องคมนตรีนำของพระราชทานช่วยชาวนครฯ-นายกฯทนวิจารณ์ไม่ไหวลงพรุ่งนี้

60

องคมนตรีนำสิ่งของพระราชทานมอบผู้ประภัยนครฯ- นายกฯทนเสียงวิจารณ์ไม่ไหวลงพรุ่งนี้

วันที่ 5 มกราคม นายพุทธิพงษ์ ปุณณกันต์ โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) ได้สั่งการกระทรวงมหาดไทย กระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ และจังหวัดเร่งเข้าไปประเมินความเสียหายที่เกิดขึ้นในหลายอำเภอที่ได้รับผลกระทบจากพายุโซนร้อน ปาบึก เพื่อดูในเรื่องของการเยียวยาและการช่วยเหลือประชาชนอย่างเร่งด่วน โดยเบื้องต้นได้รับรายงานว่าสามารถเข้าสำรวจได้หลายพื้นที่แล้ว แต่บางแห่งยังมีน้ำท่วมขังสูง

นายพุทธิพงษ์ กล่าวอีกว่า นายกรัฐมนตรีให้ทุกฝ่ายประเมินสถานการณ์ตลอดเวลา ส่วนการเดินทางลงพื้นที่ของนายกฯจะพิจารณาจากสถานการณ์อีกครั้ง เพื่อหาเวลาที่เหมาะสมในการลงไปให้กำลังใจเจ้าหน้าที่และประชาชน

“จริง ๆ นายกฯ อยากเดินทางไปด้วยตัวเองวันนี้ แต่กระทรวงมหาดไทยแจ้งว่ายังไม่อยากให้ลงไป เพราะเป็นห่วงว่าจะมีปัญหาเรื่องของสนามบิน กับสภาพอากาศ รวมถึงไม่อยากให้เจ้าหน้าที่แบ่งกำลังมาต้อนรับ เพื่อจะได้ใช้เวลาช่วยเหลือและดูแลประชาชนอย่างเต็มที่ จึงต้องดูสถานการณ์และเวลาที่เหมาะสมอีกครั้ง” นายพุทธิพงษ์ระบุ

เมื่อเวลา 08.30 น. วันนี้(6 ม.ค.62 ) สมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าโปรดกระหม่อม ให้พลเอก ไพบูลย์ คุ้มฉายา องคมนตรี ร่วมกับมูลนิธิราชประชานุเคราะห์ ในพระบรมราชูปถัมภ์ เชิญสิ่งของพระราชทานมอบแก่ผู้ประสบวาตภัยในพื้นที่จังหวัดนครศรีธรรมราช โดยองคมนตรี รับฟังบรรยายสรุปเกี่ยวกับวาตภัยและผลกระทบที่เกิดขึ้นในพื้นที่จังหวัดนครศรีธรรมราช จากนายจำเริญ ทิพญพงศ์ธาดา ผู้ว่าราชการจังหวัดนครศรีธรรมราช พลโท พรศักดิ์ พูลสวัสดิ์ แม่ทัพภาคที่ 4 และหัวหน้าหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ที่โรงเรียนราชประชานุเคราะห์ ต.แหลมตะลุมพุก อ.ปากพนัง

จากนั้นองคมนตรีได้มอบเงินสงเคราะห์ช่วยเหลือครอบครัวผู้เสียชีวิต 1 ราย มอบสิ่งของพระราชทานแก่ผู้ประสบวาตภัย จำนวน 900 ชุด เพื่อเป็นขวัญกำลังใจแก่ราษฎร

ต่อจากนั้นองคมนตรี เชิญสิ่งของพระราชทาน จำนวน 300 ชุด มอบแก่ผู้ประสบวาตภัย ถวายแด่พระสงฆ์ และมอบแก่ผู้ป่วยติดเตียง เพื่อเป็นขวัญกำลังใจแก่ประชาชน ณ ศูนย์อพยพ วัดรัตนาราม ต.ปากพนังฝั่งตะวันออก อ.ปากพนัง

สำหรับอำเภอปากพนัง ได้เกิดลมพัดแรงและฝนตกหนักติดต่อกันเนื่องจากอิทธิพลของพายุโซนร้อน “ปาบึก” ตั้งแต่วันที่ 3-5 มกราคม 2562 ส่งผลทำให้เกิดวาตภัยและอุทกภัยในพื้นที่จำนวน 17 ตำบล 133 หมู่บ้าน 22 ชุมชน ราษฎรได้รับความเดือดร้อน ประมาณ 80,000 คน 18,750 ครัวเรือน บ้านเรือนเสียหายบางส่วนในทุกตำบล สิ่งสาธารณประโยชน์ ถนนเกิดความเสียหายหลายแห่ง มูลค่าความเสียหายอยู่ระหว่างสำรวจ.

ต่อมาองคมนตรี เชิญสิ่งของพระราชทาน จำนวน 1,100 ชุดมอบแก่ผู้ประสบภัยในพื้นที่อำเภอเมืองนครศรีธรรมราช มอบเงินสงเคราะห์ช่วยเหลือครอบครัวผู้เสียชีวิตจากอำเภอเฉลิมพระเกียรติ 1 ราย ที่หอประชุมสำนักงานเทศบาลตำบลปากนคร อำเภอเมืองนครศรีธรรมราช ต่อจากนั้นองคมนตรีได้เชิญสิ่งของพระราชทาน จำนวน 700 ชุด มอบแก่ผู้ประสบภัยในเขตเทศบาลนครนครศรีธรรมราช ที่โรงเรียนเทศบาลวัดท่าโพธิ์ อำเภอเมืองนครศรีธรรมราช

สำหรับอำเภอเมืองนครศรีธรรมราช ได้รับผลกระทบจากพายุโซนร้อนปาบึก เมื่อวันที่ 4 มกราคม 2562 จำนวน 13 ตำบล 115 หมู่บ้าน 1 เทศบาลนคร 63 ชุมชน ราษฎรได้รับความเดือดร้อน 178,095 คน 87,295 ครัวเรือน บ้านเรือนและสิ่งสาธารณประโยชน์ เสาไฟฟ้าหักโค่น/ล้ม ได้รับความเสียหายจำนวนมาก ซึ่งมูลค่าความเสียหายอยู่ในระหว่างการสำรวจ สำหรับการฟื้นฟูบูรณะสิ่งสาธารณประโยชน์และบ้านเรือนที่ได้รับความเสียหาย ขณะนี้กำลังดำเนินการเพื่อช่วยเหลือกลับคืนสู่สภาพเดิม

ทั้ง 4 พื้นที่ที่มอบสิ่งของพระราชทาน องคมนตรีได้เชิญพระราชกระแสรับสั่งของสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ที่ทรงห่วงใย ไปกล่าวกับราษฎรที่ประสบวาตภัยให้ได้รับทราบความตอนหนึ่งว่า “สมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ทรงห่วงใยราษฎรผู้ประสบภัย ซึ่งพระองค์ทรงติดตามสถานการณ์พายุจากข่าวสารทางสื่อมวลชน การถวายรายงานของส่วนราชการในพระองค์ และส่วนราชการต่าง ๆ จึงได้ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้จัดตั้งโรงครัวพระราชทานในพื้นที่เป็นการเร่งด่วนเพื่อประกอบเลี้ยงผู้ประสบภัย และให้องคมนตรีเชิญสิ่งของพระราชทานมามอบแก่ผู้ประสบภัย เพื่อบรรเทาความเดือดร้อน และเป็นขวัญกำลังใจแก่ราษฎร” พร้อมทั้งได้พระราชทานกำลังใจแก่ข้าราชการ เจ้าหน้าที่และจิตอาสาที่ปฏิบัติงานช่วยเหลือ ฟื้นฟูผู้ประสบภัยด้วย” ยังความปลาบปลื้มและสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณเป็นล้นพ้นอย่างหาที่สุดมิได้

สืบเนื่องจากเมื่อวันที่ 4 มกราคม 2562 พายุโซนร้อนปาบึก ได้เคลื่อนตัวขึ้นฝั่งเข้าสู่จังหวัดนครศรีธรรมราช ทำให้เกิดลมกรรโชกแรงและฝนตกหนัก ส่งผลทำให้เกิดวาตภัยและอุทกภัยในพื้นที่ จำนวน 23 อำเภอ 155 ตำบล 1,400 หมู่บ้าน 105 ชุมชน ราษฎรได้รับความเดือดร้อน 539,847 คน 179,868 ครัวเรือน มีผู้เสียชีวิต 2 รายบ้านเรือนและสิ่งสาธารณประโยชน์เสาไฟฟ้าหักโค่น/ล้มได้รับความเสียหายจำนวนมาก ซึ่งมูลค่าความเสียหายอยู่ในระหว่างการสำรวจ สำหรับการฟื้นฟูบูรณะสิ่งสาธารณประโยชน์และบ้านเรือนที่ได้รับความเสียหายขณะนี้กำลังดำเนินการสำรวจเพื่อช่วยเหลือกับคืนสภาพเดิม.


วิมล หนูแก้ว/ข่าว/ภาพ
พรรณี มณีวรรณ/ภาพ
สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดนครศรีธรรมราช
6 มกราคม 2562