จนท.ตร.สนธิกำลัง 150 นาย บุกจู่โจม 7 เป้าหมายในเมืองสุรินทร์ ตามยึดโฉนดที่ดิน จากนายทุนดอกเบี้ยโหด

313

วันนี้(3 ต.ค.) ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ที่บริเวณหน้าสถานีตำรวจภูธรเมืองสุรินทร์                   พลตำรวจตรีจิตรจำรูญ ศรีวณิชย์   รองผู้บัญชาการตำรวจภูธรภาค 3  เป็นประธานปล่อยแถวการสนธิกำลังเจ้าหน้าที่ตำรวจภูธรเมืองสุรินทร์  ตำรวจชุดเฉพาะกิจภูธรจังหวัดสุรินทร์  ตำรวจตระเวนชายแดนที่ 21   ทหารจากมณฑลทหารบกที่ 25     ตำรวจตรวจคนเข้าเมืองจังหวัดสุรินทร์  ฝ่ายปกครอง  รวม 150 นาย  โดย  พลตำรวจตรีก่อเกียรติ วงศ์สุเมธ ผู้บังคับการตำรวจภูธรจังหวัดสุรินทร์ จัดกำลังพลพร้อมเข้าตรวจค้น 7 เป้าหมาย ซึ่งแบ่งเป็นตรวจค้นตามหมายค้น 3   แห่งและใช้อำนาจ คสช. 4 แห่ง  ทั้งในพื้นที่ตัวเมืองสุรินทร์และรอบนอกและต่างอำเภอ

โดยรอง ผบช.ภ.3 กล่าวว่า  ตำรวจภูธรภาค 3 ได้ขานรับนโยบายของรัฐบาลในการร่วมแห้ไขปัญหาหนี้นอกระบบของประชาชนโดยเร่งด่วน และถือเป็นเรื่องสำคัญ  ซึ่งผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ ได้สั่งการให้ทุกหน่วย เร่งระดมปราบปราม  จับกุมผู้กระทำผิดอย่างเคร่งครัด  ตลอดจนควบคุมกลุ่มนายทุน   กลุ่มผู้มีอิทธิพลต่างๆที่มีการปล่อยเงินกู้หนี้นอกระบบ  โดยบังคับใช้กฎหมายที่เกี่ยวข้องทั้งหมด ให้รวมถึงการยึดทรัพย์ตามกฎหมายฟอกเงิน เพื่อทวงคืนความเป็นธรรมให้กับลูกหนี้ ที่ได้รับผลกระทบจากสัญญาที่ไม่เป็นธรรม

จากนั้นเมื่อเวลา 16.00 น.ของวันเดียวกัน พล ต.ต.ก่อเกียรติ  วงษ์สุเมธ ผู้บังคับการตำรวจภูธร จ.สุรินทร์ได้แถลงข่าว จากการที่ได้นำหมายศาลเข้าตรวจค้น จำนวน  7 จุด พื้นที่เป้าหมายเข้าตรวจค้นหลังจากที่พบพฤติกรรมเข้าข่ายปล่อยเงินกู้เกินที่กฎหมายกำหนด พร้อมกับยึดโฉนดที่ดินทั้ง 7 จุดพื้นที่เป้าหมายจำนวน  242 ฉบับ  มาทำการตรวจสอบ

พล ต.ต.ก่อเกียรติ  วงษ์สุเมธ ผู้บังคับการตำรวจภูธร จ.สุรินทร์ กล่าวว่า การเข้าตรวจสอบพื้นที่เป้าหมาย 7 จุด ในครั้งนี้  เนื่องจากว่าได้รับการร้องเรียนจากลูกหนี้หลายพื้นที่ได้นำโฉนดที่ดินไปจำนำ ซึ่งทำสัญญาที่ไม่เป็นธรรมกับลูกหนี้  ท่างเจ้าหน้าที่ตำรวจจึงได้รวบรวมหลักฐาน  พร้อมกับได้นำกำลังเจ้าหน้าที่ตำรวจไปเข้าตรวจค้น  เพื่อเข้าสู่กระบวนการไกล่เกลี่ยให้เกิดความเป็นธรรมกับทั้งสองฝ่าย โดยมีลูกหนี้ในพื้นที่  จ.สุรินทร์ ได้เข้าร้องเรียนที่ศูนย์ป้องกันปราบปรามการฉ้อโกงทรัพย์สิน และขอฝากกับประชาชนในพื้นที่ จ.สุรินทร์ ถ้าไม่ได้รับความเป็นจากขบวนการนี้ให้แจ้งเข้ามาได้ที่ สภ.เมืองสุรินทร์ ซึ่งทางเจ้าหน้าที่จะให้ความเป็นธรรมทั้งสองฝ่ายต่อไป

ทีมข่าวเพจสุรินทร์เพื่อนคุณ