หญิงวัย 66 ปี เลี้ยงหลานพิการไม่มีเงินไปหาหมอแม้กระทั่งเงินซื้อข้าวสารกิน วอนผู้ใจบุญและหน่วยงานเช้าช่วยเหลือ

250

พบหญิงวัย 66 ปี เลี้ยงหลานพิการไม่มีเงินไปหาหมอ อีกทั้งยังเลี้ยงพี่น้องอีก 2 ชีวิตที่กำลังกินกำลังนอนพ่อแม่ไปทำงานก่องสร้างกันหมด ขาดเงินซื้อข้าวสารกิน ที่นาก็ถูกนายทุนยึดไปหมด วอนหน่วยงานเข้าช่วยเหลือด่วน

วันนี้(20 ม.ค.2562) ทีมข่าวได้รับการร้องขอความช่วยเหลือจากหมู่บ้านโคกอาโพน บ้านเลขที่ 10  หมู่ที่10  ต.ช่างปี่ อ.ศีขรภูมิ จ.สุรินทร์ ทราบชื่อต่อมาคือคุณยายสวุน  บูรณ์เจริญ อายุ 66 ปี ซึ่งกำลังเลี้ยงดูหลานที่ป่วยพิการทางสมอง ประกอบกับเป็นโรคหืดหอมมาหลายเดือน ไม่มีเงินพาไปหาหมอ จึงได้มีชาวบ้านได้ขอความช่วยเหลือผู้สื่อข่าวเป็นกระบอกเสียงอีกทางหนึ่ง พร้อมกับขอวิงวอนหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเข้าช่วยเหลือ หญิงวัย 66 ปี เลี้ยงหลานพิการไม่มีเงินไปหาหมอแม้กระทั่งเงินซื้อข้าวสารกิน วอนหน่วยงานเช้าช่วยเหลือหญิงวัย 66 ปี เลี้ยงหลานพิการไม่มีเงินไปหาหมอแม้กระทั่งเงินซื้อข้าวสารกิน วอนหน่วยงานเช้าช่วยเหลือ

ทีมข่าวจึงลงพื้นที่หมู่บ้านโคกอาโพน บ้านเลขที่ 10  หมู่ที่10 ต.ช่างปี่ อ.ศีขรภูมิ จ.สุรินทร์ พบหญิงวัย 66 ปี เลี้ยงหลานพิการไม่มีเงินไปหาหมอแม้กระทั่งเงินซื้อข้าวสารกิน พร้อมกันนี้ยังพบเด็กอีก จำนวน 2 คน กำลังเล่นเพลิดเพลินแตกต่างกับเด็กชายคนหนึ่งนอนแน่นิ่งอยู่บนตักคุณยายสวุน  บูรณ์เจริญ โดยไม่สามารถพูดออกมาเหมือนกับเด็กทั่วไปได้ ซึ่งเป็นภาพที่น่าสงสาร โดยยายสวุน ได้ระบายความในใจที่ต้องเลี้ยงหลานมานานหลายปี พ่อแม่แยกทางกันไปหมดปล่อยให้ยายเป็นผู้ดูแลหลานทั้ง 3 คน ประกอบกับหลานเป็นคนพิการอีก 1 คน ซึ่งป่วยด้วยโรคหืดหอบมีอาการเป็นนไข้อยู่ตลอดเวลา ซึ่งตนเองไม่มีที่จะไปหยิบยืมเงินพี่น้องหรือเพื่อนบ้าน ที่จะพาหลานไปหาหมอได้ เนื่องจากว่าตนเองไม่มีรถรับไป ประกอบกับไม่มีเงินทองข้าวสารที่จะกรอกหม้อยังไม่มีเลยเพราะลำพังพ่อของเด็กและลูกของตนเองได้ส่งมาเดือนละ500-1,000 บาทบ้าง นาน ๆ ทีจะส่งมาให้กับครอบครัวตนเอง

ในส่วนที่ไร่ที่นาก็ไม่มีและบางวันไม่มีข้าวสารกรอกหม้อต้องพาหลานกินมาม่าบ้างไม่มีเงินซื้ออาหารกินบางวันไปหาเหยียบแมงจีซอนมาทำกับข้าวให้หลานกินไปประทังวัน ๆ ตนเองไม่รู้จะไปพึ่งใคร ลำพังเบี้ยยังชีพและคนพิการไม่สามารถนำมาซื้อนมและอาหารให้เด็กได้แต่คงไม่เพียงพอ จึงขอวิงวอนผู้ใจบุญหรือหน่วยงานที่รับผิดชอบออกมาช่วยเหลือตนเองบ้าง….ยายสวุน  กล่าว

ทางด้านนางสาวน้ำฝน  ไชยพร ซึ่งพาสามีไปทำงานก่อสร้างอยู่ที่กรุงเทพฯ พอได้ทราบข่าวว่าแม่ไม่สบาบประกอบกับไม่มีเงินซื้อข้าวสารกินและลูกหลานขาดการดูแลเอาใจใส่อย่างจริงจัง ตนเองสงสารแม่จึงได้ลาออกจากที่ทำงานก่อสร้างลงมาช่วยแม่อีกแรง

นางสาวน้ำฝน ไชยพร กล่าวทั้งน้ำตาว่า  ตนเองเป็นลูกสาวคนสุดท้องของแม่สวุน  หลังจากที่แต่งงานกับสามีตนเองจึงได้พากันลงไปรับจ้างที่กรุงเทพฯ ส่วนพี่ชายที่ได้หย่าร้างกับภรรยาก็ทิ้งลูกให้แม่เป็นผู้ดูแลถึง 3 คน ตนเองมาดูสภาพแม่แล้วอายุก็มากแล้วท่านคงจะรับภาระไม่ไหวตนเองจึงได้ลาออกจากงานเข้ามาดูแลแม่และหลานพร้อมกับหลั่งน้ำตาอย่างไม่อายยอมรับว่าตนเองนั้นจนลำบากมากที่ไร่ที่นาก็ไม่มีกับคนอื่นเขาเพราะถูกนายทุนยึดไปหมด…..นางสาวน้ำฝน  กล่าว

ในขณะเดียวกันท่านพระครูอธิการสายแพร กตุปุณโญเจ้าอาวาสวัดศาลาเย็น  ต.ตากูก  อ.เขวาสินรินทร์ จ.สุรินทร์ ได้รับทราบข่าวได้ขอบิณฑบาต โดยการบริจาคผ่านเพจ ข้าวสารจำนวนหนึ่งกระสอบให้กับคุณยายสวุน อีกด้วย

สำหรับผู้ใจบุญอยากจะช่วยเหลือคุณยายสวุน บูรณ์เจริญ ที่ได้ทราบข่าวอยากจะบริจาคข้าวสารอาหารแห้งหรือบริจาคเป็นเงิน ท่านก็สามารถฝากเข้าที่บัญชี ธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร  สาขาศีขรภูมิ หมายเลขบัญชี  020086410580 ชื่อบัญชีนางสวุน บูรณ์เจริญ(คุณยาย)

ก้อง มหานคร ทีมข่าวเฉพาะกิจสุรินทร์