มัสยิดสุดช้ำโดนร้อง 7-8 ครั้ง ผอ.เขตบางคอแหลมสั่งเอง วอนเข้าใจปฏิบัติศาสนากิจ

244

ไม่เพียงวัดไทร ที่ถูกร้องเรียนตีระฆัง แต่มัสยิดหลายแห่งได้ถูกร้องเรียน วอนกทม.ทำความเข้าใจชาวบ้านด้วย

นายอนุสรณ์ องอาจ อิหม่ามประจำมัสยิดบางอุทิศ มัสยิดบางอุทิศ ถนนเจริญกรุง ซอยเจริญกรุง 99 แขวงวัดพระยาไกร เขตบางคอแหลม กรุงเทพมหานคร เปิดเผยว่า ทางมัสยิดได้ถูกร้องเรียนว่ามัสยิดทำพิธีละหมาดเปิดลำโพงเสียงดัง การสร้างความเดือดร้อนแก่ผู้พักอาศัย ทางเขตบางคอแหลม จึงส่งหนังสือแจ้งให้ละหมาดเสียงเบาลง มัสยิดแห่งนี้เปิดมา 200 ปีแล้ว อยู่ท่ามกลางชุมชน บริเวณโดยรอบส่วนใหญ่ก็เป็นมุสลิม จะมีการประกาศเพื่อเชิญชวนให้มาร่วมละหมาด ซึ่งเป็นพิธีกรรมเกี่ยวกับการนมัสการของศาสนาอิสลาม เพื่อระลึกถึงพระมหากรุณาธิคุณของพระผู้เป็นเจ้าและชำระจิตใจให้บริสุทธิ์ โดยจะมีการละหมาดทั้งหมด 5 ครั้ง แบ่งเป็นช่วงเวลา คือ 04.30 น., 12.30 น., 15.45 น., 18.10 น. และ 20.10 น. ซึ่งเวลาละหมาดจะมีการสวดเรียก ออกเครื่องขยายเสียง ประมาณ 2-3 นาที เพื่อเป็นสัญญาณให้รับทราบว่า จะมีการละหมาดเกิดขึ้น เชิญชวนให้พี่น้องชาวมุสลิมที่สะดวกให้มาละหมาดที่มัสยิด เช่นเดียวกับการตีระฆังของทางศาสนาพุทธ ที่เป็นสัญญาณให้พระสงฆ์ออกมาทำวัตรเช้าและบิณฑบาตร
นายอนุสรณ์กล่าวอีกว่า ด้วยความที่มัสยิดแห่งนี้อยู่บริเวณใจกลางชุมชนและบริเวณโดยรอบอย่างนี้มัสยิด 2 แห่ง เมื่อถึงเวลาละหมาดก็จะทำพร้อมกันทั้งหมด จึงมีผู้หญิงคนหนึ่งซึ่งไม่ทราบชื่อ ได้ทำหนังสือร้องเรียนไปยังกรุงเทพมหานคร และกรุงเทพมหานครได้ส่งมายังสำนักงานเขตบางคอแหลม เพื่อให้เข้ามาตรวจสอบความดัง โดยสำนักงานเขตบางคอแหลมได้ส่งหนังสือมาให้ลดเสียง ประมาณ 7-8 ครั้ง เมื่อทางเขตมาตรวจสอบจึงได้ขอความร่วมมือให้ทางมัสยิดลดเสียงละหมาดลง โดยทางมัสยิดยินดีให้ความร่วมมือ เนื่องจากสังคมในสมัยนี้เปลี่ยนไป อาจมีประชาชนจากที่อื่นมาอาศัยบริเวณใกล้เคียงกับมิสยิด เมื่อมีการละหมาดอาจทำให้ไม่เคยชินกับเสียง ซึ่งทางมัสยิดก็เข้าใจได้ จึงได้ลดระดับเสียงละหมาดให้อยู่ตามมาตรฐานที่สำนักงานเขตแจ้งไว้

นายอนุสรณ์กล่าวต่อว่า ทุกครั้งที่มีหนังสือร้องเรียนจากเขต ทางมัสยิดจะนำมาติดประกาศให้ทราบ เพื่อเป็นสิ่งเตือนใจว่าอย่าทำเสียงดังมากจนเกินไป โดยหนทางการแก้ไขปัญหานี้ คือ การใช้ความเข้าใจอยู่แบบถ้อยทีถ้อยอาศัย ต่างคนต่างศาสนามีการนับถือที่แตกต่างกัน แต่สิ่งสำคัญคือจะต้องไม่ทำให้ผู้อื่นที่ต่างศาสนาเดือดร้อน แต่ภายหลังจากการแก้ไขปัญหาเสียงได้ลดลงตามมาตรฐานของเขตที่แจ้งไว้แล้ว ก็ยังคงมีการเรียกร้องมาบ่อยครั้ง ซึ่งทางมัสยิดก็ได้ทำใจ และยังปฏิบัติตามกฎที่ถูกต้องต่อ
นายอนุสรณ์กล่าวว่า โดยหลังจากที่มีกระแสข่าวมีบุคคลร้องเรียนว่าวัดไทร ตีระฆังเสียงดังนั้น ตนอยากจะฝากถึงบุคคลที่ไม่เข้าใจว่า ในประเทศไทยเป็นสังคมของพุทธศาสนา วัฒนธรรม สิ่งเหล่านี้ไม่ว่าจะเป็นเสียงระฆังจากวัด หรือเสียงละหมาดจากมัสยิดนั้น คือเสียงแห่งธรรม เป็นเสียงที่นำไปสู่ถึงความดีงาม แต่เมื่อจิตใจของมนุษย์ลงไปสู่ที่ต่ำก็ไม่สามารถเห็นคุณงามความดีของศาสนาได้ เพราะทุกศาสนาต่างสอนให้ทุกคนเป็นคนดี
ต่อมาผู้สื่อข่าวได้ลงพื้นที่ไปสอบถามความเห็นของชาวบ้านที่อาศัยอยู่ในละแวกมัสยิดบางอุทิศ ถึงกรณีที่มีคนร้องเรียนว่ามีการละหมาดเสียงดังนั้น
ชาวบ้านคนหนึ่งกล่าวว่า ตนเป็นคนจีน นับถือศาสนาพุทธ และอาศัยอยู่ใกล้กับมัสยิดนี้มานานกว่า 60 ปี ได้ยินเสียงละหมาดทุกเช้า เข้าใจได้ว่าการละหมาดคืออะไร จึงไม่ได้มี ผลกระทบอะไร และเข้าใจว่าแต่ละศาสนามีความเชื่อ ประเพณี วัฒนธรรมที่แตกต่างกัน ในทุกๆ ที่ย่อมมีความแตกต่าง แต่เราจะ ต้องปรับตัวให้เข้ากับสภาพแวดล้อมและสังคมที่เราอยู่

สมาชิกเฟซบุ๊ก Songkran Menthong ซึ่งได้โพสต์เรื่องดังกล่าวระบุว่า “อย่าว่าแต่เรื่องดราม่าเสียงตีระฆังของพระวัดไทร ที่ดังรบกวนชาวบ้านบางคนของคอนโดมิเนี่ยมขึ้นใหม่อยู่ข้างเคียงวัดเลยครับ อยากให้เพื่อนๆลองมาดูผลงานของสำนักงานเขตบางคอแหลมอีกเรื่องหนึ่ง กับมัสยิดบางอุทิศที่สร้างมา 100 กว่าปี เป็นศาสนสถานเก่าแก่ของประเทศไทย และอยู่คู่ชุมชนมุสลิมของชาวบางอุทิศมาโดยตลอด ที่ผ่านมาก็ไม่เคยมีปัญหาใดๆ

แต่อยู่ๆก็มีหนังสือแจ้งมาจาก ผอ.สำนักงานเขตบางคอแหลม ส่งมาถึงท่านอิหม่ามประจำมัสยิด ว่าให้ช่วยลดเสียงอาซาน (เสียงเรียกเชิญชวนเมื่อถึงเวลาละหมาดของชาวมุสลิม ทำวันละ 5 เวลา ) และทางมัสยิดเราก็ปฏิบัติตามแต่โดยดี เพราะไม่อยากจะให้เป็นเรื่องลุกลามไปกลายเป็นความขัดแย้งทางศาสนา ขอฝากเพื่อนๆช่วยพิจารณาถึงวุฒิภาวะของเจ้าหน้าที่บ้านเมืองกันดูเอาเองนะครับ

‘จะยิ่งงดงามกว่านี้หากทางกรุงเทพมหานคร และ สนง.เขตบางคอแหลมจะช่วยเป็นธุระประสานงานกับผู้ร้องเรียน ที่ร้องในกรณีของมัสยิดบางอุทิศ ให้มาทำความเข้าใจด้วย อันเนื่องมาจากทางมัสยิดได้รับจดหมายมาเรื่อยเป็นครั้งที่ 10 แล้ว ซึ่งไหนๆก็จะแก้ปัญหาแล้วก็ควรดำเนินการเสียคราวนี้เลยนะครับ”