เช่น พรรคชาติไทยพัฒนา พรรคชาติพัฒนา พรรคภูมิใจไทย และพรรคพลังชล เป็นต้น

เมื่อพิจารณา ถึงความเป็นไปได้ อภิสิทธิ์ ยอมรับเองว่า แนวโน้มการเมืองหลังการเลือกตั้ง พรรคเพื่อไทย ที่มีฐานเสียงแข็งที่สุด จะชนะอีกครั้ง แต่ไม่คิดว่าจะได้เสียงเด็ดขาด และ รัฐบาลใหม่ที่เกิดขึ้น ต้องเป็นรัฐบาลผสม

ทีนี้มาถึงคำถามสำคัญว่า แล้วพรรคประชาธิปัตย์จะไปทางไหน คำตอบแรก คือ ไม่มีทางรวมกับ เพื่อไทย แน่นอน

ดังนั้น ฟันธง ตรงนี้ ประชาธิปัตย์ ภายใต้การนำของ “อภิสิทธิ์” จะอยู่กับขั้ว ที่ สนับสนุน “พล.อ.ประยุทธ์” และ ส่งสัญญาณ “ต้องนำแนวทางของพรรคประชาธิปัตย์ไปแก้ปัญหาของประเทศ” หากไม่ได้รับการตอบสนอง ก็ยินดีเป็นฝ่ายค้าน