คุณพลาดแล้ว!สมัย เจริญช่างพูดมันปากใช้ข้อมูลเท็จเท็จใส่ร้ายสนช. มุสลิม ใช่พฤติกรรมผู้รู้หรือ(ดูคลิป)

2332

กลายเป็นประเด็นร้อน กรณีนายสมัย เจริญช่าง บรรยายถล่มประชาธิปัตย์ แต่ยังพาดพิงสร้างความเสียหายให้กับสนช.มุสลิม กล่าวหาว่า ไม่มีความรู้ศาสนา อ้างผ่านกฎหมายกฎหมายคู่ชีวิต ชายแต่งชายหญิงแต่หญิง ทั้งที่กฎหมายยังไม่เข้าสนช. 

กรณี นายสมัย เจริญช่าง กรรมการอิสลามประจำกรุงเทพมหานคร บรรยายในการอบรมประจำสัปดาห์ของคณะกรรมการอิสลามประจำกรุงเทพมหานคร เมื่อวันที่12 มกราคม และมีการถ่ายทอดสดทางเฟสบุ๊คคณะกรรมการอิสลามประจำกรุงเทพมหานคร ได้เกิดกระแสความไม่พอใจให้กับสนช.มุสลิมที่ถูกระบุว่า ไม่รู้ศาสนา

นายสมัย กล่าวตอนหนึ่งระบุว่า วันนี้ตัดสินใจไม่ลงสมัครรับเลือกตั้งลงมาหลายครั้ง ทำงานการเมืองมา 33 ปี แต่วันนี้ ไม่ลงสมัครรับเลือกตั้ง และจะได้พูดของจริงให้พี่น้องเข้าใจว่า คืออะไร ซึ่งจนถึงวันนี้ ได้สดับตรับฟังทุกพรรค ไม่มีพรรคการเมืองไหนที่เขียนนโยบายถึงมุสลิมเลยแม้แต่พรรคเดียว รวมถึงพรรคประชาธิปัตย์ที่ตนทำงานมาให้ 33 ปี ก็ไม่เขียนนโยบายเรื่องมุสลิม เพราะทุกพรรคกลัวว่า หากเขียนนโยบายให้มุสลิมแล้ว เดี๋ยวคนพุทธจะไม่เลือก เฉพาะพุทธที่ต่อต้านอิสลาม ที่บอกว่ากฎหมายอิสลามกำลังมาปกครองประเทศไทย ที่ไหนมามัสยิด 3 แห่งจะใช้กฎหมายอิสลามปกครองแทน มีการต่อต้านกันหมด เพราะฉะนั้นจึงไม่มีพรรคการเมืองไหนเขียนนโยบายมุสลิมเลย

‘ผมไปบอกคุณอภิสิทธิ์ (เวชชาชีวะ หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์) ตั้งแต่ 1 เมษายน (2561)ว่า เรื่องของออิสลามมี 2 กลุ่มคือกลุ่ม 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้กับนอก 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้ ต้องทำนโยบายต่างกัน เพราะคน 3 จังหวัดเรียกตัวเองว่า เป็นคนอิสลามมลายู แต่คนนอกพื้นที่ 3 จังหวัดจะเรียกว่า เราคนไทยมุสลิม ก็บอกคุณอภิสิทธิ์ว่า 3จังหวัดใช้นโยบายหนึ่ง นอก 3จังหวัดใช้นโยบายหนึ่ง ถ้าไม่มีใครทำเป็มรับอาสาจะตั้งทีมงานทำให้ แรากฏว่าคุยกันตั้งแต่ 1เมษายน จนบัดนี้ (8 เดือน) ก็ไม่มีเสียงตอบรับ ผมจึงจะไปลาออกจากสมาชิกพรรค เพราะถ้าอยู่ไปแล้ว ทำอะไรเพื่อมุสลิมไม่ได้จะอยู่ไปทำไม ชีวิตเราคืออิสลามลาม แต่ไม่ใช่หมายความว่า เราจะตั้งพรรคอิสลาม แต่ตรงไหนเขาให้โอกาสเราทำงานเพื่ออิสลามโอเค แต่ถ้าอยู่แล้ว ทำเพื่ออิสลามไม่ได้ก็ไม่มีประโยชน์ เมื่อไม่มีพรรคไหนมีนโยบายเพื่อมุสลิมจึงคิดแล้วว่า หยุดดีกว่า หาช่องทางที่จะทำงานเพื่อศาสนา ต่อสังคมมุสลิม’นายสมัย ระบุ

นายสมัย กล่าวว่า มีเรื่องพิศดารเกิดขึ้นในประเทศนี้ ถามว่าเลิกไม๊การเมือง ก็เลิกไม่ได้ ถ้าเลิกแล้ว เวลามีเรื่องที่ขัดต่อหลักศาสนาก็ไม่มีใครพูด วันนี้ รู้กันไม๊ว่า ไม่มีสภาเลือกตั้ง มีแต่สภาแต่งตั้ง สภานิติบัญญัติแห่งชาติที่สนช.เลือก ได้ออกกฎหมายประหลาดมาก หลายคนยังไม่รู้ อิหม่ามก็ยังไม่รู้

‘เขาออกกฎหมายอะไรรู้ไม๊ แก้ประมวลกฎหมายแพ่ง โต๊ะครูซา(ชี้ไปยังผู้มาอบรม) แต่งงานกับภรรยาผู้หญิงหรือผู้ชาย ผู้หญิง แต่ปรากฏว่าสภานิติบัญญัติแห่งชาติ แก้กฎหมาย ให้กฎหมายไทยรับรองการแต่งงานระหว่างชายกับชาย หญิงกับหญิง บ้าไม๊หละ นี่ประเทศไทย ออกแล้วนะ กฎหมายใช้แล้ว เขาเรียกว่า จดทะเบียนคู่ชีวิต ไม่ใช่คู่สมรส ก็ไม่มีมุสลิมที่รู้เรื่อง ถามว่า ในสภานิติบัญญัติ มีมุสลิมไม๊ ไปเช็คแล้ว มีมุสลิม 3 คน มีมุอัลลัฟคนหนึ่ง แต่ไม่รู้เรื่องศาสนา ในที่สุดก็เงียบกันหมด เพราะหวังจะเอาคะแนนจากพวกตุ๊ด พวกทอม พวกดี้ แต่ว่าขัดธรรมชาติ ขัดศาสนาทุกศาสนา’ นายสมัย ระบุว่า จะเดินทางไปพูดทั่วประเทศ ให้มุสลิมฟังทั่วประเทศว่าเกิดอะไรขึ้นในบ้านนี้เมืองนี้

‘หลังมีการออกกฎหมาย ชายแต่งงานชาย หญิงแต่งานหญิงอัลเลาะฮ์ส่งปาบึกมา มาเตือน การลงอะราบของอัลเลาะฮ์แม้เราจะเป็นคนดี แต่เราให้คนไม่ดีทำในความผิดหลักการศาสนา อัลเลาะฮ์ก็จะล้างทั้งหมด’

อย่างไรก็ตามจากการตรวจสอบของ Mtoday กรณีการแก้กฎหมายคู่ชีวิต พบว่า กฎหมายคู่ชีวิต ที่นายสมัย ระบุว่า ผ่านสนช. เป็นกฎหมายที่มีผลบังคับใช้แล้วนั้น เป็นเพียงร่างกฎหมายที่เพิ่งผ่านคณะรัฐมนตรี เมื่อวันที่ 25 ธันวาคม ซึ่งตามขั้นตอนกฎหมายยังอยู่ในชั้นคณะกรรมการกฤษฎีกา ก่อนจะส่งให้สนช.พิจารณา ซึ่งต้องใช้เวลาอีกยาวนาน

จากการตรวจสอบไปยังนายอนุมัติ อาหมัด 1 ในสนช. มุสลิมคนหนึ่ง ได้รับการยืนยันว่า กฎหมายยังไม่เข้าสู่การพิจารณาของสนช. โดยกฎหมายได้รับการนำเสนอโดยกรมคุ้มครอบสิทธิเสรีภาพ กระทรวงยุติธรรม ตั้งแต่ปี 2554 รัฐบาลน.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร จนถึงรัฐบาลนี้ได้รับถูกนำกลับมาพิจารณาอีกครั้ง แต่ยังไม่ได้เข้าที่ประชุมสนช.

กรณีการบรรยายของนายสมัยกรณี ที่ระบุว่า สนช.มุสลิม ไม่มีความรู้ด้านศาสนา ได้สร้างไม่พอใจให้กับสนช.มุสลิมเป็นอย่างยิ่ง เพราะทุกคนมีความรู้ความเข้าใจศาสนาเป็นอย่างดี อย่างนายอนุมัติ อาหมัด สนช. ซึ่งเป็นอดีตส.ว.สงขลา เป็นกรรมการกลางอิสลามแห่งประเทศไทย เป็นรองเลขาธิการคณะกรรมการกลางอิสลามแห่งประเทศไทยมมาหลายสมัย ทำงานใกล้ชิดกับจุฬาราชมนตรี และเป็นคนผลักดันให้มีการแก้กฎหมายกิจการฮัจย์ครั้งล่าสุด เพื่อแก้ปัญหาการเดินทางไปทำฮัจย์ของพี่น้องมุสลิมให้มีความราบรื่นและไม่มีปัญหาเหมือนที่ผ่านมา

‘อ้างว่า เป็นผู้รู้ศาสนา แต่พูดสิ่งที่เป็นเท็จจริง กฎหมายคู่ชีวิตยังไม่ได้ผ่านสภา ยังไม่มีผลบังคับใช้ แต่กลับนำความเท็จไปกล่าวหา ไปใส่ร้ายโจมตีให้บุคคลอื่นเสียหาย คนที่อ้างว่า เป็นผู้รู้มีพฤติกรรมแบบนี้เหรอ’ สนช.ท่านหนึ่ง สะท้อนความรู้สึก
Mtoday