‘ปมทิ้งศาสนา’สาว18 หนีจากซาอุฯ สถานทูตยันไม่ได้ยึดพาสพอร์ต
สถานทูตซาอุดิอารเบียในประเทศไทย ระบุว่าทางการซาอุฯ ไม่ได้ขอให้ทางการไทยส่งตัวเด็กวัยรุ่นหญิงวัน 18 ปี ราฮาฟ โมฮัมเหม็ด กลับซาอุฯ และไม่มีข้อจำกัดใดซึ่งกำหนดให้ทางการไทยต้องส่งตัวเธอกลับ
สถานทูตระบุว่า จากการติดต่อกับพ่อของหญิงสาว พบว่าหนังสือเดินทางของเธอไม่ได้ถูกยึด และเน้นว่าทางสถานทูตไม่มีอำนาจในการกักตัวราฮาฟที่สนามบินหรือที่อื่นใด
ราฮาฟ อายุ 18 ปี เดินทางทางคูเวตมาถึงกรุงเทพฯ จากคูเวตเพื่อเปลี่ยนเครื่องไปยังออสเตรเลีย และอ้างว่า หนังสือเดินทางของเธอถูกยึดโดยนักการทูตบนเครื่องบิน แต่ทางสถานทูตปฏิเสธการยึดพาสพอร์ต
ราฮาฟ ระบุผ่านทวิตเตอร์ว่า เธอกลัวครอบครัวของเธอจะฆ่าเธอถ้าเธอถูกบังคับส่งตัวกลับประเทศ
ในครั้งแรก เธอ ให้เหตุผลของการเดินทางไปออสเตรเลียว่า เธอถูกบังคับให้แต่งงาน แต่ต่อมา เธอระบุว่า เธอละทิ้งศาสนาอิสลาม และกลัวว่าเธอจะถูกบังคับให้ต้องกลับไปยังซาอุดิอาระเบีย และครอบครัวจะฆ่าเธออย่างแน่นอน
“ตามอนุสัญญา 1951 และพิธีสาร 1967 ฉันราฮาฟ โมฮัมเหม็ด กำลังแสวงหาสถานภาพผู้ลี้ภัยยังประเทศใดๆ ที่จะปกป้องฉันจากการถูกทำร้ายหรือถูกฆ่า อันเนื่องจากการละทิ้งศาสนา (อิสลาม) และการทรมานจากครอบครัวของฉัน” ราฮาฟทวีตเมื่อวันที่ 7 ม.ค. 2562
ราฮาฟได้ออกจากห้องพักที่โรงแรมสนามบินสุวรรณภูมิแล้วหลังจากได้รับอนุญาตให้เข้าประเทศไทยชั่วคราว โดยอยู่ภายใต้การดูแลของสำนักงานข้าหลวงใหญ่ผู้ลี้ภัยแห่งสหประชาชาติ (UNHCR) และพ่อและพี่ชายกำลังเดินทางทาไทยเพื่อให้ข้อมูลอีกด้านหนึ่ง
ต่อมาเธอโพสต์ว่า เธอขอลี้ภัยไปยังแคนาดา แทนออสเตรเลีย




